ข้ามไปที่เนื้อหา

ภาษา

รถเข็น

Articles

อาหารเสิร์ฟช้า ออเดอร์ผิด ลูกค้าตำหนิ! ต้องรีบแก้ทั้งหน้าร้านและในครัว

อาหารเสิร์ฟช้า ออเดอร์ผิด ลูกค้าตำหนิ! ต้องรีบแก้ทั้งหน้าร้านและในครัว

อาหารออกช้า เสิร์ฟออเดอร์ผิด เจอลูกค้าบ่น เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะกับร้านอาหารที่ขาดระบบการจัดการที่ดี ซึ่งถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นประจำบอกเลยว่าร้านนี้อนาคตไม่สวยแน่ ๆ และถ้าร้านใครที่เจอปัญหาดังว่านี้ มาดูวิธีแนวทางแก้ไขที่ได้ผลแน่นอน  อาหารเสิร์ฟช้า ต้นเหตุปัญหาออกแบบครัวผิด หลักการออกแบบพื้นที่ครัวที่ถูกต้อง ขนาด และงบประมาณ ไม่ใช่ปัญหา พื้นที่ระหว่างทางเดินห้องครัว Flow ต้องได้ เสิร์ฟออเดอร์ผิดเพราะไม่ได้ทำO.P ข้อดีของร้านอาหารที่มี S.O.P อาหารเสิร์ฟช้า ต้นเหตุปัญหาออกแบบครัวผิด!           ครัวคือหนึ่งหัวใจสำคัญของร้านอาหาร อาหารจะออกช้าหรือเร็ว จุดเริ่มต้นมาจากในครัวนี่แหละ ซึ่งปัญหาของร้านอาหารส่วนใหญ่มักลืมคำนึกถึงการออกแบบครัวที่เหมาะสม ถูกต้องและเป็นระบบสำหรับการทำงานของร้านอาหาร ที่มักพบได้บ่อย ๆ คือ ออกแบบครัวผิด! ทำให้การทำงานไม่ Flow เพราะไปโฟกัสกับส่วนหน้าร้านเป็นหลัก เมื่อนึกถึงครัวร้านอาหารหลายคนอาจจะคิดว่า เป็นส่วนที่อยู่หลังร้านไม่ต้องไปอะไรมากนั่นแหละคือจุดเริ่มของปัญหา เพราะต้องไม่ลืมว่า ครัวสำหรับร้านอาหารต่างจากครัวบ้าน เพราะครัวร้านอาหารมีภารกิจปรุงอาหารเพื่อรองรับคนเป็นร้อยขึ้นไปต่อวัน หากระบบครัวไม่มีจะทำให้เกิดปัญหามากมายตามมาจนถึงขั้นครัวล่ม หรือก็คือ ทำอาหารเสิร์ฟลูกค้าไม่ทันออเดอร์ล้นอาจโดนลูกค้าตำหนิได้ หลักการออกแบบพื้นที่ครัวที่ถูกต้อง ขนาด และงบประมาณ ไม่ใช่ปัญหา ในการออกแบบครัวร้านอาหาร ต้องเหมาะสมกับประเภทอาหารของร้านเป็นสำคัญ ซึ่งหลักในการออกแบบครัวที่ถูกต้องและเป็นหลักที่ร้านอาหารมาตรฐานทั่วไปทำกัน ต้องพื้นที่ครัวออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่  ห้องครัวเตรียมหรือ Preparation Kitchen ห้องครัวบริการ หรือ Service Kitchen สองส่วนนี้คือหลักสำคัญของการออกแบบห้องครัวร้านอาหาร และย้ำว่า 2 ส่วนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และงบประมาณ แต่ขึ้นอยู่กับการวางระบบให้เหมาะกับประเภทอาหารของร้าน หากร้านใดวางระบบ 2 ส่วนนี้ไว้ดี โอกาสเกิดปัญหาออเดอร์ช้าจะไม่เกิด มาดูกันว่า แต่ละส่วนมีหน้าที่อย่างไร ห้องครัวเตรียมหรือ Preparation Kitchen ส่วนนี้จะเป็นส่วนห้องครัวสำหรับงานหนัก ๆ สำหรับจัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงต่อจานเสิร์ฟลูกค้า อุปกรณ์สำคัญ ๆ อุปกรณ์ขนาดใหญ่จะถูกจัดไว้ในส่วนนี้ เช่น ตู้เย็นขนาดใหญ่ที่สำหรับสต็อกวัตถุดิบจำนวนมาก ส่วนนี้ยังเป็นส่วน Pre-Cook เมนูที่ขายดี และต้องมีขั้นตอนการทำที่ใช้เวลา เช่น เมนูแกงกระหรี่ ก็จะทำน้ำแกงเตรียมพร้อมไว้จากส่วนครัว Preparation Kitchen เพื่อส่งไปยัง Service Kitchen สำหรับทำเสิร์ฟต่อจาน ในการออกแบบห้องครัวPreparation Kitchen จะแบ่ง layout 4 ส่วนคือ ส่วนเตา ส่วนจัดเตรียมวัตถุดิบ ส่วนตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนงานล้าง ห้องครัวบริการ หรือ Service Kitchen ส่วนนี้จะแบ่ง layout 3 ส่วน คือส่วนเตา ส่วนจัดเตรียมซึ่งรวมถึงส่วนงานล้างด้วย และส่วนออกอาหาร Service Kitchen จะเป็นส่วนสำหรับปรุงอาหารออกเสิร์ฟจานต่อจาน ขนาดพื้นที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก อุปกรณ์ต่าง ๆ มีเท่าที่จำเป็นและไม่ต้องขนาดใหญ่พื้นที่ระหว่างทางเดินห้องครัว Flow ต้องได้          อีกหนึ่งจุดที่ต้องคำนึงถึงเลยในการออกแบบห้องครัวคือ พื้นที่ทางเดินต้องมีขนาด 1.5 เมตรเป็นมาตรฐาน น้อยกว่านี้จะเกิดปัญหาการทำงาน เช่น ไม่สามารถทำงานพร้อมกัน 2 คนได้ และถ้าเว้นมากกว่า 1.5 เมตรก็จะทำให้ Flow การทำงานไม่ได้ เกิดการเสียเวลา เสียจังหวะการทำงานส่งผลให้อาหารล่าช้าตามมา ในเรื่องของการออกแบบครัวสำหรับร้านอาหาร ยังมีรายละเอียดสำคัญอีกมากรวมไปถึงการเลือกอุปกรณ์ลงครัวซึ่งสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จากหลักสูตร “การออกแบบครัว เพื่อการใช้งานอย่างมืออาชีพ” โดย เชฟวิลเมนท์ ลีออง เรียนฟรี! คลิกเสิร์ฟออเดอร์ผิดเพราะไม่ได้ทำ S.O.P          ปัญหาของร้านอาหารที่ไม่สามารถควบคุมมาตรฐานการบริการ รวมถึงมาตรฐานรสชาติอาหารได้ มีสาเหตุเกิดจากร้าน ๆ นั้นไม่ได้สร้างมาตรฐานการทำงานตั้งแต่แรก ส่งผลให้พนักงานทำงานผิดพลาด ไม่มีขั้นตอนในการทำงานเป็นมาตรฐาน ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการวางระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกันขึ้นมา โดยเริ่มจาก Standard Operating Procedure (S.O.P) คือ วิธีการหรือขั้นตอนการทำงานทีละขั้นตอนอย่างละเอียด ว่าต้องทำอย่างไร 1-2-3 ตามลำดับ หรือโดยสรุป S.O.P ก็คือคู่มือการทำงานของทุกแผนกนั้นเองที่พนักงานทุกคนจะต้องยึดและปฏิบัติข้อดีของร้านอาหารที่มี S.O.P มีขั้นตอนทำงานชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกันมั่นใจว่าทุกแผนก ทำงานมาตรฐานทุกครั้งทุกวันทุกสาขา ใครก็ทำได้ไม่ยึดติดกับตัวบุคคล การทำงานมีประสิทธิภาพ, ประหยัดต้นทุนทำงานง่าย, สม่ำเสมอ, ลดความผิดพลาด, ลดการสูญเสีย ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการตามที่คาดหวังทุกครั้ง ลูกค้าที่มาใช้บริการได้รับสินค้าและการบริการที่เป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกครั้งทุกสาขา ลดความขัดแย้ง, สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ทำงานเป็นมาตรฐาน ไม่มีวิธีของตัวเองที่ต้องมาถกเถียงกัน การสอนงานง่ายขึ้น ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ได้เร็วขึ้น และผู้สอนมีคู่มือในการสอน, สอนงานถูกต้อง ชัดเจน พัฒนาอย่างต่อเนื่อง, เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นแนวทางในการพัฒนางานให้ดีขึ้นต่อไป, สามารถขยายสาขาได้อย่างยั่งยืน พนักงานเก่าออกไป พนักงานใหม่เข้ามาสามารถปฏิบัติงานต่อได้ทันทีโดยทำตาม S.O.P เช่น ในกรณีออเดอร์ผิดพลาดบ่อย หากร้านมีการทำคู่มือปฏิบัติงานส่วนการรับออเดอร์ขึ้นมา ว่าตั้งแต่ลูกค้าเข้าร้านพนักงานจะต้องทำอะไรบ้าง จะต้องพูดคำพูดใด จะต้องเอาเมนูอาหารมาให้ลูกค้าตอนไหน การรับออเดอร์จะต้องทำอย่างไร ทุกอย่างบอกเป็นขั้นตอนไว้และให้พนักงานฝึกทบทวนอยู่ประจำ เพื่อให้ไม่ทำผิดขั้นตอนหากทำได้แบบนี้ พนักงานรับออเดอร์แต่ละคนจะต้องรู้ขั้นตอนการรับออเดอร์ ว่าต้องทำอย่างไรตั้งแต่การต้อนรับลูกค้าจนถึงส่งลูกค้ากลับ โอกาสผิดพลาดก็จะไม่เกิดหรือเกิดได้น้อยมากนั่นเอง การสร้างมาตรฐานการทำงานที่เหมาะกับร้านเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร ไม่ว่าจะร้านขนาดใดต้องให้ความสำคัญ หากคาดหวังให้ลูกค้าได้รับการบริการที่มีคุณภาพ ลดการเกิดปัญหาในการทำงาน ร้านมีระบบเจ้าของกิจการไม่ต้องปวดหัวกับการแก้ปัญหาเดิม ๆ ซึ่งสามารถเรียนรู้การเพิ่มเติมได้จากหลักสูตร “การสร้างมาตรฐานร้านอาหารอย่างเป็นระบบ” โดย อ.ต่าย พรชัย นิตย์เมธาวงศ์ สมัครฟรี เรียนฟรี ได้เลย! คลิกอ่านบทความอื่นได้ที่นี่ ขายไม่ดี ผิดที่ทำเล หรือผิดที่ร้านเรา  ที่นั่งร้านอาหารจำกัด ต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรให้ยอดขายเพิ่ม  ลดได้ กำไรเพิ่ม! ชวนคุณมา “Lean ทั้งร้าน” ลดโอกาสเงินหาย กำไรติดลบ “Meal Kits” ช่องทางสร้างรายได้ใหม่ของร้านอาหาร  Save ต้นทุน สร้าง Cash Flow ทางรอดร้านอาหาร  คลิกอ่านบทความน่ารู้ จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี  มือใหม่เปิดร้านอาหาร การจัดการร้านอาหาร  การตลาดเพื่อธุรกิจร้านอาหาร  บทสัมภาษณ์ร้านอาหาร  ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ในการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ สูตรอาหาร

สูตรอาหารเพิ่มเติม
รวมเมนูเส้น เสริมมงคลตรุษจีน พิกัดเส้นจีน ช็อปง่ายที่แม็คโคร

รวมเมนูเส้น เสริมมงคลตรุษจีน พิกัดเส้นจีน ช็อปง่ายที่แม็คโคร

รวมเมนูเส้น เสริมมงคลตรุษจีน หลายประเทศในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในวัฒนธรรมชาวจีนมีความเชื่อว่าเมื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่มีเส้นยาวในวันปีใหม่ จะทำให้ชีวิตของผู้กินนั้นยืนยาวเหมือนกับลักษณะของเส้นก๋วยเตี๋ยวแนะนำพิกัดเส้นจีน ช็อปง่ายที่ Makro เดย์เดย์เส้นหมี่เสี้ยน  สามารถทำเมนูได้ทั้งผัด ยำ หรือต้มกับหม้อไฟ หวงหลงเส้นหนึบเสฉวน เส้นสำหรับหม้อไฟสไตล์เสฉวน กวงโย่วเส้นมันหวาน และกวงโย่วเส้นมันหวาน (เหลือง) เหมาะสำหรับผัด ยำ หรือต้มในหม้อไฟ เอโร่ หมี่เตี๊ยว เส้นเหลือง และเอโร่ หมี่เตี๊ยว เส้นขาว มีความเหนียว นุ่ม ผัดง่าย ทำได้หลากหลายเมนู เช่น ผัดหมี่ซั่วเส้นเหลือง, เส้นขาว เข้ากับช่วงเทศกาลตรุษจีน  ช็อปเส้นจีนได้ที่แม็คโคร หรือแม็คโครโปร : https://axtra.makro.co.th/Inter-Ingredient

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ไอเดียเมนู เพิ่มลูกเล่นเมนูต้อนรับวาเลนไทน์

ไอเดียเมนู เพิ่มลูกเล่นเมนูต้อนรับวาเลนไทน์

เสิร์ฟความหวานอร่อยทะลุร้าน ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ปี 2567 กับ 3 ไอเดียเมนู น่าขาย ครบรส ทั้งเมนูคาว-หวาน พร้อมพิกัดวัตถุดิบคุณภาพ ราคาคุณภาพ ใกล้บ้านคุณ Chocolate Covered Strawberries เมนู Chocolate Covered Strawberries อีกหนึ่งเมนูของหวานที่เหมาะกับการเป็นของขวัญวาเลนไทน์ ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวจากสตรอเบอร์รีสด เคลือบด้วยช็อกโกแลตได้หลากหลายรสชาติ เป็นสีสันและเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า เช่น ไวท์ช็อกโกแลต, สตรอเบอร์รี, ดาร์กช็อกโกแลต ฯ ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุด ๆ ความหวาน ละเมียดละไมจากช็อกโกแลต ถูกใจผู้รับแน่นอนแค่มีช็อคโกแลตคุณภาพดีก็จะทำให้ได้ขนมที่มีรสชาติเข้มข้น ขอแนะนำ DLA Naturals (ดีแอลเอ) ช็อกโกแลตคุณภาพเสูง สูตรเฉพาะของตระกูลลาดิแยร์ ที่มีจุดเริ่มต้นจากประเทศเบลเยี่ยม 1.DLA ไวท์คอมพาวด์ แบบเหรียญ 1 กก. 2.DLA ไวท์คอมพาวด์ แบบเหรียญ 500 ก. DLA ไวท์คอมพาวด์ แบบเหรียญ เหมาะสำหรับให้เคลือบตัวขนมให้สวยงามและเพิ่มเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบให้กับขนม 3.DLA ไวท์คูเวอร์เจอร์ 30 % 500 ก.เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนผสมของเนื้อขนม 4. DLA ไวท์ชิพส์ คอมพาวด์ 500 ก. ใช้ตกแต่ง หรือใส่ในเนื้อขนมเพื่อเพิ่มรสชาติ ช็อปได้ที่แม็คโครทุกสาขา หรือแม็คโครโปร :https://www.makro.pro/ Fresh Salmon Cake เปลี่ยนเค้กรูปหัวใจธรรมดา ๆ เป็น Fresh Salmon Cake เค้กแซลมอนสด รูปหัวใจ ถูกใจสายปลาส้มเลิฟเวอร์ จัดเรียงเป็นรูปหัวใจ หรือจัดเรียงเป็นดอกกุหลาบ ให้เข้ากับธีมเทศกาลวาเลนไทน์ เพิ่มเป็นเมนูพิเศษให้ลูกค้าสำหรับช่วงเดือนแห่งความรักขอแนะนำแซลมอนสด พร้อมบริการแล่ลอกหนัง ซื้อง่ายที่แม็คโคร พร้อมมั่นใจในคุณภาพ เพราะนำเข้าจากแหล่งผลิตที่ได้มาตราฐาน รักษาอุณหภูมิปลาตลอดการขนส่ง ทำให้ปลาสดใหม่อยู่เสมอ คุณภาพคงที่ มีศูนย์กระจายสินค้าคลอบคลุมทั่วประเทศช็อปได้ที่แม็คโครทุกสาขา หรือแม็คโครโปร :https://www.makro.pro/ Rose Lemon Spritzer เพิ่ม welcome drink ต้อนรับลูกค้าในช่วงวาเลนไทน์ ด้วยเมนูเครื่องดื่ม Rose Lemon Spritzer  เป็นเครื่องดื่มสีชมพูหวาน ๆ ด้วยน้ำ lemon ผสมไซรัปกลิ่นกุหลาบ ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสด จากมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมสนับสนุนเกษตรกรบนพื้นที่สูง เพิ่มโอกาสการขายให้ชาวสวนมีรายได้มั่นคง เติบโตอย่างยั่งยืนในส่วนของกลีบกุหลาบยังสามารถนำมาตกแต่งเมนูอาหารอื่น ๆ และตกแต่งร้านเพิ่ม mood Valentine ให้กับร้านได้อีกด้วย ���� ดอกกุหลาบแดง (โครงการหลวง) กำ 10 ดอก ดอกกุหลาบขาว (โครงการหลวง) กำ 10 ดอก ดอกกุหลาบชมพู (โครงการหลวง) กำ 10 ดอก ช็อปได้ที่แม็คโครทุกสาขา

สูตรอาหารเพิ่มเติม
รวมผักผลไม้โครงการหลวง คัดสรรคุณภาพเพื่อผู้ประกอบการ

รวมผักผลไม้โครงการหลวง คัดสรรคุณภาพเพื่อผู้ประกอบการ

ผักและผลไม้ วัตถุดิบที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ นอกจากรสชาติ ที่มาและความสะอาด ถือเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงผู้บริโภค เพื่อเพิ่มมูลค่า ให้ทุกจานเสิร์ฟ ปลอดสารเคมี ด้วยผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง โดดเด่นด้านคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยร่วมกันสนับสนุนเกษตรกรบนพื้นที่สูง ซื้อได้ที่แม็คโคร ให้ชาวสวนมีรายได้มั่นคง เติบโตอย่างยั่งยืนอีกทั้งผักผลไม้โครงการหลวง ล้วนคัดสรรคุณภาพ สะอาดปลอดภัย ในราคาสุดคุ้ม สามารถอ่านจุดเด่น และไอเดียเมนู ทั้ง ผักกาดขาวปลี ผักสลัดแก้ว สลัดคอส เคล แตงกวาญี่ปุ่น เคพกูสเบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี พันธุ์พระราชทาน 80 ทางเลือกที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด ผักกาดขาวปลี (Chinese Cabbage) ผักกาดขาวปลี (Chinese Cabbage) นิยมในตลาดเกษตรกรไทย, จีน, ไต้หวัน จะทานสดก็ได้ หรือนำไปทำเมนูปรุงสุกก็ดี ถือเป็นผักสร้างรายได้ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องไม่พลาดมีเมนูติดร้านซะแล้วจุดเด่นน่ารู้ : มีลักษณะใบสีเขียวอ่อน หัวใหญ่ ห่อคล้ายหัวปี รสสัมผัสหวานกรอบ คัดสรรอย่างดีจาก #โครงการหลวง สดใหม่สะอาด ปลอดสารเคมี และมีสารอาหารเพียบ เช่น วิตามิน A, C, กรดโฟลิค, ช่วยย่อยอาหาร เป็นต้นไอเดียเมนูน่าทำขาย : แกงจืด, ผัดผัก หรือผัดน้ำมันหอย, ผักกาดขาวห่อหมูสับ, ต้มผักกาดขาวเห็ดหอมสไตล์เจ, ผักกาดขาวผัดน้ำจิ้มสุกี้, กิมจิผักกาดขาวสไตล์เกาหลี หรือนำผักกาดขาวเสิร์ฟคู่กับน้ำพริก, เครื่องดื่มน้ำผักกาดขาว ผสมผลไม้ ได้ประโยชน์คับแก้ววิธีเก็บรักษา : เมื่อล้างผักแล้วนำมาสะเด็ดน้ำ เช็ดให้แห้ง แรปด้วยพลาสติกแรปหรือเก็บไว้ในถุงพลาสติก จากนั้นเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาสามารถซื้อผักกาดขาวปลีโครงการหลวง ที่แม็คโครหรือแม็คโครโปร สะดวกใกล้บ้านได้แล้ววันนี้ : https://axtra.makro.co.th/3uirpFN ผักสลัดแก้ว ผักสลัดแก้ว หรือผักกาดแก้ว ถือเป็นราชาแห่งสลัด สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนูเช่นกันจุดเด่นน่ารู้ : มีลักษณะใบหนากรอบ สีเขียวอ่อน ไม่เหม็นเขียว ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่เริ่มทานผัก โดยผักสลัดแก้วจากโครงการหลวงปลอดสารเคมี กรอบอร่อย รสชาติหวาน แคลอรี่ต่ำ นอกจากสลัดแล้ว หากอยากนำมาประกอบเมนูอื่น ๆ ก็รังสรรค์ได้ เพียงนำผักสลัดแก้วมาผ่านความร้อนเล็กน้อย แค่พอสะดุ้งไฟ ใบของผักหอมห่อนิ่ม ทำให้เครื่องปรุงแทรกซึมได้ง่าย ใช้ความร้อนเพียงเล็กน้อยก็พอแล้วไอเดียเมนูน่าทำขาย : ยำผักสลัด, ผักกาดแก้วผัดน้ำปลา, ผักกาดแก้วผัดเบคอน, เมี่ยงผักกาดแก้ว, ลาบ, น้ำตก, สเต็ก หรือทานเป็นผักเครื่องเคียงของหมูเกาหลีวิธีการเก็บรักษา : เมื่อล้างผักแล้วนำมาสะเด็ดน้ำ เช็ดให้แห้ง ห่อด้วยกระดาษบรู๊ฟหรือเก็บไว้ในถุงพลาสติก จากนั้นเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาสามารถซื้อผักสลัดแก้วโครงการหลวง ที่แม็คโครหรือแม็คโครโปร สะดวกใกล้บ้านได้แล้ววันนี้ : https://axtra.makro.co.th/3uirpFN สลัดคอส (Cos Lettuce) สลัดคอส (Cos Lettuce) หรือผักกาดหวาน ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวกวนใจ โดยผู้ประกอบการสามารถนำมาเป็นจุดขายได้จุดเด่นน่ารู้ : มีใบเรียวยาวสีเขียวสด ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว รสชาติที่หวาน กรอบ อร่อย มีวิตามิน A, B, C, กรดโฟลิก และไฟเบอร์สูง โดยสลัดคอสจากโครงการหลวง ผ่านกรรมวิธีการผลิตและเก็บเกี่ยวที่มีคุณภาพ ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจไอเดียเมนูน่าทำขาย : เมนูซุปต่าง ๆ , ผัดน้ำมันหอย, ซีซาร์สลัด, ทานสด ๆ เป็นเครื่องเคียงน้ำพริก ลาบ เนื้อย่างวิธีการเก็บรักษา : เมื่อล้างเสร็จ 1 น้ำแล้ว ให้นำผักไปใส่ในน้ำที่ 2 ที่เป็นน้ำเย็นแช่น้ำแข็ง 10 นาที จนผักมีความกรอบ เด้ง ให้เราสะเด็ดน้ำ แล้วเก็บในทัพเพอร์แวร์ได้ 3-4 วันสามารถซื้อผักสลัดคอสโครงการหลวง ที่แม็คโครหรือแม็คโครโปร สะดวกใกล้บ้านได้แล้ววันนี้ : https://axtra.makro.co.th/3uirpFN เคล (Kale) เคล (Kale) หรือเรียกกันว่าคะน้าใบหยิก ขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งผักใบเขียว” ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่หันมานิยมทานมากขึ้น สายรักสุขภาพไม่ควรพลาด คุณค่าทางโภชนาการสูง อาทิ วิตามิน K, วิตามิน C, ธาตุเหล็ก, ไฟเบอร์, คลอโรฟิลล์ น้ำตาลน้อย และช่วยลดไขมัน ลดน้ำตาลในเลือดจุดเด่นน่ารู้ : มีลักษณะใบสีเขียวเข้ม ขอบหยิก รสหวานกรอบ ต่างจากผักคะน้าทั่วไปที่มีรสขม โดยผักเคล จากโครงการหลวง ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล และนำเทคโนโลยีการลดอุณหภูมิผลผลิตด้วยระบบเย็นเร็วแบบ Hydro Vacuum Cooling จัดส่งด้วยรถห้องเย็น ช่วยยืดอายุให้ผักเคลคงความสดถึงมือผู้ประกอบการได้อย่างมั่นใจไอเดียเมนูน่าทำขาย : ผักเคลผัดไข่, มัฟฟินผักเคล, สมูทตี้ผักเคลม, สลัดผักเคล และสามารถทานสดเป็นเครื่องเคียงน้ำพริก วางบนจานสเต็ก รวมถึงการนำไปแปรรูปเป็นผงผักเคลวิธีการเก็บรักษา : เมื่อล้างผักแล้วนำมาแช่เย็น 5 นาที สะเด็ดน้ำให้แห้ง ห่อไว้ในถุงพลาสติกและนำเข้าตู้เย็นสามารถซื้อผักเคล โครงการหลวง ที่แม็คโครหรือแม็คโครโปร สะดวกใกล้บ้านได้แล้ววันนี้ : https://axtra.makro.co.th/3uirpFN แตงกวาญี่ปุ่น (Japanese Cucumber) แตงกวาญี่ปุ่น (Japanese Cucumber) อาจเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า และเพิ่มมูลค่าให้กับเมนูของคุณได้ เพราะมีรสชาติหวาน เมล็ดเล็ก น้ำน้อยกว่าแตงกวาประเภทอื่น ๆจุดเด่นน่ารู้ : ลักษณะผลยาวเรียว สีเขียวเข้ม เนื้อแน่นหวานกรอบ สดชื่น รังสรรค์เมนูได้มากมาย เมื่อนำมาคั้นดื่มจะให้แคลแคลอรีต่ำ ตอบโจทย์ลูกค้าสายรักสุขภาพ มีผลผลิตตลอดทั้งปีและมีสรรพคุณทางยา ช่วยขับพิษในร่างกาย บำรุงผิวและผมได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีวิตามิน A, วิตามิน C, วิตามิน B 1 2 3 5 6 เป็นต้นไอเดียเมนูน่าทำขาย : ยำแตงกวาญี่ปุ่นหมูสับ, ยำแตงกวาญี่ปุ่นไข่เยี่ยวม้าเสฉวน, สลัดแตงกวาญี่ปุ่นโรยเบคอน, แตงกวาญี่ปุ่นผัดไข่, แตงกวาดอง, กิมจิแตงกวา หรือเสิร์ฟให้ลูกค้าทานสด ๆ เป็นผักแนมวิธีการเก็บรักษา : ล้างแล้วเช็ดให้แห้ง ห่อด้วยกระดาษทิชชู่ เก็บให้มิดชิดในอุณหภูมิห้องที่เย็นและมืด จะยืดอายุได้ดีกว่าการเก็บในตู้เย็นสามารถซื้อแตงกวาญี่ปุ่นโครงการหลวง ที่แม็คโครหรือแม็คโครโปร สะดวกใกล้บ้านได้แล้ววันนี้ : https://axtra.makro.co.th/3uirpFN เคพกูสเบอร์รี (Cape Gooseberries จิ๋วแต่แจ๋ว! กับเคพกูสเบอร์รี (Cape Gooseberries) หรือบ้านเราเรียกกันว่า “ระฆังทอง, โทงเทงฝรั่ง” ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แม้จะลูกเล็กแต่ Superfood ขั้นเทพ อุดดมไปด้วยวิตามิน A, C สูงกว่าเลมอน 2 เท่า, สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวสดใสสุขภาพดี เอาใจกลุ่มลูกค้าผู้หญิงได้ แถมให้พลังงานต่ำ ถูกใจลูกค้าสายควบคุมน้ำหนักจุดเด่นน่ารู้ : เคพกูสเบอร์รีโครงการหลวง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสเปรี้ยวอมหวาน มีเปลือกห่อหุ้มเป็นกลีบเลี้ยง เมื่อปอกเปลือกออกจะเห็นผลส้ม เริ่มทดลองปลูกเมื่อ 45 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2522) เพื่อให้ชาวเหนือปลูกทดแทนไร่ฝิ่นไอเดียเมนูน่าทำขาย : ยำเคพกูสเบอร์รีสไตล์ไทย, น้ำพริกเคพกูสเบอร์รี, สลัดเคพกูสเบอร์รี, เคพกูสเบอร์รีโยเกิร์ตสมูทตี้, เค้กเคพกูสเบอร์, เคพกูสเบอร์รีสกัดเย็น, สามารถนำไปชุบช็อคโกแลต, ทำเป็นแยม หรือตกแต่งหน้าเค้กได้วิธีการเก็บรักษา : เก็บไว้ในตู้เย็นด้วยอุณหภูมิเย็นปานกลางเพื่อไม่ให้เคพกูสเบอร์รีช้ำสามารถซื้อเคพกูสเบอร์รีโครงการหลวง ที่แม็คโครหรือแม็คโครโปร สะดวกใกล้บ้านได้แล้ววันนี้ : https://axtra.makro.co.th/3uirpFN สตรอว์เบอร์รี (Strawberries) ซื้อ 1 ได้ถึง 2 กับวัตถุดิบสตรอว์เบอร์รี (Strawberries) ทำได้ทั้งเมนูคาว-หวาน รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอีกด้วย ถือเป็นหนึ่งในผลไม้ที่กระตุ้นเศรษฐกิจ โภชนาการสูง แนะนำสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 จากโครงการหลวง ปลอดภัย ไร้สารเคมี สามารถชูเป็นจุดเด่นเพื่อดึงดูดความสนใจกลุ่มลูกค้าสายรักสุขภาพจุดเด่นน่ารู้ : สตรอว์เบอร์รีโครงการหลวง เป็นพันธุ์ลูกผสมจากญี่ปุ่น ผ่านการวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาพันธุ์ให้เป็นพืชทดแทนฝิ่นของชาวเหนือ ส่งเสริมให้เกษตรกรไทยปลูกในปี พ.ศ. 2550 มีผลใหญ่เนื้อแน่น มีน้ำหนักเฉลี่ยมีมากสุดอยู่ที่ 30 – 35 กรัม สีแดงสด ลักษณะเงางามน่าทาน รสชาติดี มีกลิ่นหอมจัดเมื่อสุกเต็มที่ เก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเวลา 08.00 – 09.00 น. ที่ความสุกระดับ 90% จะเป็นช่วงที่สตรอว์เบอร์รีอร่อยที่สุดไอเดียเมนูน่าทำขาย- เมนูคาว : เบอร์เกอร์ไก่ทอดซอสสตรอว์เบอร์, ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ, ซัลซ่าสตรอว์เบอร์รี, ข้าวผัดผงกะหรี่สตรอว์เบอร์รี- เมนูของหวาน : สตรอว์เบอร์รชีสเค้ก, ถังหูลู่, มัทฉะสตรอว์เบอร์รี, แซนด์วิชสตรอว์เบอร์รีครีมสด, Strawberries Compote- เมนูเครื่องดื่ม : ชาไทยสตรอว์เบอร์รี, สตรอว์เบอร์รีมอคค่าปั่น, สตรอว์เบอร์รีลาเต้เย็น, ช็อคโก้พิ้งค์, นมสดสตรอว์เบอร์รีสามารถเพิ่มยอดขายด้วย แยมสตรอว์เบอร์รีโฮมเมด เก็บได้นาน 1 เดือนวิธีการเก็บรักษา : แช่ในน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชู (สัดส่วนน้ำส้มสายชู : น้ำเปล่า ประมาณ 1:10 ) 5 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่า สะเด็ดน้ำแล้ววางไว้บนทิชชู่ให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วสามารถเก็บในทัพเพอร์แวร์หรือภาชนะที่ปิดมิดชิดใส่ตู้เย็นสามารถซื้อสตรอว์เบอร์รี พันธุ์พระราชทาน 80 โครงการหลวง ที่แม็คโครหรือแม็คโครโปร สะดวกใกล้บ้านได้แล้ววันนี้ : https://axtra.makro.co.th/3uirpFN

สูตรอาหารเพิ่มเติม
อร่อยสุดฮิต! ซาซานิชิกิ พันธุ์ข้าวขายดีในร้านอาหารญี่ปุ่น ช็อปได้ที่ Makro

อร่อยสุดฮิต! ซาซานิชิกิ พันธุ์ข้าวขายดีในร้านอาหารญี่ปุ่น ช็อปได้ที่ Makro

อยากเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นมือโปร ต้องใส่ใจทุกจุด โดยเฉพาะข้าวญี่ปุ่น  ช่วยเสริมความอร่อยและชูเอกลักษณ์ของเมนูที่ร้านให้โดดเด่น! หากคิดถึงพันธุ์ข้าวคุณภาพ “ซาซานิชิกิ” ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ เมื่อหุงสุกแล้วเมล็ดข้าวมีความร่วน หุงขึ้นหม้อ สัมผัสเหนียวนุ่ม กลิ่นหอมหวานเล็กน้อยอย่างมีเอกลักษณ์ เหมาะกับการทำเมนูข้าวปั้นญี่ปุ่น หรือโอนิกิริให้ลูกค้ารับประสบการณ์ความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น ขอแนะนำ “ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ซาซานิชิกิ ตราเอโร่” ข้าวญี่ปุ่นคุณภาพ หอม เหนียว นุ่ม เต็มเมล็ด 100% ผ่านการคัดสรรทุกเมล็ด ปลูกนานกว่า 120 วัน สินค้า only@makro ช็อปได้ที่แม็คโคร หรือแม็คโครโปร : https://bit.ly/49pJ25A พิเศษ! มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่งาน Japan in Love ณ แม็คโคร สาขา ศรีนครินทร์ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. - 3 มี.ค. 67 นี้เท่านั้น!location : https://maps.app.goo.gl/tcW5CTt4excTmf118แชร์ไอเดียเสริม เพิ่มรายได้ ด้วยเมนูข้าวปั้นญี่ปุ่น หรือโอนิกิริ  เป็นเมนูทำง่าย โดยนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว มาต่อยอดเป็นไส้และส่วนผสมของโอนิกิริ ให้ได้ไส้ใหม่ ๆ ดึงดูดลูกค้าได้  ช็อปง่าย ๆ ได้ที่แม็คโคร หรือแม็คโครโปรเช่นกัน เมนไทโกะ ไข่ปลาค๊อดปรุงรสแช่แข็ง เอโร่ เนื้อปูเทียมแช่แข็ง  โดโมโตะ ผักกาดต้มสุกปรุงรส  ทาเบรุ สาหร่าย ห่อข้าวสามเหลี่ยม โฮชิ บ๊วยดองน้ำผึ้ง ปลาไหลย่างซีอิ๊วแช่แข็ง

สูตรอาหารเพิ่มเติม
หน่อไม้ฝรั่งขาว รังสรรค์เมนูพรีเมียม หาซื้อวัตถุดิบได้ที่ Makro

หน่อไม้ฝรั่งขาว รังสรรค์เมนูพรีเมียม หาซื้อวัตถุดิบได้ที่ Makro

อยากเพิ่มจุดเด่นเพื่อเพิ่มมูลค่า สรรสร้างเอกลักษณ์เมนูที่ร้าน ด้วยหน่อไม้ฝรั่งขาว  ผักชั้นสูงที่ร้านอาหารสไตล์ตะวันตก  อย่างชาวยุโรปนิยม รวมถึงประเทศไทยบ้านเรา เพราะรสชาติอร่อย กรุบกรอบ ทานง่าย โภชนาการสูงมาก หมดปัญหาเรื่องวัตถุดิบขาดแคลน ราคาผันผวน ที่แม็คโคร ทุกสาขา มีจำหน่ายตลอดทั้งปีเอโร่ หน่อไม้ฝรั่งขาวแช่แข็ง เป็นวัตถุดิบแช่แข็ง จึงมีอายุการใช้งานยาวนาน เก็บรักษาง่าย ช่วยลด Waste จากการเน่าเสียได้ดี คุณภาพดี สด กรอบ ชิ้นใหญ่ ยาว ทำเมนูสไตล์ไหนก็อร่อยถูกปาก สะดวก ตัดแต่งมาเรียบร้อย พร้อมใช้งานได้ 100% ไม่ต้องเสียเวลาตัดแต่งเตรียมวัตถุดิบ จึงลดความเสี่ยงจากการสูญเสียที่เกิดจากการตัดแต่งได้ สินค้า only@makro ช็อปได้ที่แม็คโคร หรือแม็คโครโปร : https://bit.ly/3Tb5fifแชร์ไอเดียเมนู หน่อไม้ฝรั่งขาว ราสซอสฮอลแลนเดส หน่อไม้ฝรั่งขาวเจี๋ยนน้ำมันหอย สไตล์จีน หน่อไม้ฝรั่งขาว เสิร์ฟคู่กับสเต๊กแซลมอน ครอสตินี่ หน่อไม้ฝรั่งขาว หากจะรังสรรค์เป็นเมนูสไตล์ไทยก็สามารถทำได้ เช่น เมนูแกงส้มหน่อไม้ฝรั่งขาว, สุกี้แห้งหน่อไม้ฝรั่งขาว เป็นต้นหากใครมีเมนูน่าสนใจน่าทำขาย แชร์ในคอมเมนท์ได้เลย! 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
รวมสูตรอาหาร รังสรรค์พิเศษโดยเชฟมืออาชีพ - ThaiFex 2024 บูธแม็คโคร

รวมสูตรอาหาร รังสรรค์พิเศษโดยเชฟมืออาชีพ - ThaiFex 2024 บูธแม็คโคร

เนื้อย่างบาร์บีคิวเสิร์ฟคู่น้ำจิ้มแจ่วและคอร์นพาเมซาน - โดย เชฟบิวดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก  เชฟบิว ปลากระพงทอด ซอสหม่าล่า - โดย เชฟเทียนดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก  เชฟเทียน ข้าวอบเนื้อสันนอกซอสมิโซะไข่ปลาและครีมชีส - โดย เชฟพฤกษ์ดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก  เชฟพฤกษ์ เครปเย็นใบเตยไส้มะพร้าว ท็อปปิ้งครีมมาสคาโปนมะพร้าว - โดย เชฟเกดดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟเกด เบอร์เกอร์ขาหมูเยอรมันกับน้ำสลัดเทาซันไอส์แลนด์ - โดยเชฟ บิ๊กดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟบิ๊ก ทาโก้เปิดหน้า ไก่จาลาปีโน่ - โดย เชฟอ๊อฟดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟอ๊อฟ ทิมเบอร์ริง แซลมอนรมควัน - โดย เชฟจารึกดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟจารึก เชทาร์ตแครนเบอร์รี่กับช็อคโกแลตมูส - โดย เชฟพลอยดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟพลอย ปลาแซลมอนซอสเนยกระเพราอบชีสกับไข่เจียวสปาเกตตี้แซลมอนผัดกะเพรา - โดย เชฟอาร์ดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟอาร์ สันคอเนื้อออสเตรเลีย กับซอสยากินิกุไวน์แดง และมันบดมิโซะ - โดยเชฟอ๊อตโต้ดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟอ๊อตโต้ กาแฟกับลิ้นจี่แยม และครีมชีส - โดย เชฟ อ๊อตโต้ดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟอ๊อตโต้#2 บะหมี่แห้งอกเป็ดพะโล้ - โดยเชฟ เบนซ์ดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟเบนซ์ แพนเค้กช็อคโกแลตกล้วยหอมและไอศรีมวนิลา - โดย เชฟเบนซ์ดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟเบนซ์#2 โอโคโนมิยากิผัดฉ่าปูก้อน - โดย เชฟเต้ยดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟเต้ย มะม่วงโซดาซูซ่า - โดย เชฟเต้ยดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟเต้ย#2 ผัดไทยวุ้นเส้นกับกุ้งขาวใหญ่ - โดย เชฟติ๊ตูมดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟติ๊ตูม อุด้งบะหมี่เย็น และซุปปลาโบนิโตะแห้ง เสิร์ฟกับกุ้งทอด - โดย เชฟติ๊ตูมดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟติ๊ตูม#2 สเต๊กเนื้อบดอบชีสมิโซะราดซอสมะเขือเทศบาร์บีคิว - โดย เชฟบาสดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก  เชฟบาส#3 อเมริกาโนน้ำผึ้งยูสุ - โดย เชฟบาสดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก  เชฟบาส#2 ยำปลาสลิดเห็ดเข็มทองทอดกรอบ - โดย เชฟบาสดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟบาส สังขยาใบเตยมะพร้าวอ่อน - โดย เชฟเก้าดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟเก้า พิซซ่าซาวโดวชีสเบอร์ราต้าพาร์ม่าแฮม และผักร็อคเก็ต - โดย เชฟตั๊กดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก  เชฟตั๊ก พิซซ่าซาวโดวสไปซี่โชริโซ่ พีชและชีสรีคอตต้า - โดย เชฟตั๊กดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟตั๊ก#2 เวรี่เบอร์รี่ ดีเซิร์ท ซาวโดวจ์ พิซซ่า - โดย เชฟตั๊กดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟตั๊ก#3 อีซี่'ส มอร์ ซาวโดวจ์ พิซซ่า - โดย เชฟตั๊กดูรายการวัตถุดิบ และวิธีทำ คลิก เชฟตั๊ก#4

สูตรอาหารเพิ่มเติม
กระเพาะปลา

กระเพาะปลา

อาหาร ประเภทอาหาร ส่วนผสมหลัก ใช้เวลา เสิร์ฟ ไทย ซุป / แกง / ต้มจืด อาหารทะเล 30 นาที 4 ที่ ส่วนผสม 100 กรัมซอสหอยนางรม สูตรเข้มข้น ตราเด็กสมบูรณ์ 300 กรัมกระเพาะปลาแห้ง 30 กรัมขิง 5 ต้นต้นหอม 25 กรัมเหล้าจีน 3.5 ลิตรน้ำเปล่า 2 ก้อนซุปก้อน 2 ช้อนโต๊ะน้ำตาลทราย 1 ½ ช้อนโต๊ะซีอิ๊วดำ 2 ½ ช้อนโต๊ะซีอิ๊วขาว 60 กรัมซอสปรุงรส 2 รากรากผักชี 45 กรัมเห็ดหอม 300 กรัมหน่อไม้ก้อนหั่นเส้น 240 กรัมแป้งมันฮ่องกง 1 ช้อนชาพริกไทย 2 ก้อนเลือดไก่ 500 กรัมอกไก่ 30 ฟองไข่นกกระทาต้ม 100 กรัมผักชี ตามชอบจิ๊กโฉว่ เส้นหมี่ขาวลวก การเตรียมการ ตั้งน้ำให้เดือด นำกระเพาะปลาแช่ ประมาณ 10 นาที บีบน้ำออกแล้วนำไปต้ม ใส่ขิงและต้นหอม ประมาณ 10-15 นาที แล้วตักพักไว้ในน้ำเย็นและบีบเอาน้ำออก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ คลุกกับเหล้าจีนเพื่อมีกลิ่นหอม ตั้งน้ำให้เดือดใส่ซุปก้อน น้ำตาลทราย ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว รากผักชี และซอยหอยนางรม สูตรเข้มข้น ตราเด็กสมบูรณ์ ตามด้วยเห็ดหอมต้มจนเดือดอีกรอบ ใส่กระเพาะปลา หน่อไม้ก้อนหั่นเส้น เมื่อเดือดค่อยๆใส่แป้งมันฮ่องกงแล้วคน ปิดท้ายด้วยการใส่เลือดและพริกไทยคนให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

สูตรอาหารเพิ่มเติม
รายละเอียดโปรโมชั่นแม็คโครสร้างอาชีพ สตรีทฟู้ดหลักร้อยสู่มืออาชีพหลักล้าน สินค้าราคาพิเศษเพื่อผู้ประกอบการ

รายละเอียดโปรโมชั่นแม็คโครสร้างอาชีพ สตรีทฟู้ดหลักร้อยสู่มืออาชีพหลักล้าน สินค้าราคาพิเศษเพื่อผู้ประกอบการ

Hilight item leaflet 2.jpg 1.87 MB ซื้อได้แล้ววันนี้ที่แม็คโครสาขาที่ร่วมรายการและ https://www.makroclick.com/th และแม็คโครแอปพลิเคชั่น  ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 -28 มิ.ย. 65แม็คโครสาขาที่ร่วมรายการโปรโมชั่นภาคกลาง  1. แม็คโคร  สาขาลาดพร้าว2. แม็คโคร  สาขาแจ้งวัฒนะ3. แม็คโคร  สาขาศรีนครินทร์4. แม็คโคร  สาขาบางบอน5. แม็คโคร  สาขารังสิต6. แม็คโคร  สาขานครสวรรค์7. แม็คโคร  สาขาจรัญสนิทวงศ์8. แม็คโคร  สาขาสาทร9. แม็คโคร  สาขานครปฐม10. แม็คโคร  สาขาสามเสน11. แม็คโคร  สาขาสุพรรณบุรี12. แม็คโคร  สาขาสระบุรี13. แม็คโคร  สาขารามอินทรา14. แม็คโคร  สาขาลพบุรี15. แม็คโคร  สาขาอยุธยา16. แม็คโคร  สาขาคลองหลวง17. แม็คโคร  สาขาบางพลี18. แม็คโคร  สาขาศาลายา19. แม็คโคร  สาขาสมุทรสาคร20. แม็คโคร  สาขากัลปพฤกษ์21. แม็คโคร  สาขานครนายก22. แม็คโคร  สาขานครอินทร์23. แม็คโคร  สาขาศรีนครินทร์224. แม็คโคร  สาขาหนองจอก25. แม็คโคร  สาขาเพชรเกษม26. แม็คโคร  สาขาบางปู27. แม็คโคร  สาขาวังหิน28. แม็คโคร  สาขาสิงห์บุรี29. แม็คโคร  สาขาบางบัวทอง30. แม็คโคร  สาขาอุดมสุข31. แม็คโคร  สาขารามคำแหง (สัมมากร)32. แม็คโคร  สาขาพิจิตร33. แม็คโคร  สาขาปทุมธานี34. แม็คโคร  สาขาบดินทรเดชา35. แม็คโคร  สาขาประชาอุทิศ36. แม็คโคร  สาขาสุขุมวิท37. แม็คโคร  สาขานวมินทร์ 7038. แม็คโคร  สาขาอ่อนนุช39. แม็คโคร  สาขาสุขสวัสดิ์40. แม็คโคร  สาขาลาดกระบัง41. แม็คโคร  สาขานาทองเจริญ42. แม็คโคร  สาขารามคำแหง43. แม็คโคร  สาขาบางคอแหลม44. แม็คโคร  สาขาวงศกร45. แม็คโคร  สาขาเหม่งจ๋าย46. แม็คโคร  สาขาสุขุมวิท47. แม็คโคร  สาขาถนนจันทน์48. แม็คโคร  สาขาลำลูกกา49. แม็คโคร  สาขาแพรกษา50. แม็คโคร  สาขาประดิษฐ์มนูญูธรรมภาคตะวันออก1. แม็คโคร  สาขาชลบุรี2. แม็คโคร  สาขาระยอง3. แม็คโคร  สาขาจันทบุรี4. แม็คโคร  สาขาสระแก้ว5. แม็คโคร  สาขาฉะเชิงเทรา6. แม็คโคร  สาขาพัทยา7. แม็คโคร  สาขาตราด8. แม็คโคร  สาขาพัทยาเหนือ9. แม็คโคร  สาขาบ้านเพ10. แม็คโคร  สาขาเกาะช้าง11. แม็คโคร  สาขาแหลมฉบัง12. แม็คโคร  สาขากบินทร์บุรี13. แม็คโคร  สาขาบ่อวิน14. แม็คโคร  สาขาสัตหีบ15. แม็คโคร  สาขาอมตะนคร

สูตรอาหารเพิ่มเติม
พบกับงานแม็คโครสร้างอาชีพสตรีทฟู้ดหลักร้อย สู่มืออาชีพหลักล้าน ได้ที่แม็คโครภาคกลางและภาคตะวันออก ตลอดเดือน มิถุนายน (1 – 28 มิ.ย. 65)

พบกับงานแม็คโครสร้างอาชีพสตรีทฟู้ดหลักร้อย สู่มืออาชีพหลักล้าน ได้ที่แม็คโครภาคกลางและภาคตะวันออก ตลอดเดือน มิถุนายน (1 – 28 มิ.ย. 65)

กิจกรรมภายในงาน ·  สินค้าราคาพิเศษเพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร และ สินค้าไอเดียธุรกิจสร้างอาชีพ ราคาพิเศษ  วันที่ 1- 28 มิ.ย. 65  ·  กิจกรรมเวิรค์ช็อปทำอาหารที่สาขาแจ้งวัฒนะ ในวันที่ 10 มิ.ย. 65 และ ที่สาชาชลบุรีในวันที่ 17  มิ.ย. 65 ·  บูธชงชิมที่แม็คโครภาคกลาง ในวันที่ 10 – 12 มิ.ย. และ ที่แม็คโครภาคตะวันออกในวันที่ 17 – 19 มิ.ย. แม็คโครภาคกลาง   1. แม็คโคร  สาขาลาดพร้าว  2. แม็คโคร  สาขาแจ้งวัฒนะ  3. แม็คโคร  สาขาศรีนครินทร์ 4. แม็คโคร  สาขาบางบอน 5. แม็คโคร  สาขารังสิต 6. แม็คโคร  สาขานครสวรรค์ 7. แม็คโคร  สาขาจรัญสนิทวงศ์ 8. แม็คโคร  สาขาสาทร 9. แม็คโคร  สาขานครปฐม  10. แม็คโคร  สาขาสามเสน  11. แม็คโคร  สาขาสุพรรณบุรี 12. แม็คโคร  สาขาสระบุรี 13. แม็คโคร  สาขารามอินทรา 14. แม็คโคร  สาขาลพบุรี 15. แม็คโคร  สาขาอยุธยา 16. แม็คโคร  สาขาคลองหลวง 17. แม็คโคร  สาขาบางพลี 18. แม็คโคร  สาขาศาลายา 19. แม็คโคร  สาขาสมุทรสาคร 20. แม็คโคร  สาขากัลปพฤกษ์ 21. แม็คโคร  สาขานครนายก 22. แม็คโคร  สาขานครอินทร์ 23. แม็คโคร  สาขาศรีนครินทร์2 24. แม็คโคร  สาขาหนองจอก 25. แม็คโคร  สาขาเพชรเกษม 26. แม็คโคร  สาขาบางปู 27. แม็คโคร  สาขาวังหิน 28. แม็คโคร  สาขาสิงห์บุรี 29. แม็คโคร  สาขาบางบัวทอง 30. แม็คโคร  สาขาอุดมสุข 31. แม็คโคร  สาขารามคำแหง (สัมมากร) 32. แม็คโคร  สาขาพิจิตร 33. แม็คโคร  สาขาปทุมธานี 34. แม็คโคร  สาขาบดินทรเดชา 35. แม็คโคร  สาขาประชาอุทิศ 36. แม็คโคร  สาขาสุขุมวิท 37. แม็คโคร  สาขานวมินทร์ 70 38. แม็คโคร  สาขาอ่อนนุช 39. แม็คโคร  สาขาสุขสวัสดิ์ 40. แม็คโคร  สาขาลาดกระบัง 41. แม็คโคร  สาขานาทองเจริญ 42. แม็คโคร  สาขารามคำแหง 43. แม็คโคร  สาขาบางคอแหลม 44. แม็คโคร  สาขาวงศกร 45. แม็คโคร  สาขาเหม่งจ๋าย 46. แม็คโคร  สาขาสุขุมวิท 47. แม็คโคร  สาขาถนนจันทน์ 48. แม็คโคร  สาขาลำลูกกา 49. แม็คโคร  สาขาแพรกษา 50. แม็คโคร  สาขาประดิษฐ์มนูญูธรรม แม็คโครภาคตะวันออก 1. แม็คโคร  สาขาชลบุรี 2. แม็คโคร  สาขาระยอง 3. แม็คโคร  สาขาจันทบุรี 4. แม็คโคร  สาขาสระแก้ว 5. แม็คโคร  สาขาฉะเชิงเทรา 6. แม็คโคร  สาขาพัทยา 7. แม็คโคร  สาขาตราด 8. แม็คโคร  สาขาพัทยาเหนือ 9. แม็คโคร  สาขาบ้านเพ 10. แม็คโคร  สาขาเกาะช้าง 11. แม็คโคร  สาขาแหลมฉบัง 12. แม็คโคร  สาขากบินทร์บุรี 13. แม็คโคร  สาขาบ่อวิน 14. แม็คโคร  สาขาสัตหีบ 15. แม็คโคร  สาขาอมตะนคร

สูตรอาหารเพิ่มเติม
บทสวดบูชา 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวดสร้างบารมี เสริมโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย

บทสวดบูชา 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวดสร้างบารมี เสริมโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย

ค้าขายไม่ดี ลูกค้าหนีหาย..สายมูต้องเข้า! รวมบทสวดบูชา 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวดสร้างบารมี เสริมโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย พ่อค้าแม่ขายควรรู้  ยุคนี้เอาทุกทาง เสริมดวงค้าขาย ให้ออเดอร์เข้าปังๆ  แนะนำ บทสวดบูชาท้าวเวสสุวรรณ  ขอพรด้านการเงิน บทสวดบูชาพญานาคราช เงินทองมั่งมี ชีวิตรุ่งโรจน์  บทสวดบูชาองค์พญาครุฑ เสริมความรุ่งเรืองให้ชีวิต ป้องกันภัย และเมตตามหานิยม  บทสวดบูชาท้าวเวสสุวรรณ บทสวดบูชาท้าวเวสสุวรรณ เจ้าแห่งอสูรทั้งปวง สามารถป้องกันภูตผี มนต์ดำ และสิ่งอัปมงคลต่างๆ เชื่อกันว่าท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพแห่งความร่ำรวย ผู้คนจึงนับถือบูชาเพื่อขอพรด้านการเงินด้วย  ข้อควรปฏิบัติหากจะเริ่มบูชา รักษาศีล 5 ห้ามประพฤติตนไม่ดีต่อผู้อื่นไม่เป็นผู้ทำลายศาสนาพุทธ ทั้งทางตรงทางอ้อมห้ามยุยงให้สิ้นศรัทธาต่อศาสนาพุทธไม่ประกอบอาชีพทุจริตไม่เป็นคนเห็นแก่ตัวมีน้ำใจ และให้ทานสม่ำเสมอ บทสวดบูชาพญานาคราช บทสวดบูชาพญานาคราช ผู้บูชาจำเป็นต้องอยู่ในศีลอย่างจริงจัง และทำบุญทำทานเป็นประจำ เนื่องจากพญานาคมีความเลื่อมใสในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างที่เรารู้จักในนามพญามุจลินท์นั่นเอง วิธีอธิษฐานขอพร ตั้งจิตที่ตั้งมั่นศรัทธา อัญเชิญมาประสิทธิพระพรชัย ให้แก่ข้าพเจ้าในเวลาบัดนี้เถิด ขอความไม่ดีทั้งหลายจงพินาศสิ้นไป ขอความเป็นมงคลทั้งหลาย ความสวัสดีมีชัยทั้งหลาย จงมีแด่ตัวข้าพเจ้าและครอบครัว บทสวดอัญเชิญสรรเสริญองค์พญาครุฑ บทสวดอัญเชิญสรรเสริญองค์พญาครุฑ เชื่อกันว่า “ครุฑ” แทนความหมายถึง มหาอำนาจในการปกป้องคุ้มครอง  เป็นพญาแห่งนกทั้งมวล และเป็นพาหนะของพระวิษณุ ปกติอาศัยอยู่ที่วิมานฉิมพลี มีรูปเป็นครึ่งคนครึ่งนกอินทรี ได้รับพรให้เป็นอมตะ ไม่มีอาวุธใดทำลายลงได้ แม้กระทั่งสายฟ้าของพระอินทร์ ทำได้เพียงให้ขนของครุฑหลุดร่วงลงมาเพียงเส้นหนึ่งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ครุฑจึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "สุบรรณ" ซึ่งหมายถึง "ขนวิเศษ“และครุฑ ยังเป็นตราแผ่นดินในประเทศอินเดีย, อินโดนีเซีย และไทยอีกด้วยผู้ที่บูชาครุฑ ต้องถวายน้ำโดยเปลี่ยนน้ำทุกวัน รักษาศีล 5 ทำบุญถวายสังฆทาน รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความกตัญญูต่อผู้ที่มีพระคุณ คาถาบูชาองค์พญาครุฑ

สูตรอาหารเพิ่มเติม
5 ไอเดียรังสรรค์ เมนูข้าวเหลือ ให้ว้าว อร่อย คุ้มค่า

5 ไอเดียรังสรรค์ เมนูข้าวเหลือ ให้ว้าว อร่อย คุ้มค่า

5 ไอเดียรังสรรค์ เมนูข้าวเหลือ ให้ว้าว อร่อย คุ้มค่า หนึ่งในปัญหาโลกแตกสำหรับร้านอาหาร  หุงข้าวไม่พอ ไม่ก็.. หุงข้าวแล้วเหลือ  ไม่มีเจ้าของร้านอาหารคนไหนอยากจะทิ้งวัตถุดิบ  เพราะทุกอย่างคือเงิน! เพราะฉะนั้นต้องบริการจัดการวัตถุดิบให้อยู่หมัด  หากข้าวเหลือสามารถทำไปทำเมนูใหม่ได้หลากหลายทั้งอาหารคาว ของกินเล่น ช่วยลด Waste เพิ่มยอดขาย เพิ่มกำไรต่อบิลให้กับร้านอาหารได้  แต่ข้าวที่จะสามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลาย  ต้องเป็นข้าวที่มีการผสมอย่างลงตัวทั้งข้าวหอมมะลิ ที่ให้ความนุ่ม  และข้าวขาวเม็ดสวย ตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ  ผสมข้าวหอมมะลิ 70% ข้าวขาว 30%  ทำให้ข้าวเมื่อหุงแล้วหอม นุ่ม หุงขึ้นหม้อ  เหมาะสำหรับหุงเป็นข้าวสวย หรือปรุงเมนูอาหารได้หลากหลาย หุงง่าย คุณภาพได้มาตรฐานเหมือนทุกครั้ง และราคาคุ้มค่า เลือกซื้อ ตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ ได้ที่ Makro ทุกสาขา หรือ Makro Click คลิก >> https://makro.co.th/3ts7ZKI ยำข้าวทอดแหนมคลุก ยำข้าวทอดแหนมคลุก เปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของข้าวเหลือ กลายเป็นอีกเมนูที่รสชาติเปรี้ยวเผ็ดซี๊ด แค่เห็นก็น้ำลายสอ อย่างยำข้าวทอดแหนมคลุก เมนูยอดนิยมที่สร้างเสิร์ฟในร้านก็ได้ จะบูธขายหน้าร้าน หรือตลาดนัด ก็ขายดิบขายดี ตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ ผสมข้าวหอมมะลิ 70% ข้าวขาว 30% ตอบโจทย์ได้ทุกเมนู จะพลิกแพลงนำข้าวไปทำเมนูอะไรก็สามารถทำได้ ข้าวผัด ข้าวผัด  เมนูพื้นฐานที่แทบจะมีทุกร้าน หากบริหารจัดการวัตถุดิบให้ดี เมื่อมีลูกค้าสั่งข้าวผัดสามารถเลือกใช้ข้าวที่เหลือได้ คนทำอาหารทราบดีอยู่แล้วว่าจะทำข้าวผัดให้อร่อยต้องเป็นข้าวเย็น ยิ่งค้างคืนได้ ก็จะยิ่งได้ข้าวผัดที่เม็ดสวย ไม่แฉะเพราะฉะนั้นหากใช้ข้าวที่เหลือมาทำข้าวผัดก็พอดีเป๊ะ ตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ ผสมข้าวหอมมะลิ 70% ข้าวขาว 30% เหมาะที่จะนำมาทำข้าวได้ ข้าวต้ม ข้าวต้ม  หากร้านอาหารของคุณเป็นร้านที่เปิดตั้งแต่มื้อเช้า ลองทำโปรโชั่นเมนูข้าวต้ม โดยนำข้าวเหลือมาทำข้าวต้ม ก็จะทำให้บริหารจัดการวัตถุดิบได้ลงตัว หรือจะวางให้ข้าวต้มเป็นเมนูทางเลือกของร้านก็ทำได้เช่นกันซึ่งข้าวต้มจากข้าวที่เหลือลองทำเป็นแบบข้าวสวย + น้ำซุป ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ผักโรย กระเทียมเจียว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าขายได้ราคามากขึ้นได้ โดยให้เลือก Topping เพิ่มได้ เช่น หมูกรอบ กุนเชียง หมูหยอง ซึ่งการทำข้าวต้มแบบนี้สามารถทำชามต่อชามได้ตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ ผสมข้าวหอมมะลิ 70% ข้าวขาว 30% หากหุงแล้วเหลือจะนำไปปรับเป็นเมนูอื่นๆ ก็ยังทำได้ อร่อยเหมือนเดิม ข้าวตังหน้าตั้ง ข้าวตังหน้าตั้ง  การถนอมอาหารที่ได้ของทานเล็กกึ่งคาวกึ่งหวาน ดั้งเดิมใช้ข้าวที่ติดก้นหม้อแข็งๆ แต่สมัยนี้หุงข้าวไม่ติดก้นหม้อแล้ว ใช้ข้าวเหลือมาทำเป็นแผ่นๆ ตากให้แห้ง นำลงทอดจนเหลืองอ่อนๆ ทั้งสองด้าน ทานกับน้ำราดที่มีทั้ง มันกุ้ง เนื้อกุ้ง เนื้อหมู กะทิ บอกเลยว่าขายได้ราคา! เป็นเมนูทานเล่นจัดเสิร์ฟที่ร้านก็ได้ หรือจะเป็นเมนูของฝากซื้อกลับบ้านก็ได้เพิ่มยอดขายต่อบิลไปอีก!ตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ ผสมข้าวหอมมะลิ 70% ข้าวขาว 30% เมนูอาหารคาวทำได้ ของทานเล่นก็ทำได้ ข้าวแต๋น หรือ ขนมนางเล็ด ข้าวแต๋น หรือ ขนมนางเล็ด ข้าวแต๋นเป็นชื่อเรียกจากทางเหนือ ส่วนภาคกลางเรียกขนมนางเล็ด เป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหารอีกเช่นกัน นำข้าวที่เหลือมาล้างน้ำ ผสมเกลือเล็กน้อย อัดข้าวลงพิมพ์วงกลม ตากไว้ให้แห้ง หรือตอนนี้มี ข้าวแต๋นน้ำแตงโม เป็นการเพิ่มรสชาติหวานให้ข้าวแต๋น โดยจะใส่น้ำแตงโมที่ปั่นและคั่นเอาแต่น้ำไปผสมกับข้าวก่อนนำข้าวไปใส่ลงพิมพ์ เมื่อนำมาทอดจะเป็นสีน้ำตาลสวยด้วย เมื่อทอดแล้วนำมาราดเป็นเส้นๆ ด้วยน้ำตาลอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียว หรือบางร้านเน้นน้ำตาลอ้อยฉ่ำๆ ก็จัดเต็มหน้าไปเลยตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ ผสมข้าวหอมมะลิ 70% ข้าวขาว 30% ทำเมนูได้หลากหลาย หากหุงแล้วเหลือจากเมนูหลักของร้าน ก็สามารถนำมาทำ ข้าวแต๋น หรือขนมนางเล็ด ได้ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://bit.ly/3Q8gt3uเลือกซื้อ ตราฉัตร ข้าวหอมสูตรพิเศษ ได้ที่ Makro ทุกสาขา หรือ Makro Click คลิก >> https://makro.co.th/3ts7ZKI

สูตรอาหารเพิ่มเติม
อยากเริ่มต้นเปิดร้าน Street Food 2021 เริ่มต้นอย่างไรดี

อยากเริ่มต้นเปิดร้าน Street Food 2021 เริ่มต้นอย่างไรดี

อยากเริ่มต้นเปิดร้าน Street Food 2021 เริ่มต้นอย่างไรดี Street Food (สตรีทฟู้ด) นับเป็นธุรกิจหนึ่งที่น่าทำ เนื่องจากลงทุนไม่มาก และเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการกินพื้นฐานของคนไทย มีการคาดการณ์กันว่าในปี 2564 ธุรกิจ Street Food ในไทยจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 340,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.3 ต่อปีเลยทีเดียว วันนี้ MHA มีขั้นตอนและคำแนะนำในการเริ่มต้นทำธุรกิจ Street Food มาแนะนำ สำหรับผู้ที่อยากจะเริ่มทำธุรกิจ Street Food ในปี 2564 นี้ เลือกเมนูที่จะขายก่อน สร้างความแตกต่างให้กับร้าน Street Food เลือกทำเล Street Food ที่จะขาย Street Food  ก็ทำการตลาดได้ คำนึงถึงคุณภาพในด้านต่าง ๆ การจัดการร้าน Street Food มาตรการ Street Food ในช่วงโควิด-19 ข้อควรระวังในการเปิดร้าน Street Food เลือกเมนูที่จะขายก่อน สำหรับการเลือกเมนูในร้าน Street Food นั้น อาจพิจารณาจากปัจจัยที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้าเป็นคนที่ทำอาหารได้อยู่แล้ว ให้ลองเลือกเมนูที่ทำได้โดดเด่นที่สุดออกมา จากนั้นค่อยหาเมนูที่เหมาะกับการทำเป็น Street Food เป็นเมนูที่ทานง่าย ใช้เวลาปรุงและเวลาทานไม่นาน จะเป็นอาหารจานเดียวหรือเป็นชุดไม่ใหญ่นักก็ได้ และต้องสามารถซื้อกลับบ้านได้ เช่น อาหารตามสั่งต่าง ๆ สเต็ก อาหารปิ้ง-ย่าง ของทอด เครื่องดื่มชง ชานม เป็นต้น หรืออาจมองที่ทำเลเป็นหลัก หากเล็งทำเลใดที่จะขายของอยู่แล้ว ให้ลองสำรวจดูก่อนว่า ในทำเลนั้นยังขาดอาหารอะไรบ้าง จะได้ไม่ซ้ำซ้อนกับร้านอื่นที่ขายอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจึงดูว่าเราสามารถทำเมนูนั้นได้อย่างโดดเด่นหรือไม่อีกทีหนึ่ง หรือหากจะเน้นขายอย่างเดียว ให้ลองติดต่อซื้อแฟรนไชส์ Street Food มาขายก็ได้เช่นกัน 2. สร้างความแตกต่างให้กับร้าน Street Food ไม่ว่าจะเป็นส่วนของตัวร้าน หรือเมนูอาหาร การตกแต่งร้านที่แตกต่างจากคนอื่น การตั้งชื่อร้านให้น่าสนใจแต่ต้องนึกออกทันทีว่าร้านขายอะไร เช่น หมูสะเต๊ะหญิงอัจ, เตี๋ยว-ตำ-ยำ ลูกชิ้นดิ้นรน หรือร้านไก่กระสุน ส่งเร็วเหมือนยิงกระสุน สำหรับการตกแต่งร้านไม่ควรใช้งบประมาณมากจนเกินไป แต่ต้องมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารครบ มีการจัดวางที่เป็นระเบียบ มีโลโก้ ชื่อร้าน และเมนูที่ชัดเจน บ่งบอกความเป็นตัวเองของร้าน ในส่วนของเมนูอาหารนั้น ลองปรับจากเมนูธรรมดาให้แตกต่างจากร้านอื่น เช่น  ทอดมันหัวปลี โรยด้วยใบชาทอด กะเพราสารพัดเมนูพิเศษ ปาท่องโก๋กับดิปประเภทต่างๆ เครปสารพัดไส้ หรือถ้ามีสูตรเฉพาะของร้านก็จะสร้างจุดเด่นได้เป็นอย่างมาก 3. เลือกทำเล Street Food ที่จะขาย ร้าน Street Food โดยทั่วไปจะต้องพึ่งพาลูกค้าที่ไปทานในร้านเป็นหลัก แต่ยุคนี้ลูกค้าเดลิเวอรี่ก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น การเลือกทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมายสัญจรผ่านเป็นประจำและพนักงานจัดส่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายจึงสำคัญมาก ซึ่งได้แก่ ทำเลใกล้แหล่งที่ทำงาน บริษัท ห้างร้าน ใกล้สถานศึกษา  แต่ใช่ว่าจะสามารถนำรถเข็น  Food truck หรือ บูธขายอาหาร ไปตั้งในสถานที่นั้นได้เลย เพราะต้องศึกษาข้อห้ามและกฎหมายเกี่ยวกับการขายสินค้าตามทางและที่สาธารณะของแต่ละจังหวัดให้ดีก่อนว่ามีการอนุญาตอย่างไรบ้าง  ดังนั้น ตลาดนัด โซนขายอาหาร, Walking street และ Night Brazza จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการตั้งร้านขาย Street food เพราะเป็นพื้นที่ที่จัดเอาไว้โดยเฉพาะสำหรับขายอาหาร ทั้งนี้อาจต้องเสียค่าเช่าพื้นที่บ้าง หรือถ้าร้านเราสามารถย้ายที่ตั้งได้ง่าย หรือเป็น Food Truck ลองเพิ่มโอกาสการขายโดยการออกร้านในงานอีเว้นท์ด้วยก็ได้ ศึกษาเพิ่มเติมการเลือกทำเล ได้ที่ เปิดร้านให้รวย ด้วยทำเลดี 4. Street Food  ก็ทำการตลาดได้ สำหรับร้าน Street Food ในปัจจุบัน จำเป็นต้องทำการตลาดทั้งแบบพื้นฐานและออนไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่ กลยุทธ์การตั้งราคาและการส่งเสริมการขาย โดยการตั้งราคานั้นมีกลยุทธ์ที่ควรนำมาใช้ได้แก่ การตั้งราคาเชิงจิตวิทยา การตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 หรือการตั้งราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่งเล็กน้อย เพื่อความได้เปรียบ สำหรับการส่งเสริมการขาย ลองใช้การลดราคาในกรณีที่ซื้อครบตามจำนวน เช่น หมูปิ้งราคา ไม้ละ 7 บาท ซื้อ 3 ไม้ในราคา 20 บาท หรือ เบอร์เกอร์ขายพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ในราคาพิเศษ และการสะสมแต้มโดยแจกบัตรสะสมกับลูกค้าที่มาซื้อ เป็นต้น  สำหรับการทำโฆษณา ลองใช้การทำใบปลิว ที่มีแผนที่ร้าน เมนูแนะนำ และรายละเอียดติดต่อ สำหรับกรณีสั่งทางช่องทางต่าง ๆ และเพิ่มช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ ด้วยการสร้างเพจ Facebook พร้อมศึกษาการทำคอนเทนต์ และการขายของผ่าน Facebook ในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การขายผ่านหน้าเพจ เช่น ร้านหมูปลาร้าฮีโร่ แยกคอกวัว หรือขายใน Group ที่เกี่ยวข้องหรือ group ที่ร้านอยู่ในพื้นที่ เช่น กลุ่มคนรักดอนเมือง ของอร่อยนครปฐม ของกินนครปฐม และ Market Place ที่เราสามารถกดปุ่มสร้างรายการสินค้าใหม่ เพื่อโปรโมทร้านเราได้เลย หลักพื้นฐานของการทำการตลาด Street Food คือ ต้องสร้างความแตกต่างจากร้านอื่น ดังนั้น ลองหาความต่างของร้านตัวเองให้ได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม จากนั้นนำมาสร้างเป็นจุดแข็งของร้าน และนำมาสร้างเป็นเรื่องราวของร้านในการทำการตลาดต่อไป นอกจากนี้แล้ว การบริหารจัดการร้านก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ร้าน Street Food จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ 1.คำนึงถึงคุณภาพในด้านต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย  – คุณภาพของอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสดใหม่ของวัตถุดิบ ความสะอาดในการปรุง รสชาติควรมีมาตรฐาน ควรศึกษาระบบการชั่งตวงวัตถุดิบในการปรุงอาหาร และการควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปรุงอาหาร เพื่อให้ได้รสชาติที่ใกล้เคียงกันในแต่ละครั้ง  – คุณภาพด้านความสะอาด เริ่มตั้งแต่ความสะอาดของวัตถุดิบ อุปกรณ์เครื่องครัว บรรจุภัณฑ์ รวมถึงตัวผู้ปรุงอาหาร และพนักงานร้าน ทั้งเครื่องแต่งกายและกระบวนการปรุงอาหาร โดยศึกษาได้จากข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับร้านอาหาร ได้ที่ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ทั้งนี้ยังรวมถึงจากจัดการกับขยะวัตถุดิบ และขยะจากการประกอบอาหารซึ่งต้องมีการนำไปทิ้งให้ถูกที่อีกด้วย – คุณภาพด้านการบริการ ไม่ว่าจะเป็น เวลาเปิดร้านที่แน่นอนและสม่ำเสมอ การบริการลูกค้าแบบเป็นมิตร และจริงใจในการให้บริการ การเตรียมอุปกรณ์ช่วยในการคิดเงิน เก็บเงิน อุปกรณ์ที่ใช้ในการทานอาหาร หรือส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับอาหารที่ขาย 2.การจัดการร้าน Street Food ซึ่งประกอบด้วย การวางแผนการเงิน โดยแบ่งเป็นรายรับ-รายจ่าย ต้องทำบัญชีต้นทุนและค่าวัตถุดิบในแต่ละวัน และทำบัญชียอดขายในแต่ละวัน เพื่อใช้ในการประเมินรายได้ และประมาณการรายรับรายจ่ายในแต่ละช่วงของเดือน การจัดการทำงานภายในร้าน แม้จะเป็นร้านเล็ก ๆ แต่ต้องมีการวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สะดวกต่อการทำงานและปลอดภัย เช่น วางถังแก๊สและเตาในที่ปลอดภัย วางถาดใส่วัตถุดิบสูงกว่าพื้นอย่างน้อย 60 ซม. โต๊ะอาหารไม่ขวางทางเดิน หากร้านมีหลายเมนู ควรทำบันทึกยอดขายด้วยเพื่อดูว่ามีเมนูใดขายดี หรือเมนูใดขายไม่ได้ เพื่อใช้ในการบริหารวัตถุดิบ และต้องใช้ในการจัดการเมนูในอนาคต 3. มาตรการ Street Food ในช่วงโควิด-19 สวมหน้ากากอนามัย และสวมถุงมือตลอดเวลา โดยเฉพาะในขณะทำอาหาร ขณะเสริฟ หรือในขณะที่พูดคุยติดต่อกับลูกค้า ต้องมีเจลแอลกอฮอล์สำหรับให้ลูกค้าล้างมือ หากร้านอยู่ในที่ปิดต้องมีการระบายอากาศที่ดีและมีการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร้าน ต้องมีการเว้นระยะห่างในการทานอาหาร และการรออาหาร การเข้าคิวต่างๆ ได้แก่ การนั่งเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร การเว้นระยะห่าง 1 เมตร โดยทำจุดยืนรอให้ห่างกันอย่างชัดเจน และควรจัดที่นั่งให้กับพนักงานส่งอาหารที่รออาหารด้วย เน้นการชำระเงินด้วยระบบ E-payment เช่น การโอน การแสกน QR Code เป็นต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเงินสด อย่างไรก็ตาม การเปิดร้าน Street Food ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน ดังนี้ อย่าใช้งบประมาณไปกับการตกแต่งร้านมากจนเกินไป การตกแต่งร้านให้ดูโดดเด่นนั้นช่วยให้ร้านเป็นที่รู้จักได้ดีก็จริง แต่ถ้าใช้งบประมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้ เพราะร้านอาหารนั้นใช่ว่าจะสามารถคืนทุนได้ในไม่กี่วัน ควรมีทุนสำรองไว้เพื่อใช้ในการพยุงร้านในช่วงเริ่มต้น เลือกทำเลที่ไม่มีกลุ่มเป้าหมายสัญจรมากนัก หรือพนักงานส่งอาหารเข้าไม่ถึง นั่นจะเป็นการยากที่จะเข้าถึงลูกค้าได้ แม้จะมีการขายแบบออนไลน์และจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ก็ตาม ทำการตลาดไม่ดีพอ ถ้าไม่มีการโปรโมทร้านที่ดี ร้านคงต้องพึ่งพาการบอกต่อแบบปากต่อปากโดยลูกค้าเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลานานมากในการสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าในวงกว้าง ทั้งนี้ MHA ขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลในการเริ่มต้นร้านอาหารได้ที่ มือใหม่เปิดร้านอาหาร รวมถึงศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่คอร์สออนไลน์ของ Makro Horeca Academy และกลับมาพบกับบทความการตลาดร้านอาหารได้ใหม่ในตอนถัดไป  คลิกอ่านบทความน่ารู้ จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี รวมแหล่งความรู้ Food Delivery สู้วิกฤต มือใหม่เปิดร้านอาหาร  การจัดการร้านอาหาร การตลาดเพื่อธุรกิจร้านอาหาร  บทสัมภาษณ์ร้านอาหาร  การเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ สูตรอาหาร ข่าวสาร และ สิทธิพิเศษสมาชิก Zero Food Waste

สูตรอาหารเพิ่มเติม
“ข้าวผัดปูเมืองทอง” กับตำนานความอร่อยที่ครองใจคนไทยมากกว่า 17 ปี!

“ข้าวผัดปูเมืองทอง” กับตำนานความอร่อยที่ครองใจคนไทยมากกว่า 17 ปี!

ถ้าพูดถึงตำนานร้านอาหารที่เลื่องลือถึงความอร่อยจนสามารถสร้างความจดจำให้ลูกค้าอย่างยาวนาน หนึ่งในตำนานของประเทศไทย ต้องยกให้ ร้าน ‘ข้าวผัดปูเมืองทอง’ ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างถล่มทลาย การบริหารร้านอาหาร และทำอย่างไรให้ร้านเพิ่มกำไรร้านอาหารตลอดระยะเวลา 17 ปีของการเปิดร้านข้าวผัดปูจะเป็นอย่างไรนั้น ลองมาอ่านบทสัมภาษณ์เจ้าของร้าน จากคุณ สมบูรณ์ ปิยทับทิม กันเลย! ความใส่ใจของร้าน ‘ข้าวผัดปูเมืองทอง’ ที่มีต่อลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ถ้าคุณได้เดินเข้าไปในร้านข้าวผัดปูเมืองทอง สาขาแรก ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 14 คุณจะได้ยินเสียงตะหลิวกระทบกับกระทะในการผัดข้าวอยู่ตลอดเวลา คนผัดข้าวกว่า 12 กระทะ ตั้งใจผัดอย่างแข็งขันเพื่อให้ได้ข้าวผัดปูรวดเร็วทันใจลูกค้าโดยทุกครั้งก่อนจะเสิร์ฟอาหาร ทางร้านจะต้องตรวจเช็คเมนู เพื่อการควบคุมคุณภาพอยู่เสมอ เมนูข้าวผัดปูที่คัดสรรสูตร “เมล็ดข้าวพิเศษ” เพื่อความนุ่ม อร่อย   สูตรทำเมล็ดข้าวให้อร่อยนั้นได้ผ่านการลองผิดลองถูกมามากกว่าจะมาเป็นข้าวที่เหมาะสมกับเมนูข้าวผัดปู เคล็ดลับคือการหุงข้าว ต้องไม่หุงข้าวให้อิ่มน้ำจนเกินไป ทางร้านกำหนดสัดส่วนไว้อย่างชัดเจน ซึ่งได้แก่ ข้าวเสาไห้ 3 ส่วน และเพิ่มข้าวหอมมะลิ 1 ส่วน เพื่อเพิ่มความนุ่มแบบที่คนไทยชอบ โดยในการผัดข้าวจะมีเครื่องปรุงเพียง เกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เท่านั้น โดยเน้นทักษะการปรุงอาหารของคนผัด ที่ต้องผัดขาวให้ได้ 1 นาทีต่อจาน ซึ่งต้องใช้ความร้อนจากเตาที่สูงมาก และถ้าผัดน้อยกว่า 1 นาทีข้าวผัดจะไม่หอมอร่อย คงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับในการเพิ่มกำไรร้านอาหาร คือการใส่ความอร่อยให้ลูกค้าทานนั้นเอง ต้นทุนการผลิตสูงแต่กำไรน้อย ทำไมยังขายดีมาอย่างยาวนาน มีเคล็ดลับในการบริหารร้านอย่างไร? จากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี พ.ศ 2540 ทำให้คุณสมบูรณ์ เล็งเห็นถึงการตั้งตัวทางธุรกิจร้านอาหารที่เน้นความอร่อยระดับภัตตาคารจีนในยุคสมัยนั้น โดยหนึ่งในเมนูคลาสสิค คือ ข้าวผัดปู ที่แม้ต้นทุนการผลิตสูงจากเนื้อปูที่มีคุณภาพชั้นยอด และได้กำไรต่อจานน้อย แต่ทางร้านใส่ใจเรื่องความต้องการของลูกค้ามาก่อน จึงเป็นสิ่งครอบครองใจลูกค้า ส่วนใหญ่จะมีลูกค้าเต็มโต๊ะทุกวัน นอกจากเมนูข้าวผัดปูยังมีเมนูอื่นอีกไหม ? มีอีกเพียง 5 เมนูเท่านั้น ได้แก่ กระเพาะปลา กุ้งอบวุ้นเส้น   สุกี้ ข้าวผัดไข่ และหมูสะเต๊ะ เป็นอาหารสไตล์ภัตตาคารจีนในสมัยก่อนซึ่งได้รับความนิยมมีออเดอร์มากทุกเมนู แม้จะมีเมนูน้อย แต่ทุกเมนูสามารถเพิ่มกำไรให้กับร้านอาหารได้ เคล็ดลับการบริหารร้านอาหาร สู่ความสำเร็จของร้านข้าวผัดปูเมืองทอง คุณสมบูรณ์ได้ให้ความเห็นว่า “ความขยันหมั่นเพียรคือสิ่งสำคัญที่นักธุรกิจทุกคนพึงมี เพราะถ้ามีความขยันหมั่นเพียร เรื่องเทคนิค เรื่องการแก้ปัญหา เรื่องความรู้และประสบการณ์ จะตามมาอีกหนึ่งคือเรื่องการมี Passion จะทำให้เรามีแรงขับเคลื่อนให้มองหาแนวทางที่ดีที่สุดกับธุรกิจของเราได้ กล่าวคือต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะถ้าความคิดเราไม่มั่นคงแล้ว คุณภาพของธุรกิจก็จะไม่มั่นคงเช่นกัน” สำหรับใครที่กำลังเปิดร้านอาหาร สามารถนำเคล็ดลับในการบริหารร้านไปปรับใช้กันได้ เพื่อเพิ่มกำไรให้กับร้านและถ้าคุณกำลังประสบปัญหา ต้นทุนการผลิตสูงแต่กำไรน้อย ต้องมีการวางแผนในการซื้อวัตถุดิบและการจัดการสต๊อก รวมถึงการทำบัญชีรายรับรายจ่าย  สามารเรียน คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี เพื่อควบคุมต้นทุน และเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจของคุณ

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ร้านมี LINE@ แล้ว ทำอย่างไรถึงจะ Up-Selling เพิ่มยอดขายได้จริง

ร้านมี LINE@ แล้ว ทำอย่างไรถึงจะ Up-Selling เพิ่มยอดขายได้จริง

สำหรับมือใหม่ เริ่มโปรโมทร้านอาหารออนไลน์ อาจจะงงกันหน่อยกับ LINE OA หรือ LINE@ ว่าต้องทำอะไรต่อไปบ้าง เมื่อลงทะเบียนมีLINE@เรียบร้อยแล้ว ต้องทำอะไรต่อ วันนี้ MHA ขอแนะนำ เครื่องมือช่วยโปรโมทร้านอาหารที่น่าสนใจใน LINE@ สำหรับกระตุ้นยอดขาย สร้างการรับรู้ได้เป็นอย่างดี และใช้งานไม่ยากด้วย LINE@ 4 เครืองมือดังนี้ หมายเหตุ : บทความนี้จะอ้างอิงจาการใช้ LINE Official Account ในมือถือ Tablet หรือ Ipad เป็นหลัก 01.jpg 347.92 KB 1.ข้อความต้อนรับ (Greeting Message)  ข้อความต้อนรับคือข้อความอัตโนมัติที่จะเด้งขึ้นมาทักทายคนที่เพิ่งแอด Line@ ของเรา ข้อความทักทายมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการบอกรายละเอียดแรกของร้าน สามารถใช้ในการแจ้งเวลาเปิดปิด แจ้งโปรโมชั่นประจำร้าน เมนูที่จะลงขายได้เลย ข้อความต้อนรับสามารถเด้งขึ้นมาได้สูงสุด 5 ข้อความในครั้งเดียวกัน โดยมีวิธีทำดังนี้  1. ในแอป Line Official Account เลือก “ข้อความทักทายเพื่อนใหม่” 2. จากนั้นให้แก้ไขข้อความทักทาย  3. ถ้าต้องการเพิ่มข้อความทักทายที่จะให้เด้งขึ้นมาพร้อมกัน ให้กดปุ่ม เพิ่ม 4. เราสามารถเลือกได้ว่าจะเพิ่มข้อความ รูป วิดีโอ หรือส่วนอื่นๆ ที่อยากให้คนที่แอดเข้ามาใหม่เห็น Tip : Greeting Message ควรบอกถึงรายละเอียดการขาย การจัดส่ง เงื่อนไขราคา ควรใช้ภาพเมนูอาหารเพื่อดึงดูดใจลูกค้า ถ้ามีวิดีโอของร้าน ไม่ว่าจะเป็นรีวิวจากเพจต่างๆ หรือวิดีโอถ่ายเอง ก็สามารถลงได้เช่นกัน หรือลองใส่คูปองลดราคาสำหรับสมาชิกใหม่ลงไป จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดี ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นแชท 02.jpg 423.7 KB 2. สร้างเมนู ให้ลูกค้าเลือกกดได้ง่าย  เมนู หรือที่เรียกว่า Rich Manu จะอยู่ด้านล่างของแชทและจะเด้งเป็น Popup ขึ้นมาเวลาที่เลือก เป็นทางลัดที่ช่วยให้ลูกค้าหาสิ่งที่ต้องการได้สะดวกขึ้น โดยมีวิธีทำดังนี้ 1. ในแอป Line Official Account เลือก “ริชเมนู” กด “สร้างใหม่” 2. กด “เลือกเทมเพลต” จากนั้นเลือก เทมเพลตที่ต้องการใช้ ถ้ายังไม่มีเมนูมากนัก ให้เลือกขนาดเล็ก แบบแถบยาวอันเดียวก่อนก็ได้ 3.อัปโหลดรูปพื้นหลัง ควรจะเป็นรูปที่ทำไว้สำหรับเมนูโดยเฉพาะ ถ้ายังไม่ได้ทำไว้ให้เลือกรูปที่มีแล้วใส่ตัวอักษรจากในแอปก็ได้ หรือจะเลือกรูปดีฟอลต์ที่แอปกำหนดไว้ก่อนก็ได้เช่นกัน จากนั้นกด “ต่อไป” 4. ในหน้าตั้งค่าแอ็กชั่น ให้เลือกว่าจะใช้เมนูทำอะไร ดังนี้  - ลิงก์ ใช้ในการ link ไปยังเว็บไซต์ที่เราสร้างเอาไว้ หรือ link ไปยัง Facebook ของร้านก็ได้เช่นกัน link สามารถประยุกต์ใช้ได้อีกหลายแบบ เช่น Google Map  manu5.jpg 209.87 KB - คูปอง ช่วยในการกะตุ้นการซื้อได้ดี โดยเฉพาะลูกค้าใหม่ (ต้องไปสร้างคูปองก่อนที่หน้าหลัก จากนั้นเลือกคูปองที่จะใช้งาน)  - ข้อความ เป็นการกำหนดข้อความที่จะตอบกลับเมื่อคลิกสามารถเชื่อมโยงกับข้อความตอบกลับอัตโนมัติได้ (ต้องไปตั้งค่าตอบกลับอัตโนมัติอีกที) หรือเข้าสู่การแชทแบบ 1:1 ก็ได้   - บัตรสะสมแต้ม ช่วยให้ลูกค้าซื้อซ้ำได้ และไม่ต้องใช้กระดาษกับตราแสตมป์เหมือนเมื่อก่อน (ต้องสร้างบัตรสะสมแต้มก่อน จึงจะเลือกได้)  จากนั้นกด “ต่อไป” 03.jpg 308.84 KB 5. จะเข้าสู่หน้าการตั้งค่าเมนู  - ให้ตั้งชื่อเมนูตามจุดประสงค์ที่สร้าง จะได้จำได้ง่ายว่ากำลังใช้เมนูไหน  - ตั้งช่วงเวลาที่จะให้แสดงเมนู ในส่วนนี้ถ้าเลือกใช้คูปองหรือบัตรสะสมแต้มจะต้องดูช่วงเวลาให้ดีก่อน และถ้ามีเมนูอื่นอยู่แล้ว เวลาที่ตั้งจะต้องไม่ซ้ำกัน  - บาร์ด้านล่างของแชทจะขึ้นคำว่า “เมนู” เพื่อให้คลิก ถ้าอยากจะเปลี่ยนเป็นคนอื่นให้เลือกข้อความอื่นๆ แล้วพิมพ์เพิ่มไป - ถ้าต้องการให้เมนูแสดงเมื่อลูกค้าเข้าแชท ให้เลือก “แสดง” แต่ถ้าต้องการให้ลูกค้ากดเลือกแสดงเมนูเองให้เลือก “ซ่อน” แล้วกดบันทึก  manu7.jpg 151.12 KB - เมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ เมนูจะแสดงโดยอัตโนมัติ หรือถ้ายังไม่แสดงตอนนี้ ในหน้ากดบันทึกสามารถบันทึกไปที่ “พร้อมใช้งาน” ก่อน เพื่อแก้ไขภายหลัง Tip: แนะนำให้มี “คูปอง” และ “บัตรสะสมแต้ม” ในเมนูด้วย จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากกว่า 3. สร้างบรอดแคสต์ ข่าวสารของร้านให้ลูกค้าทราบ โดยเฉพาะโปรโมชั่น การสร้างข้อความประกาศไปยังสมาชิกเป็นระยะ ซึ่งใน LINE บรอดแคสต์ เราสามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายดังนี้ ข้อความ จะเป็นข้อความความยาวไม่เกิน 500 คำ เหมาะสำหรับการแจ้งข่าวสาร การปิดเปิดร้าน ต่างๆ สติกเกอร์ สามารถส่งสติกเกอร์ไปยังผู้รับทุกคนได้พร้อมกัน รูป เราสามารถเอารูปเมนูอาหาร พร้อมราคา และโลโก้ร้านในภาพ จะช่วยกระตุ้นการสั่งได้ดี คูปอง ช่วยกระตุ้นการขายเช่นกัน และเป็นการแจ้งไปในตัวว่ามีคูปองให้ใช้งาน โดยที่ลูกค้าไม่ต้องคลิกที่เมนูอีก วิดีโอ เพราะสำหรับคลิปสั้น รีวิวอาหาร หรือวิดีโออื่นๆ ที่น่าสนใจ ข้อความเสียง ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ใหญ่ที่มีการทำ spot วิทยุ มักจะลงข้อความเสียงด้วย แบบสอบถาม ใช้ในการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า เหมาะในการทำสำรวจความต้องการ ความพึงพอใจเกี่ยวกับเมนูและการให้บริการ การ์ดเมสเสจ สามารถใส่ภาพสินค้าได้หลายภาพพร้อมกัน ทำให้สามารถบรอดแคสต์ได้ในข้อความเดียว ประหยัดโควตา ในการบรอดแคสต์ต่อเดือน ริชเมสเสจ และ ริชวิดีโอเมสเสจ สามารถสร้างและส่งรูปภาพขนาดใหญ่พิเศษ และฝั่ง link ในภาพ เมื่อกดรูปแล้วจะพาไปเว็บไซต์ที่ต้องการ  วิธีการสร้างบรอดแคสต์  วิธีการสร้างบรอดแคส1.jpg 40.21 KB ในแอป Line Official Account เลือก บรอดแคสต์ ถ้ายังไม่มีบรอดแคสต์ให้กด สร้างใหม่ 2. กดเพิ่ม จากนั้นให้เลือกบอรดแคสต์ที่ต้องการ (สำหรับริชเมสเสจ ริชวิดีโอเมสเสจ และการ์ดเมสเสจ ต้องตั้งค่าผ่าน browser ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น โดยไปที่ https://manager.line.biz/ และ Login เข้าใช้งานด้วย Line ID ของร้าน) 01.jpg 44.95 KB 02.jpg 94.58 KB 03.jpg 53.42 KB 3. เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เช่นเลือกรูปที่จะ บรอดแคสต์ ใส่ข้อความ ฯลฯ ให้กด ต่อไป4. ถ้ายังไม่กดส่งในทันที เราสามารถตั้งเวลาในการบรอดแคสต์ได้ และเลือกได้ว่าจะโพสต์บนไทมไลน์ด้วยหรือไม่ สำหรับ LINE@ แบบฟรีจะจำกัดจำนวนข้อความในการบรอดแคสต์เราสามารถกำหนดได้เช่นกัน โดยให้เลือกตั้งค่าในเมนูที่ขึ้นมา5.เลือกผู้รับ ถ้ามีสมาชิกตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปเราจะสามารถแบ่งกลุ่มและกำหนดผู้รับของบอสแคสต์แต่ละอันได้6. กดส่ง หรือ บันทึกร่าง ถ้ายังไม่ส่งตอนนี้ 04.jpg 116.18 KB 05.jpg 125.46 KB 4. อย่าลืม Line Timeline ใช้งานง่ายเหมือน Facebook โพสฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  การโพสต์บน Timeline มีประโยชน์เป็นอย่างมาก  ผู้ใช้สามารถได้โดยไม่จำกัดจำนวน และไม่มีค่าใช้จ่าย โดยผู้ที่แอด LINE@ ไว้มองเห็นโพสต์จากร้านค้า เป็นการสร้าง Awareness ฟรี และสามารถใช้ LINE ส่วนตัวช่วยแชร์ไปยังกรุ๊ปต่างๆ ได้  เราอาจะใช้การโพสต์เป็นรูปภาพโปรโมชั่น วิดีโอสั้น หรืออัลบั้มAd แบบ Facebook เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายได้อีกทาง  ศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง LINE@ ได้ที่ “เจาะเทคนิคใช้ LINE OA ตัวช่วยร้านอาหารสู่ยอดขายสุดปัง!” โดย ‘คุณโซอี้ Digital Shortcut’ หรือ ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ กูรูด้านการตลาดออนไลน์และ LINE@ Certified Trainer คนแรกของประเทศไทย Credit รูปภาพ: ร้านกุ้งแซ่บ

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ขายหน้าร้านไม่พอ! ต้องส่งอาหารทั่วไทย ด้วยอาหารแช่เย็น และอาหารแช่แข็งเพิ่มยอดขาย

ขายหน้าร้านไม่พอ! ต้องส่งอาหารทั่วไทย ด้วยอาหารแช่เย็น และอาหารแช่แข็งเพิ่มยอดขาย

ในยุคที่การขายหน้าร้าน และการขายออนไลน์ในเขตจังหวัดเดียวกันไม่เพียงพอต่อการเติบโตธุรกิจร้านอาหาร การทำให้สินค้าไปได้ไกลกว่าเดิม จึงเป็นหนทางในการขยายธุรกิจได้มากขึ้น จากเดิมการส่งอาหารเดลิเวอรี่ จะพยายามส่งถึงมือลูกค้าไม่เกิน 30 นาที เพื่อให้อาหารยังร้อนอยู่ แต่สำหรับการส่งอาหารข้ามจังหวัดหรือแม้แต่ข้ามภูมิภาค ซึ่งใช้เวลาหลายวัน “อาหารแช่แข็ง” ก็เป็นอีกวิธีการขายที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน shutterstock_1859286694.jpg 1.62 MB ทำไมจึงควรขายอาหารแช่เย็นและอาหารแช่แข็ง นอกจากโอกาสในการขายที่มีมากขึ้น ช่วยสนับสนุนการขายผ่านสื่อออนไลน์และสื่อโซเชียลแล้ว บริษัทขนส่งสินค้าในปัจจุบันยังรองรับการส่งสินค้าแช่เย็นและสินค้าแช่แข็งสำหรับรายย่อย จากแต่ก่อนต้องขนส่งในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ หรือใส่ลังโฟมบรรจุน้ำแข็งฝากไปกับรถขนส่งเท่านั้น  รวมถึงเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์และรถแช่เย็นที่พัฒนาขึ้นมากกว่าสมัยก่อน _____.jpg 58.85 KB มาดู 5 บริษัทขนส่ง ที่รับส่งสินค้าแช่เย็นและสินค้าแช่แข็งกัน 1.       SCG Express มีบริการที่ชื่อว่า Cool TA-Q-BIN สำหรับการจัดส่งพัสดุที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น ของสด อาหารทะเล ผลไม้ ซึ่งเราสามารถควบคุมให้พัสดุอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งให้บริการจัดส่งสินค้าควบคุมอุณภูมิใน 2 ลักษณะ ได้แก่ scg 1.png 98.14 KB -          บริการส่งสินค้าแช่เย็น(Chilled service) สำหรับสินค้าที่ต้องขนส่งภายใต้อุณภูมิ 0-8 องศาเซลเซียส frozen-service scg 2.png 77 KB -          บริการส่งสินค้าแช่แข็ง(Frozen service) สำหรับสินค้าแช่แข็งอุณหภูมิต่ำกว่า -15  องศาเซลเซียส มีพื้นที่ให้บริการ 70 จังหวัดทั่วประเทศไทย รับส่งสินค้าแช่เย็นและแช่แข็งขนาดกล่อง(กว้าง*ยาว*สูง)ไม่เกิน 120 เซนติเมตร น้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อกล่อง เข้ารับสินค้าทุกวันจันทร์-ศุกร์ โดยต้องแจ้งล่วงหน้า 1 วัน ค่าจัดส่งเริ่มต้นที่ 130-450 บาทต่อกล่อง สินค้าต้องทำการแช่เย็นไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง และ แช่แข็งไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงก่อนจัดส่ง 2.       FedEx รับส่งสินค้าแช่แข็งและแช่เย็น การจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่เน่าเสียง่ายเพื่อขนส่งพัสดุทางการแพทย์ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอุณหภูมิและปลอดภัย สามารถเลือกอุณภูมิได้หลายระดับ ตั้งแต่ -          +4 ถึง +25 องศาเซสเซียส โดยตู้คอนเทนเนอร์ที่มีคอมเพรสเซอร์ C-Safe (+4°C ถึง +25°C) จะรักษาระดับอุณหภูมิภายในให้คงที่โดยไม่ต้องใช้น้ำแข็งแห้ง -          -20 ถึง -25 องศาเซสเซียส โดยตู้คอนเทนเนอร์แบบน้ำแข็งแห้ง รักษาอุณหภูมิการจัดส่งในระดับที่กำหนดไว้ และมีการติดตามอุณหภูมิตั้งแต่รับพัสดุจนถึงการส่งมอบ -          FedEx® Deep Frozen Shipping Solution เทคโนโลยีไอเย็นแบบแห้งช่วยให้สามารถรักษาอุณหภูมิที่ -150°C ได้นานถึง 10 วัน ไม่จำเป็นต้องใช้กล่องเก็บความเย็นและน้ำแข็งแห้ง รายละเอียด การจัดส่งสินค้าโดย FedEX คลิก service-temp-02--.png 428.82 KB   3.       INTER EXPRESS LOGISTICS ขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ มากกว่า 26 ปี รับขนส่งเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ วัคซีน ยารักษาโรค ที่มีความสำคัญและต้องการการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะกับยานั้น ๆ ส่งไปยังทุกพื้นที่ในต่างจังหวัด สามารถเลือกอุณภูมิการแพ็คสินด้า ได้ดังนี้  - Chilled หรือ แช่เย็น (อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส) - Frozen หรือ แช่แข็ง (อุณหภูมิ ต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส) มีบริการส่งสินค้าทั้งแบบลังโฟม และกล่องกระดาษโดยรถเย็นควบคุมอุณหภูมิ ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย(บางพื้นที่ห่างไกลต้องเสียค่าส่งเพิ่ม) ค่าบริการเริ่มตั้งแต่ 70 บาท ถึง 720 บาท ตามขนาดและแพ็ค 4.       JWD Express บริการขนส่งสินค้าในรูปแบบสินค้าแช่เย็นที่อุณหภูมิ 0 - 8 องศาเซลเซียส และสินค้าแช่แข็งที่ อุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส โดยใช้การขนส่งรถตู้ทึบและกล่อง Cool Box เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ครอบคลุม 73 จังหวัด หมายเหตุ : ปัจจุบัน JWD Express ร่วมมือกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ บริษัท แฟรช เอ๊กเพรส จำกัด และจะเปลี่ยนไปให้บริการในชื่อ FUSE POST ซึ่งในเบื้องต้นจะเริ่มให้บริการ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด 6 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป (คลิก เพื่อดูเส้นทางจัดส่งในปัจจุบัน) 101308762_2980076555433857_6523757037145292800_n.jpg 122.96 KB 5.       NiM Express   บริการส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งการส่งสินค้าแช่เย็น และ สินค้าแช่เเข็ง ใช้รถขนส่งห้องเย็นแบบควบคุมอุณหภูมิโดยเฉพาะ มีบริการเข้ารับสินค้าถึงหน้าบ้าน รับถึงที่ ส่งถึงมือ (Door to Door) และจัดส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิถึงปลายทางแบบ Next Day เลือกส่งสินค้าได้ 2 รูปแบบ ดังนี้ - Chilled หรือ ระบบแช่เย็น (อุณหภูมิ 0-8 องศาเซลเซียส) โดยสินค้าจะต้องอยู่ในอุณหภูมิ 0-8 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงก่อนจัดส่ง - Frozen หรือ ระบบแช่แข็ง (อุณหภูมิ ต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส) โดยสินค้าจะต้องอยู่ในอุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 15  ชั่วโมงก่อนจัดส่ง สินค้าน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม และ ความยาวด้านที่ยาวที่สุดต้องไม่เกิน 55 เซนติเมตร หรือถ้านำส่งที่สาขาสามารถเพิ่มน้ำหนักเป็น 40 กิโลกรัมได้ ค่าจัดส่งเริ่มต้นที่ 100-480 บาท ตามพื้นที่และน้ำหนักสินค้า   เทคนิคการแพ็คอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง shutterstock_2005376855.jpg 830.33 KB 1.       เลือกภาชนะบรรจุอาหารที่เหมาะสม ควรเลือกกล่องพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิด เพื่อป้องกันความชื้นเนื่องจากกระบวนการแช่แข็งและกระบวนการจัดส่ง หรือใส่ในถุงพลาสติกสูญญากาศ ช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ยืดอายุของอาหารได้อีก ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทนความเย็นได้ตั้งแต่ -15 ถึง -30 องศาเซลเซียส ทั้งกล่องพลาสติกและถุงพลาสติกสูญญากาศที่มีความทนทานต่อการกระแทกและการฉีกขาดได้ในระดับหนึ่ง และเพื่อความสะดวกของลูกค้า กล่องอาหารควรเป็นชนิดที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้เมื่อลูกค้าต้องการอุ่นอาหาร shutterstock_286294463.jpg 168.96 KB 2.       นำอาหารและของสดไปแช่แข็งอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส แม้อุณหภูมิของช่องแช่แข็งของตู้เย็นทั่วไปจะอยู่ที่ -18 องศา แต่ในความเป็นจริงจากการเปิดใช้งานในชีวิตประจำวัน อาจทำให้อุณหภูมิช่องแช่แข็งเย็นไม่พอ นอกจากนี้พื้นที่ในการแช่อาหารของตู้เย็นทั่วไปไม่ใหญ่มากพอที่จะใส่อาหารได้หลายสิบกล่อง ดังนั้นการลงทุนซื้อตู้แช่แข็งสำหรับแช่อาหารจึงเป็นทางออกที่เหมาะสม ตู้แช่แข็งจะสามารถทำอุณหภูมิได้ถึง -25 ถึง -30 องศาเซลเซียล ราคาอยู่ระหว่าง 5,000 – 20,000บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของตู้แช่ (คลิกเพื่อดูรายละเอียด ตู้แช่แข็ง) สำหรับอาหารแช่เย็นโดยทั่วไปก่อนจัดส่งจะต้องแช่ให้ได้อุณหภูมิ 0-8 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง paper.box.png 629.2 KB shutterstock_1920680027.jpg 398.56 KB 3.       บรรจุอาหารแช่แข็งในกล่องโฟมหรือกล่องกระดาษ การบรรจุกล่องโฟมจะช่วยเก็บอุณหภูมิให้ยาวนานขึ้น และในปัจจุบันกล่องกระดาษเก็บความเย็นก็ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในบริษัทขนส่ง เพราะมีน้ำหนักที่เบากว่าและเก็บอุณหภูมิได้เหมือนกับกล่องโฟม หรือเลือกใช้กล่องกระดาษแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการเก็บอุณหภูมิโดยเฉพาะ ซึ่งจะบุฉนวนกันความร้อนไว้ภายใน    สำหรับกล่องโฟมถ้าจำเป็นต้องใส่วัสดุทำความเย็น เช่น น้ำแข็งหรือเจลแพค ควรเป็นน้ำแข็งที่บรรจุภาชนะหรือถุงมิดชิดป้องกันน้ำซึมเข้าอาหารเวลาที่น้ำแข็งละลาย และควรนำกล่องอาหารบรรจุถุงปิดผนึกอีกรอบ เมื่อบรรจุอาหารแช่แข็งลงกล่องโฟมแล้ว ให้ทำการปิดฝาแล้วซีลด้วยเทปกระดาษหรือเทปแพคกล่องในส่วนบริเวณรอยต่อให้มิดชิดก่อนดำเนินการจัดส่ง และต้องเช็คก่อนว่าบริษัทขนส่งที่จะเรียกใช้ รับส่งสินค้าแช่เย็นในลังโฟมหรือไม่  บริษัทขนส่งหลายแห่งมีบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการเก็บรักษาความเย็นของตัวเองไว้บริการลูกค้า ซึ่งเราสามารถเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ของบริษัทขนส่งเลยก็ได้ เพราะบริษัทขนส่งสามารถจัดการได้ง่ายกว่า และมักจะมีประกันความเสียหายสำหรับสินค้าที่อยู่ภายในถ้าใช้บรรจุภัณฑ์ของบริษัทและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง   4.       ควรแนบวิธีการละลายอาหารแช่แข็งและการอุ่นอาหารที่เหมาะสมกับเมนูนั้นๆไปด้วย ควรระบุวิธีการอุ่นอาหารทุกรูปแบบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือการอุ่นด้วยวิธีอื่น ในบางกรณีลูกค้าไม่ได้สั่งไปบริโภคในทันที ควรมีการระบุวิธีการเก็บรักษาด้วยการแช่แข็งเมื่อได้รับสินค้าแล้ว และควรแจ้งเตือนลูกค้าด้วยว่าเมื่ออาหารแช่แข็งละลายแล้ว ไม่ควรนำกลับเข้าไปแช่แข็งอีกรอบเพราะจะเกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย และทำให้อาหารเสียง่ายขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้อาจทำเป็นแผ่นพับใส่ถุงพลาสติกกันชื้นและใส่ไปพร้อมกันในตอนส่ง หรือจะระบุไว้ในสื่อโซเชียลของร้านก็ได้   ขอบคุณภาพจาก -          https://www.upppackaging.com/

สูตรอาหารเพิ่มเติม
วิถีเสิร์ฟแบบใหม่ Omakase On The Go ไอเดียเจ๋งสู้วิกฤต! บุกไปปั้นโอมากาเสะซูชิส่งตรงถึงหน้าบ้าน

วิถีเสิร์ฟแบบใหม่ Omakase On The Go ไอเดียเจ๋งสู้วิกฤต! บุกไปปั้นโอมากาเสะซูชิส่งตรงถึงหน้าบ้าน

ไม่ว่าจะร้านอาหารเล็กๆ หรือร้านอาหารหรูระดับพรีเมี่ยม เมื่อวิกฤตโควิด-19 มาถึงต่างก็ได้รับผลกระทบให้ต้องหาทางปรับตัวแทบจะไม่แตกต่างกัน เมื่อบรรดาเจ้าของร้านอาหารต้องทำทุกทางเพื่อให้ร้านอยู่รอด เราจึงได้เห็นการผุดไอเดียเจ๋งๆ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งบางร้านไม่เพียงแต่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ธุรกิจเอาไว้ได้แล้ว แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์อันเป็นหัวใจหลักของร้านเอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม  เช่นเดียวกับร้านโอมากาเสะซูชิระดับพรีเมี่ยมชื่อดังอย่าง ‘Fillets’ (ฟิลเล) ของ ‘เชฟแรนดี้-ชัยชัช นพประภา’ ที่เคลื่อนครัวโอมากาเสะเสิร์ฟควาอูมามิถึงยังหน้าบ้านของลูกค้า เอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นให้ได้อร่อยเหมือนนั่งกินที่ร้าน เราลองมาดูไอเดียที่น่าสนใจที่ไม่ธรรมดานี้กันดีกว่า ‘เชฟแรนดี้-ชัยชัช นพประภา’ ผู้ก่อตั้ง ‘Fillets’ ร้านโอมากาเสะซูชิชื่อดัง ร้านอาหารญี่ปุ่นและโอมากาเสะชื่อดังเจ้าแรกๆ ของเมืองไทย “ร้านเราเปิดมาตั้งแต่ประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ที่ยังไม่ค่อยมีโอมากาเสะในประเทศไทย ตอนนั้นผมกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่นาน ทั้งตัวผมเองและหุ้นส่วนเราต่างก็เล็งเห็นว่าตลาดในบ้านเราน่าจะพร้อมสำหรับการเสิร์ฟซูชิสไตล์โอมากาเสะ ซึ่งเป็นการเสิร์ฟแบบ ‘ตามใจเชฟ’ และเชฟจะเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟให้กับลูกค้า ก็เลยเป็นที่มาของฟิลเลซึ่งเป็นร้านโอมากาเสะร้านแรกๆ ของเมืองไทย ซึ่งหลังจากนั้นก็มีร้านโอมากาเสะอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย”  ผลกระทบโควิดที่ชนเข้าอย่างจัง  สิ่งที่ต้องทำคือ ‘ตัดเนื้อร้าย’ และรักษา ‘แก่น’ ของร้านไว้ โอมากาเสะซูชิซูชิคุณภาพระดับพรีเมี่ยมที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน คือหัวใจสำคัญของร้าน Fillets “เราได้รับผลกระทบจากโควิดเข้าอย่างจัง เพราะหลังจากที่เปิดไปได้สัก 7-8 ปี ด้วยความที่เราประสบความสำเร็จค่อนข้างดี ทำให้เราขยายร้านให้ใหญ่ขึ้น ให้มีทั้งโซนบาร์ และโซนอลาคาร์ท เรากลายเป็นร้านอาหารที่ใหญ่และจุได้ถึงประมาณ 140 ที่นั่ง ทำให้เรามีรายจ่ายประจำเดือนที่ค่อนข้างสูง อย่างแค่พนักงานก็ประมาณ 20 กว่าคนเข้าไปแล้ว เมื่อโควิดระลอกแรกมาถึงและลูกค้าเริ่มหายเพราะคนต้องรักษาระยะห่างทางสังคมกัน สิ่งแรกที่เราทำคือ การปรับไซส์ปรับโครงสร้างให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์  โชคดีที่ตอนนั้นเราหมดสัญญาเช่าที่หลังสวนพอดี ก็เลยตัดสินใจกันว่างั้นเราย้ายกลับไปที่เล็กลง และอะไรที่เป็นเนื้อร้าย เราตัดออกไปเลยดีกว่า เราจึงตัดส่วนที่เป็นอลาคาร์ทกับบาร์ออกไปเลยให้เหลือแค่โอมากาเสะที่เป็น Core ของร้านเราเท่านั้น เมื่อมีการปรับเปลี่ยนตรงดังกล่าวกลายเป็น ‘Mini Me by Fillets’ เสิร์ฟโอมากาเสะเพียงแค่รอบละ 10 ที่นั่งแล้ว ข้อดีอย่างหนึ่งก็คือการได้โฟกัสในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ผลงานก็เลยดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งในแง่ของอาหารและการบริการก็พิถีพิถันมากขึ้น”   ฝ่าวิกฤตอย่างมีกลยุทธ์ จาก Delivery มาถึงโอมากาเสะฟู้ดทรัค ‘Fillets Go’ เมื่อโควิด-19 ระบาด ทำให้ลูกค้าหน้าร้านหายไปถึงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เชฟแรนดี้เล่าว่านอกจากเขาจะตัดสินใจปรับโมเดลของร้านเสียใหม่ให้มีขนาดเล็กลงแล้ว  ยังเสริมด้วยกลยุทธ์ผุดไอเดียต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นย่อมหนีไม่พ้นการเดลิเวอรี่ซึ่งเป็นทางรอดของแทบทุกร้าน และที่ตามมาถัดจากนั้นคือฟู้ดทรัคที่เคลื่อนความอร่อยไปปั้นซูชิส่งตรงให้ลูกค้าถึงหน้าบ้าน  ทำเมนู Delivery เป็น Series อุ่นร้อนได้ ปลอดภัย ได้ฟีลเหมือนเพิ่งปรุงเสร็จ “ตอนแรกที่รัฐบาลประกาศให้ทุกร้านปิดให้บริการหน้าร้านในเวฟแรก เราก็เริ่มหันมาทำเดลิเวอรี่โดยนำเมนูของที่ร้านมาปรับนี่แหล่ะครับ ซึ่งเมื่อพอทำไปแล้วเรามีความรู้สึกว่าผลตอบรับมันไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ที่เป็นอย่างนั้นสาเหตุสำคัญก็เพราะคนเขากลัวในเรื่องความปลอดภัยโควิดทำให้ไม่ค่อยกล้ากินปลาดิบกัน เมื่อสูตรอาหารที่เรามีอยู่มันไม่ค่อยเหมาะกับการทำอาหาร Take Away เท่าไหร่นัก ในที่สุดเราจึงปรับใหม่ ตอนเวฟ 3 มาถึงเราเลยทำเป็นด้งข้าวหม้อ D-Pot ซึ่งมันอุ่นร้อนในตัว คือเราคำนวนทำสุกเอาไว่แค่ 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วพอไปถึงบ้านลูกค้าก็ให้เขาไปอุ่นต่ออีกเพิ่ม 20 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเหมือนกับได้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ จากทางร้านเลยครับ เป็นการแก้ปัญหาความกลัวโควิดจากการรับประทานอาหารที่ยังไม่ได้ปรุงสุก และเรายังทำอาหารเป็นซีรี่ย์ต่างๆ เช่น Kamameshi Series หรือ Donburi Series เพื่อไม่ให้ลูกค้าเบื่อ และเลือกรับประทานได้ตามชอบใจได้อย่างสบายใจ” เมื่อโควิดระบาดลูกค้าจำนวนไม่น้อยไม่กล้ารับประทานปลาดิบ เมนู Delivery จึงเน้นอาหารปรุงสุกอย่างดงบุริ ข้าวหม้อ D-Pot อุ่นร้อนในตัว เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยและยังสามารถอุ่นรับประทานเองได้อร่อยเหมือนกับกินที่ร้าน   ได้ไอเดียเรื่องฟู้ดทรัคจากบะหมี่ป๊อกๆปั้นซูชิส่งให้ลูกค้าหน้าบ้าน อร่อยกว่าส่ง Delivery “จริงๆ แล้วทางร้านเองก็มีเซอร์วิสที่เรียกว่า ‘Omakase at Home’ จัดเชฟไปทำโอมากาเสะให้กับลูกค้าถึงบ้านด้วย แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดระบาดที่รุนแรงขึ้น ทำให้ผมคิดว่าเซอร์วิสดังกล่าวนั้นไม่ค่อยจะเหมาะกับสถานการเช่นนี้ เพราะเราเองก็กลัวลูกค้า และลูกค้าเองก็กลัวเรา ที่สำคัญคือเราไม่ควรเอาตัวเองและเอาพนักงานไปเสี่ยงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นก็เลยตัดสินใจหยุดเซอร์วิสนี้ดีกว่า และหันมาโฟกัสกับอะไรที่มันชัวร์และมันลดความเสี่ยงได้ดีกว่าครับ”  “สิ่งที่ตอบโจทย์และเวิร์กจริงๆ นั้น คือ ฟู้ดทรัค Fillets Go ซึ่งตอนเด็กๆ ผมเป็นคนชอบกินบะหมี่ป็อกๆ สังเกตไหมครับว่า ก๋วยเตี๋ยวนั้นเวลาสั่งมาทานที่บ้าน มันไม่ค่อยอร่อยเหมือนทานที่ร้าน แต่เวลาบะหมี่ป็อกๆ มาทำให้ถึงที่แล้วมันอร่อย ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราขับรถฟู้ดทรัคแล้วไปจอดที่หน้าบ้านลูกค้า ปั้นซูชิแล้วก็ยื่นให้เขาเอาเข้าไปทานในบ้าน อย่างนี้น่าจะดีกว่าทั้งในแง่ที่ลูกค้าได้กินอร่อยและความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย เราก็เลยเริ่มปรับปรุงรถทรัคคันเก่าของหุ้นส่วน ซึ่งพอทำรถเสร็จโควิดระลอกแรกก็จบพอดี เลยยังไม่ได้เอาออกมาใช้ เพิ่งเอาออกมาใช้ระลอก 3 นี่เองครับ  เราเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่ทำอย่างนี้ ผลตอบรับก็เลยล้นหลามมากครับจองเต็มกัน ประมาณ 2 อาทิตย์ล่วงหน้าเลย ซึ่งตอนที่คิดจะทำแบบนี้นั้น ผมไม่ได้คาดหวังเลยว่าผลตอบรับจะดีถึงขนาดนี้ สิ่งแรกที่เราคิดคือ เพื่อให้สามารถที่จะรันธุรกิจต่อไปได้ และให้เราสามารถที่จะรักษาพนักงานทุกคนเอาไว้ได้ให้ทุกคนมีรายได้ และต่อมาที่คิดก็คือ ทำอย่างไรลูกค้าจะไม่หายไปไหนจากเรา แต่กลายเป็นว่าได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามก็เลยกลายเป็นว่าเราสามารถจะสร้างรายได้เทียบเท่ากับการเปิดหน้าร้านเลย” Fillets GO !ฟู้ดทรัคโอมากาเสะที่เดินทางไปปั้นซูชิส่งตรงความอร่อยถึงหน้าบ้านลูกค้า โจทย์สำคัญคือสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าปลอดภัย How To Run an Omakase Food Truck? ●ให้ความสำคัญในเรื่องของการสื่อสาร เพราะด้วยความที่รถต้องแล่นออกไปบนถนนอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น รถติด ฝนตก รถเสีย ทางร้านและแอดมินต้องเตรียมพร้อมสำหรับติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลา เมื่อกำลังจะเดินทางไปหาลูกค้าก็ควรส่งข้อความไปแจ้งก่อนว่าอยู่ระหว่างทางน่าจะใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ หากมีเหตุอะไรที่อาจทำให้เกิดความล่าช้าก็ต้องรีบแจ้งลูกค้าให้ทราบโดยทันที ●เลือกวัตถุดิบและเมนูที่เหมาะสม เพราะฟู้ดทรัคมีข้อจำกัดในเรื่องของการจัดเก็บวัตถุดิบ สำหรับร้านฟิลเลที่ให้บริการโอมากาเสะซูชิ เน้นเมนูที่ใช้กระบวนการเอจจิ้งและดองอยู่พอสมควร เพราะจะช่วยในเรื่องของการเก็บรักษาอาหารให้ปลอดภัย  ●เมื่อไปถึงบ้านลูกค้าต้องพ่นฆ่าเชื้อทำความสะอาดรถอีกรอบ จากนั้นพนักงานจะเตรียมตัวสวมอุปกรณ์ป้องกันให้เรียบร้อย แล้วจึงเริ่มปั้นซูชิจัดใส่จานยื่นให้ลูกค้า จะไม่มีการสัมผัสโดยตรงระหว่างพนักงานกับลูกค้าโดยเด็ดขาด ●มาตรฐานความปลอดภัยของร้านต้องดีมากและต้องสื่อสารให้ลูกค้าทราบ เพราะในภาวะโควิดแบบนี้ยังมีลูกค้าที่กังวลว่าอาจจะติดเชื้อจากการรับประทานปลาดิบ ร้านฟิลเลให้พนักงานต้องผ่านการตรวจอยู่เป็นประจำ แค่เฉพาะ ATK ก็ตรวจกันคนละ 2 รอบต่อสัปดาห์แล้ว นอกจากนี้ยังมีมาตรการหลังร้าน เช่น ให้พนักงานรายงานว่าไปที่ไหนพบใครมาบ้างในแต่ละวัน เพื่อประเมินความเสี่ยงกันวันต่อวัน  ●กระจายความเสี่ยงด้วยการจัดทีมหมุนเวียน ทีมงานฟู้ดทรัคของฟิลเลจะแบ่งออกเป็น 3 ทีม หมุนเวียนกันไป และแต่ละทีมจะไม่ได้เจอกันเลย เพื่อหากทีมใดทีมหนึ่งติดเชื้อ จะยังเหลือทีมอื่นๆ ที่สามารถให้บริการได้อยู่   ●ตรวจเช็กสภาพรถให้สมบูรณ์พร้อมเป็นประจำ เพราะหากรถไม่พร้อมอาจเกิดปัญหา เช่น รถเสียในวันสำคัญของลูกค้า ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหาย ถ้ารถเสียจริงๆ อาจจะต้องมีเบอร์โทรฉุกเฉิน สำหรับโทรรถลากเผื่อไว้ให้มาลากไปยังบ้านลูกค้าหรือที่นัดหมาย เพราะเราจะไม่ทำให้ลูกค้าผิดหวัง เมนูมีให้เลือกหลายราคา กิมมิคคือเสิร์ฟบนเขียงไม้มะขามจากภาคเหนือ ซึ่งจะให้ลูกค้าเก็บไว้ใช้ต่อได้เลย กลยุทธ์และการประเมินสถานการณ์คือเรื่องสำคัญ “สิ่งสำคัญตอนนี้ต้องมีกลยุทธ์และรู้จักประเมินสถานการณ์ เราต้องคิดอย่างชาญฉลาด ฟังเสียงของลูกค้าเอาไว้ให้มาก เอาความต้องการของลูกค้าเป็นโจทย์ตั้ง” “สำหรับการประกอบกิจการในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผมว่ามันก็เหมือนกับการเล่นโป๊กเกอร์ สิ่งสำคัญคือที่เราต้องมีกลยุทธ์และรู้จักประเมินสถานการณ์ เช่น ประเมินตัวเองก่อนว่าเรามีกำลังเท่าไหร่ ไหวที่เท่าไหร่ เรารอได้ไหม เราต้องทำสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้เลยไหม การมีใจสู้ก็ดี แต่การสู้แบบหัวชนฝาโดยไม่คำนึงถึงอะไรก็อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายได้ ผมว่าสิ่งสำคัญสำหรับภาวะแบบนี้คือ เราต้องคิดอย่างชาญฉลาดเอาไว้ให้มากๆ ว่าถ้าเราจ่ายอะไรออกไปแล้วจะทำให้มีรายได้กลับมาจริงไหม เพราะด้วยสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาลองผิดลองถูกหรือเสี่ยงโชค ตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องชัวร์ที่สุด  เมื่อเรามั่นใจว่าสามารถทำได้จึงค่อยทำ อย่างตัวผมเองมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน ตอนนี้ก็ต้องเลือกที่จะปิดบางแห่งไป เพราะผมไม่มีความมั่นใจว่าถ้าทำแล้วจะรอดในสถานการณ์แบบนี้ สู้ผมเก็บเงินที่เหลือเอาไว้ก่อนดีกว่า พอทุกอย่างมันผ่านพ้นไปแล้ว อย่างน้อยเรายังทุนมาใช้สู้ใหม่ ดีกว่าที่เราทนเจ็บไปแล้วเงินก้อนก็หาย แถมยังมีหนี้สินเพิ่มขึ้นมาอีก” “การรับฟังข่าวสารก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับ เพราะการจะปรับตัวได้ดีขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลข่าวสารที่เรามี ที่สำคัญที่สุดอย่าคิดแค่เพียงว่าตัวเราอยากจะทำอะไร แต่ให้ฟังเสียงของลูกค้าเอาไว้มากๆ ว่าสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ นั้นคืออะไร เอาตรงนั้นเป็นโจทย์ตั้ง แล้วเราค่อยคิดตอบโจทย์ของลูกค้า อย่างตัวผมเองเห็นว่าตอนนี้สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญอย่างสูงสุดคือความปลอดภัย เราก็พยายามตีโจทย์ตรงนั้นออกมา เป็นทั้งมาตรการต่างๆ ที่ใช้กับร้านและพนักงาน ไปจนถึงการให้บริการฟู้ดทรัคไปปั้นโอมากาเสะซูชิให้ลูกค้าถึงที่บ้าน และที่ทำให้เขามั่นใจได้ว่าจะได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัย”

สูตรอาหารเพิ่มเติม
แค่พูด ยอดขายก็เพิ่ม รวมประโยคจี้ใจชวนซื้อ เปลี่ยนพนักงาน เป็นท๊อปเซลล์

แค่พูด ยอดขายก็เพิ่ม รวมประโยคจี้ใจชวนซื้อ เปลี่ยนพนักงาน เป็นท๊อปเซลล์

รู้หรือไม่ แค่พูด..ยอดขายก็เพิ่ม! เมื่อลูกค้าเข้าร้าน ถือเป็นนาทีทอง แค่พูด ยอดขายก็เพิ่ม เทรนพนักงานได้แล้ววันนี้!  เช่น โปรโมทโปรโมชั่นพิเศษ ในการรับออเดอร์อาหาร เครื่องดื่ม เปลี่ยนจากถามลูกค้า “รับอะไรดีคะ” เป็นแนะนำลูกค้า “วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ เมนู XXX คู่เมนู ในราคาพิเศษ XXX บาท”  เร่งขายเมนูที่อายุจำกัด ลดการเกิด Waste  “วันนี้เมนู XXX ลดพิเศษ 10% นะคะ” เพิ่มยอดบิลให้สูงขึ้น “สั่งเพิ่มอีก XXX บาท คุณลูกค้าจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 10% ดูขนมในร้านเพิ่มมั้ยคะ” หลังสั่งจานหลักแล้วลองถามลูกค้าว่า “รับของทานเล่นเพิ่มเติมมั้ยคะ มีเมนู XXX”  แนะนำเครื่องดื่มเพิ่มยอดขาย โดยไม่ต้องถามลูกค้า เช่น “วันนี้เรามีน้ำสมุนไพร น้ำอัดลม นะคะรับอะไรดีคะ” แล้วค่อยถามเพิ่มว่ารับน้ำเปล่าเพิ่มมั้ย สั่งแล้วก็สั่งเพิ่มได้ เสิร์ฟครบแล้วลองเข้าไปถามลูกค้าว่า “รับอะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ”  เรียกเช็คบิล ก็สั่งกลับบ้านได้อีก ลอง #ถามลูกค้าก่อนเช็คบิล ว่า “รับอะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ รับขนมกลับบ้านมั้ยคะ วันนี้มี XXXX” ทริคสำคัญ ต้องบรีฟพนักงานไป เชียร์ขายอะไรในสถานการณ์ไหน มี Pattern ในการพูดไปในทิศทางเดียวกันทุกคน มีเมนู สินค้า เครื่องดื่ม ที่พร้อมให้พนักงานพูดเชียร์ขายในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีโปรโมชั่นพิเศษ เพิ่มดึงดูดลูกค้าในสถานการณ์ต่าง ๆ พนักงานต้องมี mindset ว่าทุกคนสามารถเป็นนักขายหรือพนักงานขายได้ ช่วยให้พนักงานมีแรงผลักดันในด้านการขายออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ร้านอยู่ซอย ไม่มีงบโฆษณา ทำอย่างไรให้ร้านขายดีขึ้น!

ร้านอยู่ซอย ไม่มีงบโฆษณา ทำอย่างไรให้ร้านขายดีขึ้น!

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Location มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจร้านอาหารเป็นอย่างมาก ร้านไหนอยู่ใน Location ที่ผู้คนพลุกพล่านจะมีโอกาสขายได้มากกว่าร้านที่อยู่ในจุดที่ผู้คนสัญจรผ่านน้อย แต่ในความเป็นจริงเราคงไม่สามารถเลือก Location ที่ดีได้ตามใจ เพราะการเช่าพื้นที่ตั้งร้านในจุดที่มีโอกาสในการขายสูงค่าเช่าที่ก็จะสูงตามไปด้วย ร้านอาหารหลายร้านจึงต้องเลือกเปิดร้านในทำเลที่สะดวก เช่น ตามซอกซอยที่ห่างไกลจากถนนใหญ่หรือแหล่งชุมชน บางร้านเปิดขายมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่สามารถย้ายไปอยู่ Location ใหม่ได้เพราะไม่มีทุนมากพอ หรือพอมีพื้นที่ในบ้านอยู่บ้างเลยเปิดเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ เพื่อขายให้กับลูกค้าที่อยู่บริเวณใกล้บ้านหรือลูกค้าขาจรบ้างแล้วแต่โอกาสจะอำนวย อยากจะเพิ่มยอดขายของร้านให้มากขึ้น แต่ยังติดปัจจัยด้านงบประมาณ แม้แต่จะลงโฆษณาในสื่อ Social ยังไม่มีงบพอจะทำ ฟังดูแล้วอาจจะยากที่จะทำให้ร้านขายดีขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางไปซะทีเดียว วันนี้ MHA จะมาแนะนำแนวทางที่จะทำให้ร้านที่อยู่ในซอยห่างไกล แถมยังไม่มีงบจะลงโฆษณา ให้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วยวิธีไม่ยาก ดังต่อไปนี้ ขายให้ไกล(ขึ้น) ด้วยใบปลิว ข้อนี้เป็นอะไรที่ดูเบสิคมากเลย แต่ก็ได้ผลมากเช่นกัน ลองสำรวจร้านตัวเองก่อนว่า นอกจากทำป้ายหน้าร้านเพื่อให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้สะดุดตาแล้วนั้น เราได้เคยทำการโฆษณาร้านตัวเองผ่านช่องทางอื่นอีกหรือไม่ ยังไม่ต้องมองไปยังกลุ่มลูกค้าที่กว้างออกไป ลองเอาแค่ลูกค้าในรอบรัศมีจากร้าน 5-8 กิโลเมตรก่อน สมมุติแต่เดิมร้านเรามีคนรู้จักแค่ในซอยเดียวกัน เต็มที่แค่ถัดไป 1-2 ซอยเท่านั้น คือไม่เกินรัศมี 3 กิโลเมตร ซึ่งอาจมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยไม่เกิน 100 หลังคาเรือนเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราสามารถแจกใบปลิวเพื่อแนะนำร้าน ออกไปได้ไกลกว่าเดิม เพิ่มรัศมีเป็นสัก 5 กิโลเมตร เราจะเพิ่มกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นอีกกว่า 100 หลังคาเรือนเลยทีเดียว อีกทั้งใบปลิวเองก็ไม่ได้ใช้ต้นทุนในการทำมากนัก ขนาดที่เหมาะสมคือขนาด A5 (ครึ่งหนึ่งของขนาด A4) อาจจะออกแบบเองง่ายๆ แล้วไปถ่ายเอกสาร 100-200 แผ่น ถ้ามีทุนสักหน่อยอาจจ้างทำใบปลิวสี่สี จะได้ความน่าสนใจมากขึ้น แต่ถ้าอยากประหยัดใบปลิวขาวดำที่ออกแบบดีก็ได้ผลพอสมควร โดยในใบปลิวจะต้องมีรายละเอียดของร้านที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ที่ตั้งของร้าน เบอร์โทรศัพท์ Line หรือช่องทางติดต่ออื่น บางร้านเอาเมนูอาหารใส่เข้าไปในใบปลิวด้วย ซึ่งก็ได้ผลดีเหมือนกัน เพราะลูกค้าสามารถสั่งได้เลย ถ้าเป็นใบปลิวแบบสี เราสามารถใส่รูปเมนูอาหารที่น่ากินลงได้ด้วยได้ ซึ่งจะสร้างความดึงดูดได้มากขึ้น อย่าลืมโปรโมชั่น ถ้าเอาใบปลิวนี้มาที่ร้านจะมีส่วนลดหรือแถมอาหารเครื่องดื่มเล็กน้อยก็ได้ เพื่อเป็นการวัดประสิทธิภาพของใบปลิวที่เราแจกไปด้วย ซึ่งกลยุทธนี้จะช่วยให้ลูกค้าเก็บใบปลิวเราเอาไว้มากกว่าการโยนทิ้งตั้งแต่รับใบปลิวมา       สำหรับการกระจายใบปลิวนั้น เราไม่จำเป็นต้องแจกเองทั้งหมดก็ได้ ลองใช้วิธีการฝากแจกไว้ที่ป้อมยามของหมู่บ้าน นิติบุคคลของคอนโดมิเนียม หรือจุดรปภ.ของอาคารสำนักงานต่าง ๆ ทำเป็นกล่องวางไว้ที่บริเวณวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นจุดที่มีการสัญจรของผู้คนมาก และช่วยสร้างโอกาสในการหยิบใบปลิวมากขึ้นอีกด้วย 2. ร้านไกลไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีเดลิเวอรี่ หลายคนจะเริ่มคิดถึงแอปสั่งอาหาร ที่จะต้องถูกหักรายได้จำนวนหนึ่งให้กับแอปเหล่านี้ อันที่จริงแล้วเราสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้ ถ้าเราจัดส่งเองได้ในระยะทางที่ไม่ไกลมาก ประมาณ 2-5 กิโลเมตรจากร้าน หรือเก็บค่าจัดส่ง 10-20 บาทในกรณีที่ไกลกว่านั้น ทั้งนี้จะต้องวางแผนการทำงานเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย ได้แก่ - วางแผนการส่งเมนูอาหารผ่านสื่อโซเชียล หรือ Line OA หรือแม้แต่ใบปลิวที่แจ้งเมนูอาหารเอาไว้ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ - วางแผนด้านบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น ต้องซื้อกล่องบรรจุอาหาร ช้อน-ส้อมใช้แล้วทิ้ง เครื่องปรุงต่างๆ ถุงหิ้ว โดยคำนึงถึงความสะดวกของลูกค้าในการรับประทานอาหาร และความสะดวกในการจัดส่งด้วย - พาหนะที่ใช้ส่งอาหาร อาจจะเป็นรถยนต์ที่มีอยู่แล้ว จักรยาน หรือจักรยานยนต์ อาจต้องเพิ่มกระเป๋าใส่อาหารเพื่อที่จะส่งอาหารได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นและส่งได้จำนวนมาก - วางแผนการจัดส่ง อาจใช้วิธีส่งอาหารเป็นรอบเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ต้องไม่ให้ลูกค้าที่สั่งอาหารรอนานเกินไป เช่น ลูกค้าสั่งอาหารตอน 11.00น. แต่ไปจัดส่ง รอบ 12.00น. พร้อมกันทุกออร์เดอร์ แบบนี้ลูกค้าจะรอนานเกินไปและจะไม่สั่งอีก อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าการขนส่งจะมีค่าใช้จ่าย และต้นทุนด้านเวลาเช่นกัน และต้องวางแผนในจุดนี้ด้วย ถ้าไม่สะดวกในการไปส่งเอง เพราะไม่มีคนทำอาหารที่ร้าน การจ้างมอเตอร์ไซรับจ้าง หรือผูกกับบริการแอปส่งอาหารก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน ผูกปิ่นโต สร้างฐานลูกค้าหลักให้กับร้าน จะดีแค่ไหนถ้าร้านของเรามีออเดอร์ประจำทุกวัน เพราะนั่นเท่ากับมีรายได้มารอเราอยู่ทุกวันเช่นกัน การผูกปิ่นโตคือ การที่ลูกค้าสั่งอาหารจากเราโดยให้เราทำอาหารส่งทุกวัน หรือในวันที่ลูกค้ากำหนด เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากบริการเดลิเวอรี่ก็ได้ ดังนั้นในใบปลิวหรือสื่อโซเชียลของร้านควรระบุบริการอาหารแบบผูกปิ่นโตไว้ด้วย การผูกปิ่นโตนั้นลูกค้ามักจะสั่งเป็นอาหารชุด เช่น ข้าว และกับข้าว 2-3 อย่าง และของหวาน อาจจะเพื่อทานกันในครอบครัวที่ไม่สะดวกทำอาหารทานเองหรือกลุ่มพนักงานในบริษัทที่อยู่ห่างร้านอาหาร จนหาอาหารเช้า-กลางวันกินยาก ซึ่งหลักการผูกปิ่นโตที่ดีนั้น ต้องใส่ใจกับลูกค้าให้มาก ต้องมีการสอบถาม หรือสังเกตว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอาหารแบบไหน เช่น ลูกค้าทานเผ็ดได้หรือไม่ หรือไม่ทานอะไรบ้าง ควรมีการจัดอาหารเป็นชุดในแต่ละวันที่ไม่ซ้ำกันไป หรือใช้ Line OA ในการสอบถามลูกค้าในแต่ละวันก็ได้ ในกรณีการผูกปิ่นโตกันในระยะยาว อาจเพิ่มภาชนะบรรจุอาหาร หรือกล่องที่กลับมาใช้ใหม่ได้ สำหรับใช้ในการบรรจุอาหารเพื่อเป็นการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นถุงพลาสติก และนำกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อส่งอาหารในวันถัดไป หรือเพิ่มถุงผ้าใส่อาหารที่มีการสกรีนชื่อร้าน เพื่อให้ลูกค้าจดจำร้านเราได้นั่นเอง ส่วนการชำระค่าอาหารนั้น แล้วแต่จะทางร้านจะตกลงกับลูกค้าว่าชำระเป็นสัปดาห์ หรือชำระเป็นเดือน โดยอาจให้ส่วนลดเพื่อจูงใจในการชำระล่วงหน้าเป็นเดือนก็ได้          เพิ่มเติม : ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา หลายคนใช้วิธีการผูกปิ่นโตนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการออกไปจับจ่ายซื้ออาหาร หรือให้ทางร้านส่งอาหารไปที่วัดเพื่อถวายเป็นภัตราหารแก่พระสงฆ์ เป็นการทำบุญโดยไม่ต้องเดินทางไปวัดด้วยตนเอง 4. ขยายโลกให้กว้าง ด้วยการศึกษาและทดลองใช้สื่อออนไลน์ โดยเริ่มจากเครื่องมือที่ใช้ฟรีก็ได้ เพราะสื่อเหล่านี้สามารถสร้างยอดผู้พบเห็นได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะ และยังสามารถอัพเกรดการเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย สามารถทำให้ลูกค้ามาเห็นสินค้าโดยผ่านทางโลกออนไลน์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องหาพื้นที่สวย ๆ ทำเลดี ๆ เหมือนเมื่อก่อน ในส่วนนี้ MHA ขอแนะนำเครื่องมือการตลาดออนไลน์ง่ายๆ ใช้ฟรีๆ และเหมาะกับร้านอาหาร ดังนี้ Line OA เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่เหมาะกับร้านค้าในทุกวันนี้เป็นอย่างมาก คุณสมบัติมีมีหลากหลาย ทั้งการส่งข้อความหาลูกค้า สามารถคุยแบบส่วนตัวหรือแบบกระจายข่าวไปพร้อมกันทั้งกลุ่มได้ แน่นอนการที่สามารถคุยกับลูกค้าใน Line OA ส่วนตัวนั้นทำให้สามารถค้นประวัติการคุยและกลับมาอ่านเพื่อหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ง่าย Line ยังสามารถที่จะส่งข้อความคล้ายๆ SMS ให้กับลูกค้าได้โดยตรง โดยในคุณสมบัตินี้ยังสามารถแนบคูปองไปด้วยเพื่อให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำหรือมาลองใช้สินค้าได้อย่างดี Line Group เป็นเครื่องมือที่เข้าใจง่ายและทำได้ง่ายมากในทุกวันนี้ แค่ให้ QR code ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ การที่เป็นแชทกลุ่ม ทำให้ลูกค้าสามารถเห็นถึงฟีดแบคของลูกค้าคนอื่นที่เคยใช้บริการ Line Group สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้ง่าย นอกจากการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของร้านกับลูกค้าแล้ว ยังทำให้ลูกค้าด้วยกันเองสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กันไปในตัว คล้ายกับการสร้างสังคมของคนที่เคยมาร้านเราเพื่อแนะนำร้านเราให้กับลูกค้าใหม่คนอื่น ๆ ต่อ Facebook Page ทุกวันนี้มากกว่า 90% ลูกค้ามี Facebook ส่วนตัวกันอยู่แล้ว เพจเฟสบุ๊คสามารถทำให้กลายเป็นหน้าร้านในโลกออนไลน์ได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย นอกจากนี้การที่เป็นหน้าร้าน ทั้งลูกค้าขาจร และลูกค้าประจำสามารถเห็นร้านอาหาร เมนูอาหารหรือตัวโปรโมชั่นได้อย่างง่ายดาย สามารถนำข้อมูลหลังบ้านมาวางแผนการขายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก Google My Business คือเครื่องมือทางการตลาดที่ใหม่ที่สุดในกลุ่มที่พูดมา แต่กลับสร้างผลดีที่เกิดคาดในหลายๆ ธุรกิจ โดยการทำงานคือ สามารถใส่ข้อมูลร้านอาหารของเราเข้าไป แค่นี้ ชื่อร้านอาหารของเรา ก็จะปรากฏบนบริการต่างๆ ในเครือต่างของ Google เช่น Google maps, Google+ และ Google Search โดยทั้งหมดนี้มีประโยชน์ ในการทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากเวลาหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ การที่ชื่อของธุรกิจของคุณอยู่ใน Google maps ทำให้ลูกค้าสามารถมาที่ร้านคุณได้ง่ายๆ ไม่หลงทางแน่นอน ยังมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้ร้านเป็นที่รู้จักและมีลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้ร้านเราจะอยู่ในซอยลึกๆ ก็ตาม อย่างไรก็ตาม MHA ขอให้ข้อคิดที่สำคัญส่งท้ายอย่างหนึ่งคือ การทำให้ร้านมีลูกค้าจะมากขึ้นนั้นสำคัญก็จริง แต่การทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ในรสชาติอาหาร คุณภาพบริการ หรือแม้แต่การจัดร้านให้ดูสวยงาม จะทำให้ลูกค้าติดใจร้านเรา และนำไปบอกต่อกับญาติ เพื่อนฝูง หรือแม้แต่รีวิวลงสื่อโซเชียลต่างๆ เหมือนเป็นการบอกต่อ ปากต่อปาก ซึ่งจุดนี้ก็สำคัญไม่น้อยเลยในการที่ร้านจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นแม้ร้านเราจะอยู่ห่างไกลมากก็ตาม และกลับมาพบเคล็ดลับดีๆ ในการทำการตลาดร้านอาหารกับ MHA ได้ในตอนต่อไป เครดิตรูปภาพ : Facebook Penguin Eat Shabu - ชาบูเพนกวิน  เสพติดการกิน 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
สวรรค์ของคนรักเนื้อ รวมวัตถุดิบเนื้อพรีเมี่ยมที่ Makro

สวรรค์ของคนรักเนื้อ รวมวัตถุดิบเนื้อพรีเมี่ยมที่ Makro

เนื้อวัว วัตถุดิบยอดนิยมสำหรับคนทั้งโลก โดยแต่ละประเทศมีสายพันธุ์วัว วิธีการเลี้ยง วิธีการปรุง เพื่อทำให้รสชาติความอร่อยของเนื้อวัวออกมาแตกต่างกัน ในส่วนของผู้บริโภค สวรรค์ของคนรักเนื้อคือการได้ลิ้มลองเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการร้านอาหารจึงต้องคัดสรรสุดยอดเนื้อวัวมาเสิร์ฟในแต่ละเมนูเพื่อมัดใจลูกค้าให้ได้ การเลี้ยงโคแบบขุนหรือการเลี้ยงด้วยธัญพืช (Grain-Fed)  เป็นวิธีการเลี้ยงแบบหนึ่งซึ่งจะได้เนื้อวัวที่อร่อยนุ่มลิ้น ขุนคือการเลี้ยงที่พัฒนาคุณภาพเพื่อให้โคขุนได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ทำให้โคขุนมีสุขภาพดีสมบรูณ์แข็งแรง ประกอบกับการควบคุมให้อายุวัวไม่มากจนเกินไป ทำให้เนื้อวัวมีความหอมนุ่มจากธัญพืชที่ได้รับอีกด้วย การเลี้ยงแบบนี้สามารถกำหนดระดับไขมันที่แทรกอยู่ในกล้ามเนื้อหรือที่เรียกว่าลายหินอ่อน (Marbling) ได้ตามปริมาณที่ต้องการ ซึ่งระดับปริมาณไขมันที่แทรกเรียกว่า มาร์บริ่ง สกอร์ (Marbling Score) หากได้Score ที่สูงความนุ่มของเนื้อก็จะยิ่งนุ่มมากขึ้น และมีความหอมนุ่มอย่างลงตัวด้วย เมนูอาหาร VS ชิ้นส่วน เนื้อโคขุนสามารถทำไปรังสรรค์อาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งแต่ละส่วนก็จะมีความเหมาะสมกับเมนูอาหารที่ต่างกันไป1. เมนูย่าง (สเต็ก) , อบ ชิ้นส่วนที่แนะนำ : สันใน (Tenderloin), สันนอก (Striploin), สันแหลม (Rib Eye) ใบบัว (Flank), เนื้อชายท้อง (Bavette), เสือร้องไห้ (Brisket)2. เมนู, ผัด, แกง, ทอด ชิ้นส่วนที่แนะนำ : สะโพก (Round / Rump), เนื้อแดง (Lean Meat)3. เมนูต้ม, ตุ๋ม ชิ้นส่วนที่แนะนำ : น่อง (Shank), เสือร้องไห้ (Brisket) 4. เมนูปิ้งย่าง/ชาบู ชิ้นส่วนที่แนะนำ : เนื้อร่องซี่โครง (Finger rib) , สันคอ (Chuck), ใบพาย (Oyster blade), เนื้อพื้นอก (Plate) เนื้อวัวสำหรับร้านอาหาร นอกจากสายพันธุ์ ระดับความนุ่มของส่วนต่างๆ แล้ว เรื่องราวของเนื้อวัวนั้นๆ ทั้งแหล่งที่มา การเลี้ยง หากเจ้าของร้านได้มีโอกาสเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ลูกค้าได้ฟังก็ยิ่งจะเพิ่มมูลค่าของอาหารได้มากยิ่งขึ้น โดยโคขุนทุกตัวจะต้องผ่านการเลี้ยงภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ผลิตจากโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP และ Halal ต้องปลอดภัยจากสารเร่งเนื้อแดงและยาปฏิชีวนะตกค้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วคงจะเป็นการยากหากผู้ประกอบการจะสืบหาข้อมูลของแหล่งที่มาทุกครั้งในการเลือก เพราะฉะนั้นที่แม็คโครจึงได้คัดสรรเนื้อวัว ที่มีความปลอดภัย และควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการชำแหละ จนถึงสถานที่จัดจำหน่าย ที่สำคัญยังมีให้เลือกเนื้อวัวที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหาร เนื้อโคขุนไทย-แองกัส คัดสรรจากวัวสายพันธ์ุชั้นดี ประเทศสก็อตแลนด์ ใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลี้ยง ไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยวัวจะได้รับการเลี้ยงและดูแลภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มมาตรฐานที่ผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตจะผ่านการบ่มซากอย่างน้อย 14 วันในห้องเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียสก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน มีการคัดเลือกเฉพาะเนื้อที่มีลายไขมันแทรกระดับ MS 4+ ขึ้นไป เพื่อให้ได้เนื้อวัวชั้นเลิศที่มีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมละมุน  ที่สำคัญผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวก ควบคุมต้นทุนได้ ด้วยการตัดแต่งชิ้นเนื้อขนาดพอเหมาะให้พร้อมปรุงอาหารชั้นเลิศแล้ว สามารถเลือกซื้อเนื้อโคขุนไทย-แองกัส ได้ทั้งแบบบรรจุด้วยระบบสกินแพ็คที่สามารถคงความสด และรสชาติของเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมนานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต หรือเลือกเนื้อที่บรรจุโดยการแช่แข็งสามารถยืดความสดนานถึง 1 ปีนับจากวันผลิต จะคงรสชาติของเนื้อที่ดี เนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอม สามารถเลือกซื้อได้สะดวกที่แม็คโคร และ Makro Click เนื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์ทาจิมะ วากิว สายพันธุ์ทาจิมะเป็นหนึ่งในสายพันธุ์วากิวที่เราคุ้นเคยกัน เนื้อโคขุนลูกผสมสายนี้ เกิดจากการคัดสรรวัวสายพันธุ์ชั้นเลิศจากญี่ปุ่น โดยพิถีพิถันตั้งแต่เลี้ยง ดูแลอย่างดีตลอด 2 ปี เพื่อให้ได้เนื้อคุณภาพระดับพรีเมี่ยม มีลายไขมันแทรกสูงระดับ MS 5+ ขึ้นไป มีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมละมุน เหมาะสำหรับนำไปประกอบเมนูอาหารชั้นเลิศ ในกระบวนการผลิตผ่านด้วยการบ่มซากอย่างน้อย 21วันในห้องเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียสก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน และนำเข้าบรรจุด้วยระบบสกินแพ็ค เพื่อยืดความสด คงรสชาติของเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอม ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต  ผู้ประกอบการร้านอาหารมั่นใจได้ว่าเมื่อนำไปเสิร์ฟแล้วลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มอร่อยของเนื้อโคขุนจากญี่ปุ่นอย่างแน่นนอน สามารถเลือกซื้อเนื้อโคขุนลูกผสมสายสายพันธุ์ทาจิมะ ที่แม็คโคร และ Makro Click เนื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์ชาร์โรเล่ห์ ที่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์นมานานกว่า 40 ปี จนได้เนื้อที่มีเส้นใยกล้ามเนื้อละเอียดนุ่ม ในการเลี้ยงมีการขุนนานกว่า 180 วัน ด้วยธัญพืชและหญ้า เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตมีการบ่มซากอีกอย่างน้อย 21 วัน ในห้องเย็น ที่อุณหภูมิประมาณ1-4 องศาเซลเซียสก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน และเข้าบรรจุด้วยระบบ Skin Pack เพื่อยืดความสด คงรสชาติของเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิตเช่นกัน สามารถเลือกซื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์ชาร์โรเล่ห์ ที่แม็คโคร และ Makro Click เนื้อโคขุนบราห์มัน ผ่านกระบวนการผลิต ด้วยการบ่มซากให้เนื้อนุ่มหอมในห้องเย็น ที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียส ก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน และบรรจุด้วยระบบ Skin Pack เพื่อคงความสด กลิ่นรส ความหอมนุ่ม ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต โคขุนสายพันธ์ุผสมอเมริกันบราห์มัน ที่ผ่านการพัฒนาพันธ์มานานกว่า 40 ปี มีการดูแลเลี้ยงขุน(Grain - Fed) นานกว่า 120 วัน ภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ จึงทำให้เนื้อโคขุนมีความนุ่ม รสชาติอร่อย และหอม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในกระบวนการผลิตมีการบ่มซากนาน 7 วันในห้องเย็น ที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียส ก่อนตัดแต่งชิ้นส่วนเพื่อคงคุณลักษณ์พิเศษของเนื้อ และรักษาคุณภาพของเนื้อให้ถูกหลักอนามัย ในการบรรจุ บรรจุด้วยระบบสกินแพ็ค ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงมั่นใจได้ว่าเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของร้านคุณได้ สามารถเลือกซื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์บราห์มัน ที่แม็คโคร และ Makro Click 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ุเปิดเพจร้านแต่ไม่รู้จะโพสอะไรดี?

ุเปิดเพจร้านแต่ไม่รู้จะโพสอะไรดี?

ปัญหาที่เจ้าของร้านอาหารมักจะเจอกันเมื่อเริ่มทำ Facebook Page ก็คือ หลังจากเปิดเพจของร้านแล้ว มีรูป Profile มีรูป Coverแล้ว โพสต์รูปร้าน รูปอาหาร อะไรต่าง ๆ ก็โพสต์ไปหมดแล้ว คำถามต่อมาคือ แล้วจะโพสต์อะไรต่อดี? โพสต์แบบไหนที่จะทำให้คนติดตามร้านเรา หรือแม้แต่ดึงดูดให้คนเข้าร้านเรามากขึ้นกว่าเดิม อันที่จริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดประเด็นคำถามนี้ เพราะความถนัดที่แท้จริงของเจ้าของร้านอาหารแทบทุกคน คือการให้บริการด้านอาหารเป็นหลัก ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์อาหารหรือการทำ Content Marketing แต่เมื่อถามว่า ถ้าเราไม่ถนัดในการสร้างคอนเทนต์แล้ว แบบนี้เราควรจะจ้างคนทำ Content ให้ช่วยทำโพสต์ลงเพจประจำไปเลยดีหรือเปล่า? ใจเย็นไว้ก่อน วันนี้ MHA มีไอเดียในการสร้างคอนเทนต์ในฉบับที่เรียกว่าแม้แต่มือใหม่ก็สามารถมีโพสต์ลง Page ของร้านได้อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว วัน-เวลา เปิดร้านและปิดร้าน อันนี้สำคัญมากเพราะหลายคนมักจะโฟกัสที่การลงรูปร้าน ลงรูปเมนูอาหาร ที่สวยงาม แต่ลืมไปว่า ข้อมูลเรื่องการปิด-เปิดร้าน ก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองนึกภาพลูกค้ากำลังเปิด Facebook ในมือถือ และกำลังดูโพสต์ของร้านเรา ซึ่งขึ้นแท็กมาใน Feed ต่าง ๆ อยู่ แล้วเกิดสนใจในร้าน แต่ไม่รู้ร้านเปิดกี่โมง ปิดกี่โมง เปิดวันไหนบ้าง ซึ่งหมายถึงผู้อ่านจะต้องละสายตาจากโพสต์ เพื่อคลิกเข้าเพจของร้าน ถ้าต้องการทราบข้อมูลของร้านที่อยู่ในส่วนของ About อีกทีหนึ่ง ถ้าดูจากขั้นตอนแล้วออกจะยากไปหน่อย สำหรับโพสต์แรกๆ เราสามารถโพสต์แจ้งไปเลยก็ได้ว่าร้านเราเปิดกี่โมง ปิดกี่โมง เปิดวันใดบ้าง ปิดวันใดบ้าง เมื่อโพสต์ประกอบกับรูปเมนูอาหารต่าง ๆ แล้วเล่าเป็น Story สั้นๆของทางร้านก็เป็นไอเดียที่ดีไม่แพ้กัน ควร : ลองถ่ายป้ายบอกเวลาเปิดปิดร้าน พร้อมกับเมนูในร้าน แล้วเขียนโพสต์กำกับสักหน่อยก็ดึงดูดความสนใจได้ดี ไม่ควร : แจ้งวันเวลาไม่ตรงกับการเปิดปิดจริง เช่น ร้านปิดวันจันทร์ แต่แจ้งว่าเปิดทุกวัน เป็นต้น เมนูแนะนำ ตามหลักจิตวิทยาแล้ว เมนูใดที่เป็นเมนูแนะนำของร้าน เราจะใส่ใจเมนูนี้มากที่สุด จนถึงขนาดเล่าเรื่องของเมนูนี้ได้เป็นอย่างดี และไม่เพียงแต่เราเท่านั้น ลูกค้าเองก็มักจะถามเสมอว่า แต่ละร้านมีเมนูอะไรแนะนำบ้าง ที่เรียกว่า จะต้องสั่งเมื่อมาที่ร้านนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การสนทนาชักชวนเพื่อนฝูงของลูกค้าให้มาลองชิม หรือแม้แต่เชิญชวนให้นักรีวิวทั้งหลายติดต่อมาขอรีวิวร้านอีกด้วย โดยทางร้านสามารถโพสต์รูปเมนูแนะนำ ประกอบกับการเล่าเรื่องเกี่ยวกับเมนูนี้ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดของเมนู ความโดดเด่นของเมนูแตกต่างจากร้านอื่น กระบวนการขั้นตอนปรุงอาหาร รวมถึงราคาของเมนูนั้น  ควร : ศึกษาวิธีการถ่ายภาพอาหารเพิ่มเติม ได้จาก สร้างสรรค์ภาพเมนูอาหารอย่างมืออาชีพด้วยมือถือเพราะการถ่ายภาพที่ดีจะทำให้อาหารดูน่ารับประทานเพิ่มขึ้น สามารถทำอัลบั้มภาพได้ในกรณีที่มีเมนูแนะนำหลายเมนู           ไม่ควร : ลงรูปเมนูแนะนำเฉย ๆ แต่ไม่เล่ารายละเอียดของเมนู ไม่ระบุว่าทำไมถึงเป็นเมนูแนะนำ การติดต่อร้าน หรือการจองที่นั่ง  หลายคนแปลกใจทำไมเรายังต้องโพสต์เรื่องนี้อีก ในเมื่อเราลงรายละเอียดติดต่อร้านไว้แล้วในส่วนรายละเอียดของเพจ ทั้งนี้เพราะ Feed เรื่องการจองที่นั่งให้ผลในเชิงจิตวิทยาหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ตัดสินใจใช้บริการ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของร้านที่จะต้อนรับลูกค้าขอเพียงลูกค้าติดต่อร้านผ่านทุกช่องทางการสื่อสารที่ลูกค้าสะดวก เรียกได้ว่าเป็นการอำนวยความสะดวกตั้งแต่กระบวนการสอบถามและจองที่นั่งเลยทีเดียว บางร้านอาจโพสต์กระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า ด้วยหลักจิตวิทยา”ของใกล้หมด” เช่น ยังพอมีที่นั่งเหลือ รีบจองที่ด่วน เมนูนี้ใกล้หมดแล้ว ไปพร้อมกับการโพสต์เรื่องการติดต่อและการจองที่นั่งด้วย ควร : เลือกพิจารณาเปิดทุกช่องทางติดต่อที่ “ลูกค้า” สะดวก มากกว่ายึดหลักความสะดวกของร้าน ไม่ว่าจะเป็น LINE OA, Messenger, เบอร์โทรศัพท์ หรือ Link สั่งเดลิเวอรี่กับแอปต่าง ๆ ไม่ควร : ช่องทางติดต่อไม่อัพเดท ติดต่อไม่ได้ เบอร์ยกเลิก ลงเบอร์  ลง Contact ผิด เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เสียรายได้จากการพลาดโอกาสในการขาย เพราะลูกค้าติดต่อเราไม่ได้ ถ้าเปิดเพจมาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้ “ตัน”   คิด Content ไม่ออก ไม่รู้จะ Post อะไรดี อะไรที่เบสิคทั้งหลายก็โพสต์ไปแล้ว ทั้งเมนูแนะนำ ทั้งรายละเอียดร้าน ปัญหาอาจจะอยู่ที่ยังไม่มีการวางแผน Content ที่จะลงเพจก็เป็นได้ ในกรณีนี้ขอแนะนำให้ลองวางแผนการลง Content โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา และแบ่งเนื้อหาในแต่ละช่วงเวลา ตามขั้นตอนต่อไปนี้ ทำตารางเนื้อหา โดยแบ่งเป็น เนื้อหาประจำวัน เนื้อหาประจำสัปดาห์ และเนื้อหาประจำเดือน ลองกำหนด Content ที่จะลงในแต่ละช่วงเวลา โดยพิจารณาจากความยากง่าย ในการสร้างเนื้อหา ซึ่งเราจะขอยกตัวอย่าง Content ที่น่าสนใจในแต่ละวัน ดังนี้ เนื้อหาประจำวัน ควรเป็นภาพนิ่งหรือคลิปวิดีโอสั้น ถ่ายและตกแต่งได้เองจาก Smart Phone หรือเขียนเนื้อหาได้ไม่ยาวเกินไป ยกตัวอย่างเช่น วันจันทร์ - เมนูประจำร้าน โดยลงภาพเมนู หรือเมนูพิเศษประจำวัน ใส่ Caption เล่าเรื่องเมนูนั้นสั้น ๆ และโพสต์ขาย เชิญชวนให้มาร้าน วันอังคาร - ลงภาพบรรยากาศในร้าน จริงอยู่เราอาจจะลงบรรยากาศในร้านไปบ้างแล้วตอนเปิดเพจ แต่บรรยากาศร้านสามารถปรับเปลี่ยน ตกแต่ง เพิ่มเติมได้ตลอดเวลาเช่นกัน ลองเพิ่มต้นไม้ ตุ๊กตา หรือเอาเครื่องดื่ม อาหารไปวางในมุมต่าง ๆ ของร้าน โดยเปลี่ยนมุมไปเรื่อย ๆ อาจเพิ่ม Caption ให้กำลังใจ หรือข้อคิดดี ๆ ในแต่ละวัน แคปชั่นขายของเล็กน้อย วันพุธ – ถ้าเบื่อลงภาพเมนูอาหารแล้ว ลองลงภาพวัตถุดิบในการทำอาหารดูบ้าง ในส่วนนี้เราสามารถสร้าง Caption ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น การนำเสนอคุณภาพของวัตถุดิบ แสดงความพร้อมในการรับรองลูกค้า หรือหากเป็นวัตถุดิบพิเศษ เราสามารถนำเสนอควบไปกับเมนูพิเศษที่ใช้วัตถุดิบนี้ปรุงเลยก็ได้ วันพฤหัสบดี - ลองโพสต์รูปของพนักงานดูบ้าง เพราะพนักงานก็เป็นส่วนหนึ่งในบริการของร้าน การที่ลูกค้าเห็นภาพพนักงานที่พร้อมจะให้บริการ ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเต็มใจและ Service Mind ของพนักงานผ่านโพสต์นั้น รูปแบบการโพสต์สามารถทำได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มพนักงานของร้าน หรือแยกพนักงานออกมาเป็นกลุ่ม กลุ่มพนักงานต้อนรับ พ่อครัว พร้อมโพสต์ในลักษณะ พนักงานพร้อมให้บริการ วันนี้เชฟ/พ่อครัวประจำร้านมีเมนูอะไรพิเศษมาเสิร์ฟบ้าง (ถ่ายคู่กับอาหารเลยก็ได้ วันศุกร์ - วันนี้ควรกระตุ้นยอดขายสักเล็กน้อย ด้วยการโพสต์โปรโมชั่นต่าง ๆ โดยเฉพาะหากร้านของเราเป็นร้านอาหารเย็นด้วยแล้ว ควรโพสต์ข้อเสนอต่าง ๆ หรือแม้แต่เชิญชวนให้มาทานที่ร้าน มาสังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นประจำเดือน หรือโปรโมชั่นตามสถานการณ์ต่าง ๆ ควรลงรูปที่แสดงถึงโปรโมชั่น ไม่ว่าจะเป็นเมนู หรือภาพกราฟฟิกที่มีไฮไลท์เด็ดของโปรโมชั่นนั้น พร้อมลงรายละเอียดและข้อแม้ของโปรโมชั้นใน Caption อีกที อย่าลืมให้เบอร์ติดต่อ เพื่อจองร้านหรือสั่งอาการ รวมถึงช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ของร้านลงไปในโพสต์นี้ด้วยเลย วันเสาร์ – เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับร้าน อาจเพิ่มรูปบรรยากาศในร้าน ตอนที่มีลูกค้ามาใช้บริการก็ได้ เพราะการมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นการการันตีได้ถึงบริการของร้าน ยิ่งถ้ามีลูกค้าจำนวนมากยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้นไปด้วย แต่ไม่ควรโพสต์ภาพความยุ่งเหยิงวุ่นวาย ควรนำเสนอภาพที่มีลักษณะสดใส อบอุ่น และมีความสุข ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ วันอาทิตย์ – หากวันนี้เป็นวันหยุดของร้าน อาจโพสต์แจ้งอีกรอบก็ได้ว่าร้านหยุดให้บริการ หรือใช้โอกาสนี้ขอบคุณลูกค้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือแนะนำโปรโมชั่นประจำเดือนนี้ โดยกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าด้วยการแจ้งว่าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว หากเป็นวันหยุดยาว และร้านไม่ได้ปิด ควรมีการเชิญชวนลูกค้าที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ให้มารับประทานอาหารที่ร้านก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตามสถิติแล้วการโพสต์ในวันอาทิตย์มักจะได้ engage น้อย ดังนั้นควรหาเนื้อหาเบาๆ โพสต์ในวันนี้ เนื้อหาที่ยกตัวอย่างมาทั้ง 7 วันนั้น สามารถนำมาโพสต์สลับกัน หรือผสมกันได้ในแต่ละวัน ตามความเหมาะสม หรือหากคิดว่าเนื้อหาในแต่ละวันยังมีความถี่ไม่มากพอ ลองหา Content อื่น เข้ามาเพิ่มได้อีก ไม่ว่าจะเป็นภาพของลูกค้าที่เข้ามารับบริการ (ที่เราขออนุญาตถ่ายรูปลงเพจของทางร้านแล้ว) ภาพการจัดเลี้ยงของลูกค้าที่มากลุ่มใหญ่ ลูกค้า VIP คนดัง หรือเล่นกับสถานการณ์ (Real Time Content) เช่น ให้กำลังใจผู้ที่ประสบกับวิกฤติโควิด-19 มาตรการณ์ของทางร้านต่อวิกฤตินี้ อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงมีมที่สุ่มเสี่ยงต่อการเสียภาพลักษณ์ หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมและกฎหมาย รวมถึงสร้างความแตกแยก เช่น จุดยืนทางการเมือง เรื่องศาสนา และวัฒนธรรม เป็นต้นรวมถึงในระหว่างนี้หากมีเพจรีวิวมารีวิวที่ร้าน เราสามารถแชร์เนื้อหาลงบนเพจเราด้วยก็ได้ หรือแม้แต่ รีวิวเล็ก ๆ ที่ลูกค้ารีวิวในเพจตัวเองก็ตาม เนื้อหาประจำสัปดาห์ ยังคงเป็นภาพนิ่งหรือคลิปวิดีโอสั้น ถ่ายและตกแต่งได้เองจาก Smart phone ได้เช่นกัน แต่เราสามารถเขียนเล่าเรื่องในลักษณะ Story Telling โดยให้เนื้อหายาวขึ้นกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น  - ตำนานความเป็นมาของร้าน ในกรณีที่ร้านมีประวัติมายาวนาน โดยเล่าให้อ่านตั้งแต่รุ่นก่อนสืบทอดมาถึงปัจจุบัน เพราะหากลูกค้าเห็นว่าร้านอาหารนี้สามารถสืบทอดจากอดีตมาถึงปัจจุบันได้ ก็พอจะยืนยันถึงรสชาติและบริการของร้านได้ส่วนหนึ่ง - กว่าจะมาเป็นเมนูเด็ด  เล่าเรื่องด้วยภาพหรือวิดีโอก็ได้ ตั้งแต่กระบวนการเตรียมวัตถุดิบ การปรุง การจัดจาน และนำเสนอจานที่พร้อมเสิร์ฟ แนะนำให้ลองถ่ายเป็น VLOG โดยเจ้าของร้านสัมภาษณ์หรือตามถ่ายเชฟตั้งแต่ต้น และนำมาตัดต่อในโปรแกรมสำเร็จรูปก็ได้ - ลองเล่าเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับอาหารที่ร้านตามที่ได้สืบค้นมาก็ได้ เช่น ประวัติความเป็นมาของกาแฟ ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับสมุนไพรในอาหาร  ประโยชน์ของเมนูน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยเรื่องที่เล่านั้น จะต้องเชื่อมโยงกับอาหารในร้านของเรา และไม่ลืมนำเสนอภาพอาหารจานนั้น ๆ ที่เรากำลังเล่าอยู่ด้วย ขอแนะนำให้จับเทศกาลในแต่ละเดือนมาสร้างเป็นโปรโมชั่น หรือกำหนดจังหวะการทำคอนเทนต์ในช่วงพิเศษนั้นขึ้นมา เช่น เทศกาลวันแม่ โปรโมชั่นพาแม่ทานที่ร้านรับส่วนลดตลอดเดือนสิงหาคม เทศกาลรับลมหนาวกับเมนูเพื่อสุขภาพรับลมหนาว เริ่มด้วยการโพสต์ภาพกราฟิกแจ้งโปรโมชั่น โดยกำหนด Mood & Tone ให้เข้ากับเทศกาลประจำเดือนนั้น อาจเป็นภาพร้าน ภาพเมนู หรือภาพอะไรที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล และลง Caption ให้รายละเอียดโปรโมชั่นนั้นโดยละเอียดอีกที หรือหากมีทักษะในการถ่ายวิดีโอบ้าง ขอแนะนำให้ลองทำ VLOG สั้นๆ จะเป็นวิดีโอที่รวมเมนูอาหาร หรือรวมภาพลูกค้าในเดือนที่ผ่านมาก็ได้ หรือหากมีทักษะในการถ่ายและตัดต่อวิดีโอ ควรลองสร้างคอนเทนต์วิดีโอที่นำเสนอร้านในมุมที่แปลกตาไป ซึ่งจะสร้างความโดดเด่นให้กับ Feed ได้เป็นอย่างดี ยังมีอีกหลายเนื้อหา ที่สามารถนำมาสร้างสรรค์ลงเพจได้ เพราะอันที่จริงแล้ว Facebook Page นั้นนอกจากจะเป็นเครื่องมือในการขายแล้ว ยังเป็นช่องทางในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเราเช่นกัน ดังนั้น นอกจากเนื้อหาที่เน้นการขาย เรายังสามารถใช้เป็นช่องทางพูดคุย ติดต่อ หรือโพสต์เนื้อหาสาระต่างๆ ให้ลูกค้าเข้ามาอ่านได้เรื่อยๆ ถือเป็นการทำ Content Marketing อย่างต่อเนื่อง และรักษาความใกล้ชิดกับลูกค้าใน Facebook ไปด้วยอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ สามารถศึกษาแนวคิดในการทำ Content เพิ่มเติมได้จาก 5 แนวคิดครีเอท Content ให้โดนใจลูกค้า และอย่าลืมติดตามบทความการตลาดร้านอาหารที่เว็บไซต์ MHA ในตอนถัดไป ขอขอบคุณ ภาพและตัวอย่าง Content จากเพจ ปังพระนคร Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู  Palate Bar & Restaurant Copper Buffet  เนื้อหมูแดดเดียว ตรา อีเหมียวปีนตู้กับข้าว  Shichi Japanese Restaurant  Burger King Thailand 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
แก้ปัญหา รสชาติเพี้ยน จำสูตรไม่ได้ ด้วยการทำ S.O.P ให้เป๊ะ ธุรกิจรุ่ง!

แก้ปัญหา รสชาติเพี้ยน จำสูตรไม่ได้ ด้วยการทำ S.O.P ให้เป๊ะ ธุรกิจรุ่ง!

รสชาติอาหารเพี้ยน ลูกค้าคอมเพลน คุมต้นทุนอาหารไม่อยู่ กำไรไม่มี เจอปัญหาพ่อครัวลาออก พ่อครัวเล่นตัว พ่อครัวเกิดอุบัติเหตุมาทำงานไม่ได้ ไม่มีคนลงครัวทำอาหาร ร้านต้องปิดล้วนเป็นปัญหาที่ไม่มีร้านอาหารไหนอยากเจอ แต่ทุกปัญหาที่ว่านี้จะมีโอกาสเกิดได้ค่อนข้างชัวร์ ๆ หากร้านอาหารร้านนั้นไม่ได้ทำมาตรฐานสูตรอาหาร หรือ ที่เรียกกันในศัพท์ทางการในวงการร้านอาหารว่า S.O.P (Standard Operation Procedure) ดังนั้นถ้าถามว่า S.O.P มีความจำเป็นต้องทำหรือไม่ตอบแบบเน้น ๆ ว่า จำเป็นและสำคัญมาก เพราะการทำ S.O.P ไม่ใช่เพียงแต่จะป้องกันปัญหาเรื่องรสชาติอาหารไม่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องของการควบคุมต้นทุนอาหารด้วย เพราะในรายละเอียดของ S.O.P จะระบุปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ไว้ครบถ้วน และยังช่วยให้จัดการ Operation ของร้านได้ด้วย เพราะต่อให้เกิดปัญหาพ่อครัว แม่ครัวขาด พ่อครัว แม่ครัวใหม่เข้ามาก็สามารถทำเมนูอาหารของร้านได้ทันทีโดยดูจาก S.O.P ปัญหาใหญ่ของการทำ S.O.P คราวนี้คำถามต่อมา สำหรับร้านที่ยังไม่ได้ทำ S.O.P และสูตรอาหารทั้งหมดของร้านอยู่ที่เชฟคนเดียว จะทำอย่างไรให้เชฟยอมถ่ายทอดสูตรอาหารออกมาเป็น S.O.P เชื่อว่านี่คือปัญหาที่ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนกระอักกระอวนใจไม่กล้าบอก กลัวว่าจะเกิดเป็นปัญหาไม่เข้าใจกันตามมา สุดท้ายก็เลยไม่ได้ทำ S.O.P สักที ซึ่งก็ต้องบอกว่า ปัญหานี้เป็นกรณีเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ฝ่ายเชฟก็กลัวว่าตัวเองกำลังจะถูกลดบทบาท หรือ หมดอำนาจต่อรอง ซึ่งแนวทางออกสำหรับร้านที่เปิดอยู่แล้วยังไม่ได้ทำ S.O.P และก็ไม่กล้าขอให้เชฟเผยสูตร ก็ต้องอธิบายให้เชฟเข้าใจถึงความสำคัญของการ S.O.P ว่าเราทำเพื่ออะไร และบทบาทหน้าที่สถานะของเชฟจะไม่ได้รับผลกระทบ ในทางตรงข้ามการทำ S.O.P จะช่วยให้เชฟเองทำงานง่ายขึ้น บทบาทของเชฟจะถูกยกระดับเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลคุณภาพการทำอาหาร ในอนาคตหากมีการขยายสาขาเชฟก็จะมีบทบาทในการเป็นผู้เทรนผู้ช่วย หรือเชฟสาขาและการเทรนก็จะเป็นงานง่ายขึ้นเมื่อมี S.O.P S.O.P ทำให้ดีต้องลงรายละเอียดให้ครบถ้วน เมื่อผ่านการคุยกันเข้าใจแล้วจึงจะเริ่มทำ S.O.P ได้ ซึ่งการทำมาตรฐานสูตรอาหารไม่ได้มีแค่เรื่องของการทำอาหารเท่านั้น แต่ต้องทำละเอียดไปถึงกระบวนการจัดการกับวัตถุดิบแต่ละประเภทด้วย เช่น รับผักเข้ามาทำการตัดแต่งผัก วิธีและขั้นตอนตัดแต่งผักทำอย่างไร เมื่อตัดแต่งเสร็จแล้วจัดเก็บแบบไหน เก็บในตู้เย็น นอกตู้เย็น เก็บในถังน้ำแข็ง เก็บด้วยการห่อกระดาษ หรือ ใส่ถุงซิปล็อค ต้องลงรายละเอียดขั้นตอน กระบวนการเหล่านี้ไว้ด้วย เพราะมีผลเกี่ยวข้องมาถึงกระบวนการปรุงอาหาร ในส่วนของ S.O.P การปรุงอาหาร ก็ต้องลงรายละเอียดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาชนะ อุปกรณ์ที่ใช้ ขนาด รูปลักษณ์ของวัตถุดิบ ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการจัดการวัตถุดิบ ปริมาณ น้ำหนักก็ต้องบอกละเอียดและเข้าใจเป็นสากล เช่น เปลี่ยนจากถ้วยตวงเป็นน้ำหนักกรัม เพื่อป้องกันความผิดพลาดของการตวง การปาดถ้วยตวง อุณหภูมิความร้อนก็ต้องลงรายละเอียดให้ครบถ้วน และอีกหนึ่งจุดที่หลายคนมักข้ามไปไม่ค่อยได้ทำกันคือ S.O.P การจัดตกแต่งจาน จะต้องจัดอย่างไร วางแบบไหน ต้องลงรายละเอียดทั้งหมด เพื่อให้อาหารที่ออกเสิร์ฟทุกจานมีมาตรฐานเดียวกันทุกอย่าง เมื่อเขียน S.O.P ออกมาได้แล้ว ก็ต้องทำลองทำตาม S.O.P ทุกขั้นตอน เพื่อดูว่าจะได้อาหารออกมา รสชาติ สีสัน หน้าตา เป็นไปตาม S.O.P หรือไม่ ตัวอย่างแบบฟอร์ม S.O.P สมมุติที่ร้านของคุณขายข้าวเหนียวไก่ทอด สามารถเขียน S.O.P ได้ตามนี้ อุปกรณ์หลัก 1.   กระทะเหล็กขนาดใหญ่2.   ตะหลิวด้ามยาว3.   กระชอนด้ามยาว4.   กะละมังสแตนเลส (สำหรับหมักไก่) 38 ซ.ม.5.   หวดและหม้อนึ่ง 1 ชุด6.   ช้อนตวง7. มีดสำหรับหั่นไก่ อุปกรณ์รอง1. ถ้วยสำหรับเก็บน้ำแช่ข้าว2. กระติกใส่ข้าวเหนียว3. ครก ส่วนผสมวัตถุดิบ ไก่ทอดaro เนื้อน่องติดสะโพกหั่นชิ้น    1 กก.Savepak แป้งทอดกรอบ        200 กรัมน้ำเปล่า                                   200 ml.กระเทียมไทย                         100 กรัมSavepak พริกไทยป่น             2 ช้อนชาaro ซอสปรุงอาหารฝาเขียว     1 ช้อนโต๊ะ                                aro เกลือ                                 1 ช้อนชาaro น้ำตาลทราย                    1 ช้อนโต๊ะaro ผงปรุงรสไก่                     1 ช้อนโต๊ะaro น้ำมันปาล์ม                     2 ลิตร ส่วนผสมวัตถุดิบ ข้าวเหนียวนึ่งaro ข้าวเหนียวเขี้ยวงู            1 กก. วิธีทอดไก่   หั่นเนื้อน่องติดสะโพกเป็นชิ้นตามยาว นำไปหมักกับกระเทียมพริกไทย เครื่องปรุง พร้อมแป้งทอดผสมน้ำเปล่า ½ ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 30 นาที ครบเวลานำเนื้อไก่ที่หมักออกมา ผสมแป้งทอดผสมน้ำเปล่า ½ ส่วนที่เหลือคลุกเคล้าให้ทั่ว ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน นำเนื้อไก่ลงทอดได้เลย จนสุกเหลืองทอง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พร้อมตักขาย วิธีนึ่งข้าวเหนียว ซาวข้าวเหนียว 1-2 น้ำ แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1/2 ชั่วโมงอย่างน้อย เอาน้ำล้างหวดให้ชุ่มแล้วเทข้าวเหนียวใส่ในหวด รอให้ข้าวสะเด็ดน้ำ เอาน้ำใส่ในหม้อนึ่ง ใส่ใบเตยลงไปด้วยเพื่อความหอม วางหวดบนหม้อนึ่งพร้อมปิดฝา นึ่งประมาณ 15 นาที พอครบเวลาก็เปิดฝาดูแล้วตวัดข้าว นำน้ำแช่ข้าวมาเทล้างข้าว แล้วนึ่งต่ออีก 15 นาที พอข้าวเหนียวสุกแล้ว พรมน้ำนิดหน่อยบนกระด้งแล้วก็เทข้าวเหนียวลงไป เกลี่ยข้าวเหนียวให้ไอร้อนออกจากข้าว ข้าวเหนียวจะนิ่มและไม่แฉะ พร้อมตักแบ่งใส่ ใบตอง 100 กรัม คลิกดู VDO สอนวิธีการทำข้าวเหนียวไก่ทอด ได้ที่  ถ้าเขียนแล้วพนักงานไม่อ่าน ทำ S.O.P เป็น VDO ก็ได้           เป็นปัญหาอยู่เหมือนกันที่ร้านมีการทำ S.O.P ในรูปแบบสมุด หรือ กระดาษ แต่พนักงานก็ยังไม่เข้าใจ เช่น กรณีพนักงานต่างชาติ วิธีแก้ง่าย ๆ เปลี่ยนจากกระดาษมาเป็นคลิป VDO แทน ถ่ายทำขั้นตอนต่าง ๆ ให้เห็นอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อไว้เปิดให้พนักงานดู เรียนรู้ทำตาม ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม S.O.P แบบกระดาษก็จำเป็นต้องมีติดไว้ เพราะถึงเวลาเร่งรีบ จะให้มานั่งเปิดคลิปดูจนจบ และเข้าใจลูกค้าอาจไม่รอแล้วก็ได้ ไม่อยากทำ S.O.P เพราะกลัวสูตรหลุดทำไงดี           ยกประเด็นนี้มากล่าวถึงเพราะเชื่อว่าคงจะมีอยู่ไม่น้อยที่ผู้ประกอบการเป็นเจ้าของสูตรเอง และไม่ยอมทำ S.O.P เพราะกลัวว่าสูตรจะหลุดโดนพนักงานเอาสูตรไปขาย หรือไม่เปิดร้านแข่ง สุดท้ายวัน ๆ เจ้าของก็เลยต้องวุ่นอยู่แต่ในครัว แนวทางทางแก้ปัญหานี้ไม่ยากเลย ก็แค่เอาวัตถุดิบเครื่องปรุงต่าง ๆ มาทำเป็นแม่ซอส แล้วกำหนดปริมาณการใช้แม่ซอสนั้น ๆ เท่านี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าในแม่ซอสนั้นประกอบไปด้วยเครื่องปรุงอะไร ยี่ห้ออะไรบ้าง โดยสรุป S.O.P มีแล้วดีอย่างไร? จะช่วยให้ชีวิตเจ้าของกิจการมีชีวิตดีขึ้น มีเวลามากขึ้น พนักงานทำงานได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น เมื่อคุมต้นทุนได้ กำไรก็เพิ่มตามมา คิดจะขยายกิจการก็ทำได้ไม่ต้องกลัวสูตรอาหารเพี้ยน  หรือจะทำเป็นแฟรนไชส์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่สำคัญคือ ลูกค้าได้รับประทานอาหารที่ได้มาตรฐานในทุก ๆ ครั้ง อาจจะมีหย่อนบ้างแต่ก็จะอยู่ในระดับที่รับได้ ฉะนั้นใครยังไม่ทำทำเถอะนะ และถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำ S.O.P อย่างไร แนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี! “การสร้างมาตรฐานร้านอาหารอย่างเป็นระบบ” ช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร เรียนรู้วิธีควบคุมมาตรฐานการจัดการร้านให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ ตั้งแต่การต้อนรับลูกค้า การบริการ การเตรียม การปรุงอาหาร เพื่อให้รสชาติ รวมถึงหน้าตาของอาหารเหมือนเดิมทุกครั้ง และการกำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบ  คลิกอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ เลือกเมนูแนะนำอย่างไรให้ทำกำไรที่ร้าน  เมนูที่ร้านเยอะเกินไปไหม? แชร์วิธีตัดเมนูอย่างไรให้ยอดขายพุ่ง?  เปิดร้านอาหาร เริ่มต้นส่งภาษีอย่างไร  อาหารเสิร์ฟช้า ออเดอร์ผิด ลูกค้าตำหนิ! ต้องรีบแก้ทั้งหน้าร้านและในครัว  คลิกอ่านบทความน่ารู้ จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี มือใหม่เปิดร้านอาหาร การจัดการร้านอาหาร  การตลาดเพื่อธุรกิจร้านอาหาร  บทสัมภาษณ์ร้านอาหาร  ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ในการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ สูตรอาหาร

สูตรอาหารเพิ่มเติม
What is food waste ลดต้นทุน เพิ่มกำไร คุณก็ทำได้! ถ้าเข้าใจ Zero Food Waste

What is food waste ลดต้นทุน เพิ่มกำไร คุณก็ทำได้! ถ้าเข้าใจ Zero Food Waste

“ขยะอาหารเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก” ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมามากมาย กลายเป็นกระแสเรียกร้องให้ผู้ประกอบการ ต้องเริ่มหันมาปรับเปลี่ยนกิจการให้ทันกระแสโลก รวมถึงการลดขยะอาหารยังมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายของร้าน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าจริงๆ แล้ว Food Waste คืออะไร? การลดขยะอาหารสำคัญกับธุรกิจของคุณอย่างไร? เราขอพาทุกคนไปคุยกับเชฟผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ นั่นคือ เชฟ แดเนียล บูเชอร์ (Daniel Bucher) Executive Senior Sour Chef ของ โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park โรงแรมระดับห้าดาวแห่งแรกของโลกที่ได้การรับรองจาก The Pledge (เดอะ เพลดจ์) องค์กรกำหนดมาตรฐานอิสระ สร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับปัญหาขยะอาหารของโลก Zero Food Waste จริงๆ แล้วคืออะไร? “บางคนมีความเข้าใจว่า Zero Food Waste  หมายถึงการไม่เหลืออาหารทิ้งเลย แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณไม่สามารถใช้วัตถุดิบได้หมดทุกอย่าง เช่น เวลาปอกเปลือกแตงโม บางส่วนก็กินได้ แต่บางส่วนก็ต้องทิ้ง ดังนั้น Zero Food Waste จึงไม่ใช่การกินไม่ให้เหลือเลย แต่สิ่งที่เราพยายามจะทำคือ การเหลือ Food Waste ทิ้งในสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะมันหมายถึงจะไม่มีเศษอาหารที่ต้องฝังกลบเลย เพราะมันจะถูกจัดการด้วยวิธีอื่นแทน เช่น หมักเป็นปุ๋ย นำไปบริจาค ฯลฯ” สิ่งที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนเกี่ยวกับเรื่องนี้มี 2 อย่าง 1.การพยายามอย่าให้เกิดขยะอาหารเหลือทิ้งให้ต้องฝังกลบ เพราะจะตามมาด้วยปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย เพราะอย่างที่หลายคนเองก็น่าจะรู้กันบ้างแล้วว่าปัญหาขยะอาหารนั้นเกี่ยวพันกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดย 8 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกก็มาจากขยะอาหาร ซึ่งจะผลิตแก๊ซมีเทนซึ่งมีความรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 14 เท่า ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน และก่อให้มลพิษหากหลุมฝังกลบไม่ถูกสุขลักษณะ Food Waste  จึงเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก 2.ปริมาณขยะอาหารที่ยอมรับได้คือเท่าไหร่? ปริมาณอาหารที่เราควรซื้อคือเท่าไหร่เพื่อที่จะเสิร์ฟให้ลูกค้ากินอิ่ม มีความสุข และรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เขาเสียไป เมื่อพวกเขาเดินออกจากร้านอาหารหรือโรงแรมไปแล้วรู้สึกดี ประทับใจกับการบริการ โดยที่เราต้องทิ้งอาหารเหลือให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะจัดการขยะอาหารอย่างไร? “เมื่อพูดถึงแนวทางและวิธีการกำจัดขยะอาหารอย่างคร่าวๆ นั้นเราอาจจะแบ่งได้ 5 ขั้นตอน  ป้องกัน ลดขยะอาหารกันตั้งแต่ต้นทาง (Reduce at The Source) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด  จัดสรรอาหารที่ยังบริโภคได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำไปมอบให้กับคนที่ต้องการ หรือนำไปเลี้ยงสัตว์ นำขยะอาหารไปเข้ากระบวนการผลิตเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เป็น ก๊าซชีวภาพ (biogas) โดยผ่านกระบวนการ หมักย่อยแบบไร้อากาศ และการผลิตปุ๋ยเพื่อการเกษตร    กำจัดเพื่อนำพลังงานมาใช้ใหม่ เช่น การนำขยะอาหารที่มีความชื้นต่ำมาเผาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตเป็นพลังงานความร้อน เข้าสู่กระบวนการกำจัด ด้วยการเข้าสู่เตาเผา หรือฝังกลบ” ถ้าจะเริ่มนำแนวคิด Zero Food Waste ไปใช้ในร้านอาหารควรเริ่มต้นอย่างไร? “อย่างแรกที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าคุณกำลังมีปัญหา และคุณต้องมองปัญหานั้นอย่างจริงจัง จาก 99 เปอร์เซ็นต์ ที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้านอาหาร เชฟ เจ้าของโรงแรม หรือใครก็ตาม ทุกคนล้วนพูดเหมือนกันหมดว่า “ใช่...พวกเรามีปัญหาขยะอาหารระดับโลก” แต่ไม่มีใครยอมรับเลยว่าธุรกิจของพวกเขามีปัญหานี้ ผมกล้าการันตีได้เลยว่าทุกคนมีปัญหาเรื่องขยะอาหารเหมือนกันหมดแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าการเข้าใจถึงปัญหานี้ และการยอมรับว่าคุณมีปัญหาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สิ่งแรกเลยคือ เราต้องยอมรับก่อนว่าพวกเราทุกคน ทุกธุรกิจมีปัญหาขยะอาหาร และทุกคนสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้  ถ้าคุณคิดได้แบบนี้ คุณก็จะเปลี่ยนวิธีที่คุณทำธุรกิจไปได้อย่างแน่นอน” อย่างที่ 2 ที่ทุกธุรกิจควรทำเหมือนกันคือ การทำความเข้าใจว่าปัญหาของธุรกิจคุณคืออะไร อยู่ที่ตรงไหน เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งอาจจะเริ่มต้นทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การทำบัญชี การคัดแยก และวัดปริมาณขยะ แค่คุณลองสังเกตดูถังขยะที่ร้านทุกวัน ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แค่นี้เอง คุณไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องมือแพงๆ เพียงแค่ลองสังเกตอย่างจริงจังสัก 3 ครั้งต่อวันว่ามีอะไรที่ถูกทิ้งบ้าง แล้วจด จำ หรือถ่ายรูปเอาไว้ เช่น ถ้ามีลูกชิ้นในขยะเยอะมากทุกวัน บางทีคุณอาจลองช่างน้ำหนักมันก่อนทิ้ง ซึ่งคุณอาจชั่งได้ 2 กิโลกรัมทุกๆ วัน ซึ่งเมื่อครบ 1 เดือนก็จะเป็น 60 กิโลกรัม ถ้าคุณรู้แบบนี้คุณก็จะคิดได้เองว่าต้องซื้อน้อยลง 2 กิโลกรัม ต่อวัน นี่คือวิธีที่ง่ายมาก แต่ได้ผลอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งสำคัญอย่างแรกก็คือ การเปลี่ยน ‘Mindset’ ขั้นต่อมาคือการทำความเข้าใจว่าอะไรคือปัญหาที่เป็นสาเหตุการเกิดขยะอาหารของคุณ นี่เป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจทำได้เหมือนกัน ส่วนขั้นที่ 3 จะแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดธุรกิจของแต่ละคน เมื่อคุณรู้ว่าขยะของคุณคืออะไร ผมเชื่อแน่ว่าคุณจะรู้วิธีรับมือกับมันได้เองตามธรรมชาติ เมื่อคุณได้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าคุณกำลังสิ้นเปลืองไปกับอะไร คุณก็จะเริ่มมีไอเดียผุดขึ้นมาทันทีว่าจะแก้ไขปัญหาตรงจุดนั้นได้อย่างไร

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ปักหมุด Location ร้านอาหารอย่างไรให้ตรงเป๊ะ!

ปักหมุด Location ร้านอาหารอย่างไรให้ตรงเป๊ะ!

สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้งนั้น ในทางกลับกันการจะทำให้ลูกค้าทราบถึงที่ตั้งร้านก็สำคัญไม่แพ้กัน คงเป็นการไม่สะดวกนักถ้าลูกค้าจะต้องโทรถามที่อยู่ร้านเพื่อที่จะเดินทางมา และการใช้แผนที่แบบเดิม ๆ คงไม่ตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าในยุคปัจจุบันอีกแล้ว ในยุคที่การตลาดออนไลน์มีความสำคัญเป็นอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่ธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องมี คือการกำหนดจุดที่ตั้งบนบริการแผนที่ต่าง ๆ หรือที่เรียกกันว่า การปักหมุด Location นั่นเอง  วันนี้ MHA จะมาแนะนำการ ปักหมุด Location ผ่านเครื่องมือการตลาดออนไลน์ ที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมักจะใช้ในการเข้าถึงข้อมูลของร้านอาหารที่ต้องการ โดยผ่าน 2 เครื่องมือหลัก ได้แก่ Google My Business และ Facebook Page เพราะเป็น Application ที่สามารถระบุ Location ของร้านได้ และลูกค้ามักจะใช้ในการหาข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนเป็นประจำนั่นเอง Search ทั้งร้าน พ่วงด้วย Location กับ Google My Business เริ่มต้นที่ Google My Business ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ Google Map สักหน่อย Google Map เป็นบริการแผนที่ และการนำทางโดยจะเชื่อมโยงกับบริการค้นหาของ Google โดยที่ Map ของแต่ละคนจะสามารถปักหมุดสถานที่ที่เราต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ที่ไปเป็นประจำ แต่หมุดที่ปักนั้นจะแสดงในแผนที่ของผู้ใช้งานตามชื่อที่ Login นั้น เรียกว่าเป็นแผนที่ส่วนตัวของแต่ละAccountก็ได้ ดังนั้นการจะทำให้ Location ร้านที่ปักสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เวลาที่มีลูกค้า Search หาใน Google นั้น เราต้องใช้บริการ Google My Business : GMB แทนทั้งนี้ GMB จะเพิ่มข้อมูลร้านของเราลงในฐานข้อมูล และจะแสดงผลเมื่อมีการค้นหา “ชื่อร้าน” ที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งข้อมูลของร้านจะปรากฏบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google เช่น Google Maps และ Google Search ทั้งแผนที่ ชื่อร้าน เวลาทำการ นอกจากนี้ยังสามารถใส่ โปรโมชั่น หรือ ข้อมูลเพิ่มเดิม ได้อีกด้วย ดังนั้นการปัก location ของร้านใน GMB จะช่วยให้ลูกค้าที่ทำการ Search ผ่าน Google มีโอกาสพบเห็นร้านเราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการ Search ชื่อร้านโดยตรง หรือ คำที่เกี่ยวข้องกับร้าน ไม่ว่าจะเป็น “ประเภทร้าน” “พื้นที่ที่ต้องการหา” “ประเภทร้านอาหาร” ยกตัวอย่าง “ร้านกาแฟ แถวบางเลน” “ร้านกาแฟใกล้ฉัน” เป็นต้น สำหรับร้านอาหารที่ไม่เคยปักหมุดlocation กับ Google My Business เลย ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ เริ่มต้นกับ Google My Business สำหรับใครที่ยังไม่มี Gmail ต้องสมัคร Gmail ก่อนจึงจะให้บริการ GMB ได้ เข้าไปที่ Website หรือ ค้นหาคำว่า “Google My Business”ใน Google(ในบทความนี้เราจะเน้นการลงทะเบียนใช้งานโดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลัก) ลงชื่อเข้าให้งานก่อน โดยใช้ Gmail ที่เราสมัครไว้(หากยังไม่มีให้สร้าง Account กับ Google ก่อน โดยคลิกที่ สร้างบัญชี) 3. ทำการค้นหาชื่อร้านของเรา บางกรณีเราอาจเคยลงทะเบียนไว้ก่อน หรือมีการพูดถึง ปักหมุดในบริการอื่น ๆ อาจจะมีชื่อร้านเราขึ้นมาได้ แต่ถ้าค้นหาไม่พบ ให้คลิก เพิ่มธุรกิจของคุณใน Google เพื่อทำการเพิ่มร้าน 4. ระบุชื่อร้าน ทั้งนี้ต้องไม่มีคำต้องห้าม และชื่อควรจะระบุประเภทของร้านอาหารให้ชัดเจน เช่น “ชื่อร้าน” อาหารตามสั่ง ร้านสเต็กหน้ามอ ร้านป้าเยาว์ขนมหวาน เพราะเป็นการง่ายที่จะเข้าใจ และค้นหาง่ายกว่าการระบุชื่อร้านอย่างเดียว 5. เลือกหมวดหมู่ที่ตรงกับร้านเราให้มากที่สุด ตรงส่วนนี้เราไม่สามารถระบุประเภทร้านเองได้ ให้เราทำการเลือกประเภทร้านอาหารที่ตรงกับเราที่สุด หรือถ้าไม่ตรงเลยให้ระบุว่าร้านอาหารก็ได้ 6. สำคัญ ระบบจะถามว่า ต้องการเพิ่มสถานที่ที่ลูกค้าไปเยี่ยมชมได้อย่างร้านหรือสำนักงานไหม ถ้าร้านอาหารเรามีหน้าร้าน หรือขายให้รับประทานในร้านได้ ให้เลือกตอบใช่ ซึ่งถ้าเราไม่เลือกตอบว่าใช่ เราจะไม่สามารถปักหมุด location ของเราได้ 7. จากนั้นให้เราระบุที่อยู่ของร้านเรา โดยละเอียด ระบุถึงซอย หมู่บ้าน ถนน อย่างชัดเจน ระบบจะขึ้นแผนที่ Google map มาให้ แนะนำให้เปลี่ยนวิวเป็น แผนที่ดาวเทียม โดยคลิกที่ ดาวเทียม จากนั้นให้ทำการขยายแผนที่ เพื่อหาร้านของเรา วิธีหาที่ตั้งร้าน โดยทั่วไปถ้าที่อยู่ระบุได้อย่างชัดเจน แผนที่มักจะปักหมุดไปยังจุดนั้นแล้ว ถ้าพิจารณาแล้วพบว่าไม่ตรงกับร้าน เราสามารถขยับหมุดใหม่ได้ ลองพิจารณาจากสถานที่ใกล้เคียงร้าน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สวนสาธารณะ แยกต่าง ๆ ถนน ซอย ในกรณีร้านอยู่ในอาคาร ขอแนะนำให้ปักหมุดที่หน้าอาคารบริเวณทางเข้า Tip ต้องไม่ลืมว่า ระบบ Location ในโทรศัพท์มือถือแต่ละเครื่องมีความแม่นยำไม่เท่ากัน ดังนั้นการปักหมุดจึงมีโอกาสผิดพลาดได้ เช่น ปักหมุดกลางร้าน แต่แผนที่นำไปด้านหลังร้าน ดังนั้นให้พิจารณาจากการเดินทางของลูกค้าเป็นสะดวก ถ้าร้านอยู่ริมถนน ควรปักหมุดที่หน้าร้าน และถ้าอยู่บริเวณแยกหรือซอย ให้เลือกปักหมุดชิดกับถนนเส้นหลักก่อน ก่อนจะกดถัดไป ลองเช็คดูอีกสักรอบ ว่าหมุดที่ปักไว้ตรงกับร้านเราจริง ๆ ใช่หรือไม่ เมื่อเราปักหมุดเสร็จแล้ว Google จะแจ้งให้เรายืนยันธุรกิจว่าเป็นของเราจริงหรือไม่ โดยจะส่งไปรษณียบัตรพร้อมกับรหัสยืนยันมาให้เราตามที่อยู่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาสักระยะ ระหว่างนี้เราสามารถกรอกรายละเอียดต่าง ๆ รอไว้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เวลาเปิดปิดร้าน ในแต่ละวัน รายละเอียดร้าน ภาพเมนูอาหาร และโปรโมชั่นต่าง ๆ จนกว่ารหัสยืนยันจะส่งมาถึงแล้วจึงทำการยืนยันด้วยรหัสอีกทีหนึ่ง เท่านี้พอเราได้รหัสยืนยันจากทางGoogle แล้ว เราจะสามารถใช้งาน Google My Business ได้อย่างเต็มที่พร้อมกับ Location ที่เราปักหมุดไว้จะปรากฏในเวลาที่ลูกค้าค้นหา อย่างไรก็ตามหากไม่มีการตอบกลับรีวิวเลย หรือไม่มีการอัพเดทจากร้านเป็นเวลานาน เวลา Search ร้านเราก็จะไม่ขึ้นเช่นกัน สำหรับการเปลี่ยน Location ของร้านนั้น ควรทำเมื่อได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น หากต้องการแก้ไข location ของร้านให้ตรงจุดกว่าเดิม หรือในกรณีที่ปักหมุดผิดพลาดก็ตาม ให้ลองทำตามขั้นตอนนี้ จากหน้า Google my business ที่ login ไว้แล้วให้ไปที่ เมนู เลือก ข้อมูล คลิกเลือก ที่อยู่ร้าน เพื่อเข้าสู่การแก้ไข จากนั้นให้แก้ไขที่อยู่ หรือขยับหมุดใหม่ตามที่เราต้องการ จึงกด ใช้ ที่มุมบนด้านขวา สำหรับ Google My Business ยังมีการใช้งานอื่น ๆ อีกมาก ทั้งนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์  ตั้ง Location ร้านใน Facebook จากยอดผู้ใช้งาน Facebook 45 ล้านบัญชี ในปี 2019 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Facbook page เป็นเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่น่าสนใจไม่แพ้ Google My Business เลย ตอนนี้แทบทุกร้านจึงต้องมี Page ของร้านแทบทั้งสิ้น และหนึ่งใน Function ที่ทุกร้านจะชื่นชอบกันคือการเช็คอิน แม้ว่าจะไม่ต้องไปถึงที่ร้านเพื่อจะเช็คอิน แต่การมี location ไว้ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ลูกค้ามาที่ร้านได้สำหรับ Facebook เพจนั้น โดยทั่วไปลูกค้าจะเข้ามาดูเพจเราได้หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาจาก Google หากร้านนั้นเปิดเพจไว้ เพจก็จะขึ้นมาเลยในหน้าที่ค้นหา ลูกค้าจะสามารถเข้า Facebook ก่อน เพื่อดูข้อมูลLocation และรายละเอียดร้านรวมถึงรีวิวต่างๆ ใน Page Facebook ได้ หรืออีกทางหนึ่งคือ ลูกค้ากำลังใช้งาน Facebook อยู่ แล้วเห็นโฆษณาของร้านเรา(ในกรณี Promote หรือ ซื้อโฆษณา) หรือ เจอรีวิวร้านจากเพจรีวิวใด ๆ หรือแม้แต่การเช็คอินของเพื่อนในเฟสบุคของลูกค้าเองก็ตามการตั้ง Location ใน Facebook Page นั้นลองทำตามขั้นตอนนี้ (สำหรับการตั้ง Location ใน Facebook เราขอแนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์ในการตั้งค่าเนื่องจาก interface ของ Facebook มีขนาดค่อนข้างเล็กทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการตั้งค่า โดยอาจจะสร้างเพจจากในโทรศัพท์มือถือก่อนก็ได เมื่อมี Page ของร้านแล้ว ในหน้า Facebook เพจให้เลือก Edit Page Info. (เราจะต้องได้รับสิทธิในการแก้ไขหรือเป็นแอดมินเพจ) จะพบกับหน้า Info ให้เลื่อนลงมาด้านล่างจนพบกับ Location (สำหรับในส่วน Info.นี้ ขอแนะนำให้กรอกรายละเอีดดลงไปในทุกช่องเท่าที่ได้ เพราะเป็นข้อมูลให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี) ในส่วนของ Location ให้ระบุที่อยู่ร้าน ให้ละเอียด และเลือกเมือง จากนั้นตามด้วย รหัสไปรษณีย์ พร้อมกับลากหมุดลงไปยังตำแหน่งที่ตั้งของร้าน และให้ติ๊กเลือกในช่อง Customers visit my business at my street address ด้วย จากนั้นเพจของร้านก็จะมีแผนที่ขึ้น ใน About แล้ว ซึ่งในส่วนนี้ลูกค้าสามารถคลิกเข้าไปดู และเชื่อมโยงกับ Google Map ได้ เพื่อความสะดวกในการเดินทางของลูกค้า และยังสามารถเช็คอินที่ร้านได้อีกด้วย Tip : การปักหมุน location ในFacebook ทำได้ค่อนข้างยากสักหน่อย และมักจะไม่ตรงกับร้าน อย่างไรก็ตามควรมีการตรวจสอบ โดยการเปิดในแผนที่อีกทีหนึ่ง แล้วจึงทำการขยับให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ คงไม่ยากเกินไปสำหรับการ ปักหมุด location ร้านอาหารของเราทั้งใน Google My Business และ Facebook Page อาจจะยุ่งยากสักหน่อยในตอนแรกแต่รับรองว่ามีประโยชน์ในการทำการตลาดให้กับร้านอาหารเราแน่นอน แล้วกลับมาพบกับบทความดี ๆ จาก MHA ได้ใหม่ในตอนถัดไป Credit ภาพ: เจ๊อิม เผือกหิมะหญ้าขาว คาเฟ่Facebook PageGoogle My Business

สูตรอาหารเพิ่มเติม
“เป็ด” ลืมไปเลยว่าเคยยุ่งยาก! ทำเมนูเป็ดได้ง่าย สะอาด สะดวกกว่า ด้วยเป็นแช่แข็ง

“เป็ด” ลืมไปเลยว่าเคยยุ่งยาก! ทำเมนูเป็ดได้ง่าย สะอาด สะดวกกว่า ด้วยเป็นแช่แข็ง

นอกจาก หมู ไก่ เนื้อ แล้ว เนื้อสัตว์ยอดนิยมของคนไทยนั้นก็คือ "เป็ด” สัตว์ปีกเนื้อเหนียวนุ่ม นำมาประกอบอาหารอะไรได้อร่อยหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะมาในรูปแบบอาหารจีนแบบเป็ดปักกิ่ง อาหารฝรั่งเศสอย่างเป็ดกงฟี หรือจะเป็นลาบเป็ดแบบไทยๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน อีกทั้งรับประทานได้ทั้งตัว ปากเป็ด เนื้อเป็ด ขาเป็ด เครื่องในเป็ด เป็ดก็เป็นวัตถุดิบยอดนิยมสำหรับผู้โภค และสำหรับร้านอาหารเมนูเป็ดยังขายได้ราคาดีอีกด้วย เมนูอาหารที่ใช้เป็ดเป็นวัตถุดิบ นิยมใช้เป็ดเชอรรี่ เนื่องจากตัวใหญ่ เมนูเป็ดมักจะมีอยู่ในร้านอาหารประเภทภัตตราคาร ร้านอาหารจีน หรือเฉพาะร้านเป็ดโดยเฉพาะ สามารถนำมาทำอาหารได้มาก แต่การเตรียมเป็ดนั้นค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากเป็นเนื้อจะเหนียว หยาบ การเตรียมทำอาหารโดยใช้เป็ดจึงใช้เวลานาน  เทคนิคลดกลิ่นสาบจากเนื้อเป็ด ขั้นตอนแรก คือล้างเป็ดด้วยน้ำให้สะอาด ขั้นตอนที่ 2 ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูทาทั่วทั้งตัวเป็ดก่อน ทิ้งไว้ซักครู่ ขั้นตอนที่ 3 นำกระดาษทิชชูซับน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูออกจากตัวเป็ดให้หมด แล้วนำค่อยนำไปล้างด้วยน้ำอีกครั้ง  เป็ดแช่แข็งง่าย สะดวกกว่า คุมต้นทุนได้ เพราะฉะนั้นหากร้านอาหารเลือกซื้อเป็ดแช่แข็งที่แยกส่วนและทำความสะอาดแล้ว ก็จะทำให้สะดวกในการใช้งาน พร้อมปรุงได้ทันที และที่สำคัญยังสามารถซื้อแยกส่วนได้ตามความต้องการเพื่อ ทำให้ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบของร้านได้ ส่วนการเลือกใช้เป็ดแต่ละส่วนขึ้นอยู่กับเมนูที่ร้านต้องการนำเสนอกับลูกค้า เนื้อเป็ดแช่แข็ง เหมาะสำหรับเมนูผัด เช่น กระเพราเป็ด ลาบเป็ด ร้านอาหารตามสั่งหรือร้านอาหารอีสารสามารถเลือกซื้อเนื้อเป็ดแช่แข็งได้ง่าย สะดวก ที่  Makro Click คลิกเลย เป็ดแช่แข็งล้วง เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการใช้เป็ดทั้งตัว เช่น เป็ดย่าง เป็นพะโล้ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น เป็ดพะโล้คั่วเกลือ ซุปเป็ดมะนาวดอง ร้านอาหารไทย-จีน ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารจานเดียว ก็สามารถใช้เป็ดแช่แข็งล้วงได้ สามารถเลือกซื้อเป็ดแช่แข็งล้วงได้ง่าย สะดวก ที่ Makro Click คลิกเลย ขาเป็ดแช่แข็ง เหมาะสำหรับเมนูต้มเพื่อให้ขาเป็ดมีความอ่อนนุ่ม รับประทานง่ายขึ้น เช่น ต้มแซ่บเป็ด ขาเป็ดตุ๋นพะโล้ ขาเป็ดตุ๋นเห็ดหอม หรือจะนำไปทำเป็นติ่มซำก็สามารถทำได้  เคล็ดลับการต้มขาเป็ดให้เปื่อยเร็วขึ้น ปกติแล้วการต้มขาเป็ดให้เปื่อยต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น สามารถใช้ช้อนสแตนเลสที่มีอยู่ในครัวใส่ลงไปในหม้อต้มไปพร้อมๆ กัน สแตนเลสจะนำพาความร้อนได้ดีจะช่วยความร้อนจะกระจายไปทั่วทั้งหม้อ จึงช่วยให้ขาเป็ดเปื่อยเร็วขึ้น หากต้มจำนวนเยอะ ให้ใส่ช้อนลงไป 2-3 ช้อนหรือมากกว่านั้นก็ได้ สามารถเลือกซื้อขาเป็ดแช่แข็งได้ง่าย สะดวก ที่  Makro Click คลิกเลย ปากเป็ดแช่แข็ง เหมาะสำหรับเมนูปากเป็ดทอด ร้านอาหารอีสาน ร้าน Bar & Restaurant สามารถเลือกซื้อเลือกใช้ได้เลยทันที  เคล็ดลับการทำปากเป็ดทอด การล้างปากเป็ด เป็นเคล็ดลับสำคัญในความอร่อยของปากเป็ดทอด แนะนำให้ใช้โซดาล้าง เนื่องจากโซดาจะช่วยล้างให้กลิ่นคาวของหัวเป็ดหายไป การทอดเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับ ให้ใช้น้ำมันที่ร้อน แต่ตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง ทำให้สุกไปถึงด้านใน ให้หมักส่วนผสมเอาไว้ก่อนประมาณ 30 นาที ให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ เวลารับประทานจะได้รสชาติที่ต้องการ สามารถเลือกซื้อปากเป็ดแช่แข็งได้ง่าย สะดวก ที่ Makro Click  คลิกเลย มั่นใจในเป็ดแช่แข็งด้วยมาตราฐานและการรับรองการเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เป็ดแช่แข็งควรเลือก ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้มาตราฐานและได้รับการรับรองตั้งแต่การเลี้ยงไปจนถึงการขนส่ง - การเลี้ยงควรเลี้ยงใน “ระบบปิด” (Closing System) เพื่อควบคุมและป้องกันการเกิดโรค ภายใต้การควบคุมมาตราฐานของกรมปศุสัตว์ - มีการรับรองประกันคุณภาพ GMP , HACCP สำหรับการผลิตเนื้อเป็ดแช่เย็นและแช่แข็ง จากกรมปศุสัตว์ - มีเครื่องหมาย HALAN รับรองเพื่อสร้างความมั่นใจแก้ผู้บริโภค - การเก็บรักษาและขนส่งต้องมีอุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงแสงแดด ผลิตภัณฑ์เป็ดแช่แข็งจาก Aro ผลิตได้มาตราฐานและได้การรับรองทุกขั้นตอน ผู้ประกอบการร้านอาหารเลือกซื้อเลือกใช้แต่ละส่วนได้ตามความต้องการ เป็ดมากคุณประโยชน์นอกจากนี้เนื้อเป็ดมีคุณประโยชน์และมีสารอาหารมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สารอาหารหลักที่มีอยู่ในเนื้อเป็ด ได้แก่ โปรตีน ไขมัน วิตามินเอ วิตามินบี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี ส่วนคุณประโยชน์ของที่ได้เนื้อเป็ด ได้แก่  อุดมไปด้วยกลุ่มวิตามินซี ซึ่งมีส่วนในกระบวนการเมแทบอลิซึมช่วยกระตุ้นการสร้างพลังงาน บรรเทาอาการมือเท้าเย็น ช่วยในกระบวนการเมแทบอลิซึมของผิวหนัง กำจัดความเหนื่อยล้า วิตามินเอจะบำรุงสายตา ป้องกันไข้หวัด วิตามินบีจะบรรเทาความวิตกกังวล และทำให้จิตใจสงบ โพแทสเซียมจะกระตุ้นการขับโซเดียมออกจากร่างกาย มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เหล็กจะป้องกันโรคโลหิตจาง สังกะสีจะช่วยให้อวัยวะสืบพันธุ์ทำงานปกติ ร้านไหนที่อยากมีเมนูเป็ดเพิ่มเพื่อเป็นเมนูใหม่ของร้าน สามารถเลือกซื้อเลือกใช้เป็ดจาก Aro ได้เลย สะอาด ไม่ต้องอยากจัดเตรียมให้ยุ่งยาก ฉีกซอง ละลายน้ำแข็ง ก็สามารถปรุงได้เลย ที่มาข้อมูล : https://sites.google.com/site/xaharsiphakh601016/pak-ped-thxd https://cooking.kapook.com/view134700.html https://www.chiangmaicitylife.com/citylife-articles/kitchens-culture-ขาเป็ดกงฟี-เมนูสุดคล/ https://www.maeban.co.th/บทความ/784/ลดกลิ่นสาบ-จากเนื้อเป็ดอย่างไรดี.php

สูตรอาหารเพิ่มเติม
5 อุปกรณ์แล่ปลาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นต้องมี พร้อมเทคนิคแล่ปลา ห้ามพลาด!

5 อุปกรณ์แล่ปลาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นต้องมี พร้อมเทคนิคแล่ปลา ห้ามพลาด!

ร้านอาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมืองไทย ซึ่งหลายๆ คนที่ฝันอยากมีร้านอาหารเป็นของตนเอง ร้านอาหารญี่ปุ่นอาจะเป็นหนึ่งใน List ประเภทร้านอาหารที่อยากเปิด และแน่นอนว่าเมนูยอดนิยมในร้านอาหารญี่ปุ่นคงหนีไม่พ้น ซาซิมิ ซูชิ และโรลต่างๆ ซึ่งล้วนแต่มีปลาเป็นวัตถุดิบหลักและการแล่ปลานั้นมีอุปกรณ์เฉพาะมากมาย นอกจากสูตรดีเยี่ยม ปลาสด เชฟต้องฝีมือเเล้ว อุปกรณ์ โดยเฉพาะมีดยังเป็นหัวใจอีกอย่าง ของการทำอาหารญี่ปุ่นด้วย  5 อุปกรณ์แล่ปลาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นต้องมี 5 เทคนิคแล่ปลา ห้ามพลาด 5 อุปกรณ์แล่ปลาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นต้องมี ที่ขอดเกล็ดปลา ใช้สำหรับขอดเกร็ดปลากโดยเฉพาะ ทำให้สะดวกในการขอดเกล็ดปลาไม่ทำให้เนื้อปลาช้ำ หากเป็นปลาตัวเล็กตัวใหญ่ที่มีเกล็ดสามารถใช้ที่ขอดเกล็ดปลาได้เลย 2. ที่ถอนก้างปลา ใช้สำหรับดึงก้างปลาหลังจากแล่ปลาแล้ว ซึ่งก้างนั้นจะแทรกอยู่ในเนื้อปลา เช่นปลาแซลมอน ใช้นิ้วสัมผัสที่เนื้อปลาหาก้างที่แทรกอยู่ โดยก้างมักจะอยู่ครึ่งบนของตัวปลา เมื่อดึงก้างปลาออกแล้วการตัดแบ่งหรือหั่นก็ทำได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นอันตรายกับลูกค้า 3. มีดเดบะ มีดสำหรับชำแหละปลา สามารถตัดกระดูกได้โดยที่ไม่บิ่น มีดเดบะจะหนาที่สุดในมีดญี่ปุ่น ส่วนปลายของเดบะจะบางและโค้งเหมาะสำหรับการกรีดเลาะไปตามแนวกระดูก ในขณะที่ส่วนโคนจะหนาเหมาะสำหรับสับกระดูกคอปลาเพื่อเอาหัวออกเเต่ไม่นิยมใช้เพื่อการสับ ความยาวของมีประมาณ 16.5 - 20 เซ็นติเมตรโดยมีดนี้จะใช้ตัดแบ่งส่วนต่างๆ ของปลา ก่อนที่จะเอาไปหั่นเป็นซูชิ ซาซิมิ หรือใส้ต่างๆ ในการลงมีดแต่ละครั้ง ต้องเช็ดมีดให้สะอาด เวลาลงมีดในจุดต่อไปเนื้อตรงนั้นจะได้สะอาด ไม่มีกลิ่นคาวและไม่ทำให้เนื้อปลาจะยุ่ย เรียนรู้ขั้นตอนและเทคนิคการแล่ปลาอย่างละเอียดทุกขั้นตอนได้ ฟรี! ที่ คอร์สออนไลน์ หลักสูตร ซูซิเงินล้าน สอนโดย เชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์ เชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นประเทศไทย  ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นมากว่า 30 ปี 4. มีดซาชิมิ ยานางิบะ เป็นมีดตัดปลาสำหรับทำซูชิหรือซาซิมิ ลักษณะมีดยาวแหลม จุดประสงค์หลักของมีดยานางิบะคือใช้หั่นปลาดิบดังนั้นความคมของมีดยานางิบะจึงสูงมากเพื่อให้ได้ชิ้นปลาที่สวยงาม ความยาวของมีดประมาณ 24 เซ็นติเมตร ขึ้นไปถึง 36 เซ็นติเมตร โดยเทคนนิคในการใช้มีดตัดปลานี้ ให้ใช้นิ้วชี้วางบนสันมือ นิ้วชี้จะเป็นตัวสั่งการ กดนิ้วและมีดลงไปแล้วก็ขาดตรงที่ปลายมีดพอดี ทุกชิ้นต้องจบที่ปลายมี โดยเทคนนิคในการใช้มีดตัดปลานี้ ให้ใช้นิ้วชี้วางบนสันมือ นิ้วชี้จะเป็นตัวสั่งการ กดนิ้วและมีดลงไปแล้วก็ขาดตรงที่ปลายมีดพอดี ทุกชิ้นต้องจบที่ปลายมีด 5. ตะเกียบเหล็ก ด้านเหล็กปลายแหลมใช้สำหรับชิ้นปลา ซึ่งสามารถใช้ตะเกียบมาแทนได้เช่นกัน  5 เทคนิคแล่ปลา ห้ามพลาด! เทคนิคในการขอดเกล็ดปลา - ให้ล้างเมือกออกเพื่อจะทำให้ไม่ลื่น - เวลาขอเกร็ดปลาสามารถออกแรงลงไปที่อุปกรณ์ขอดเกล็ดปลาได้เลยเพราะจะมีหนังของปลาที่ป้องกันเนื้อปลาอยู่และหากยิ่งเป็นปลาสดความสดจะมีความยืดหยุ่นช่วยทำให้หนังปลาไม่ขาดเนื้อปลาไม่เละง่ายๆ - ระหว่างที่ขอดเกล็ดต้องเปิดน้ำล้างไปด้วยเพื่อให้เช็คได้ว่าขอดเกร็ดออกหมดหรือยัง เทคนิคการแล่หัวปลาแซลมอนให้สร้างมูลค่า - การตัดหัวปลาแซลมอนควรเหลือเนื้อไว้หน่อยเพราะว่าจะได้นำไปขายต่อได้ โดยตัดใต้ครีบลงมาหน่อย - เวลาตัดวางคมมีดลงไปตรงๆ ไม่ต้องเฉียง สามารถนำไปทำเมนูย่างเกลือ ต้มซีอิ๊วได้ เทคนิคเจาะรูที่หางปลา - เมื่อเลาะเนื้อปลาออกจากกระดูกแล้ว ให้เจาะรูทีหางปลา เพื่อใช้ในการเกี่ยวยกเนื้อปลา ซึ่งจะทำให้เนื้อปลาไม่เละ เพราะไม่ต้องจับโดนเนื้อปลา น้ำหนักของเนื้อปลาสำหรับทำเมนูต่างๆ ตามมาตราฐานญี่ปุ่น - หากนำไปทำซาซิมิ น้ำหนักไม่เกินชิ้นละประมาณ 22 กรัม - นำไปทำซูซิหั่นเป็นทรงยาวหน่อย น้ำหนักไม่เกินชิ้นละประมาณ 16 กรัม - เนื้อปลาสำหรับทำซูชิสามารถบั้งตรงกลางได้ เพื่อเวลาลูกค้าจิ้มกับโชยุ โชยุจะลงไปได้ง่ายขึ้น ซึมไปได้เร็วขึ้น - นำไปทำไส้ เช่น ไส้มากิซูชิน้ำหนักไม่เกินเส้นละประมาณ 20 กรัม เคล็ดลับในการแต่งจานซาซิมิและการจัดเซตซาซิมิให้ขายง่าย - ซาซิมิที่วางบนจานต้องวางให้มันชันขึ้น อย่าวางให้นอนราบกับพื้น เพื่อความสวยงาม - เวลาเราจัดเซ็ตซาซิมิ นอกจากปลาดิบสำหรับผู้ใหญ่แล้ว ควรนึกถึงคนในครอบครัวให้ครบ เพื่อให้ง่ายในการตัดสินใจซื้อเช่น คุณลูก เด็กๆ ที่ยังไม่ทานปลาดิบสามารถจัดปูอัดร่วมไปในเซ็ทด้วยได้ หากคุณสนใจเปิดร้านซูซิ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมแบบเต็มๆ ได้ฟรี! กับคอร์สออนไลน์ หลักสูตรซูชิเงินล้าน สอนโดย เชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์  เชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นมากว่า 30 ปี รายละเอียดการสอน บทที่ 1 พื้นฐานต้องรู้จากกูรูซูชิ • ความหมายของซาซิมิ • ความหมายของซูชิ • ประเภทของซูชิ • ความรู้พื้นฐานก่อนตัดสินใจเปิดร้าน บทที่ 2 การออกแบบและสร้างสรรค์เมนูซูชิ • หลักการออกแบบเมนูหลักของร้านซูชิ • เมนูเสริมในร้านซูชิควรมีอะไรบ้าง • วิธีสร้างสรรค์เมนูใหม่ เพิ่มความหลากหลายจากวัตถุดิบในร้าน บทที่ 3 เทคนิคการหุงและผสมข้าวซูชิ • ส่วนผสมของข้าวซูชิ • การหุงข้าว • การผสมน้ำส้มข้าว • การผสมข้าวซูชิ บทที่ 4 เทคนิคการแล่ปลาสำหรับซาชิมิและการตกแต่งจาน • อุปกรณ์ที่จำเป็นในการแล่ปลา • การแล่ปลาแซลม่อนทั้งตัว • การจัดตกแต่งจานซาชิมิ บทที่ 5 การทำซูชิแบบม้วน (มากิซูชิ) • โฮโซมากิ • ฟูโตมากิ • อูรามากิ บทที่ 6 การทำซูชิแบบปั้นเป็นคำ (Nigiri Sushi & Gunkan Sushi) • นิกิริ ซูชิ • อาบุริ นิกิริ ซูชิ • ไทยวากิว อาบุริ นิกิริ ซูชิ • กุงกัง ซูชิ

สูตรอาหารเพิ่มเติม
เคลียร์หนี้! กู้เงิน! หาเงินทุนหมุนเวียน! วางระบบการเงินอย่างไรดีเพื่อฟื้นฟูร้านอาหาร

เคลียร์หนี้! กู้เงิน! หาเงินทุนหมุนเวียน! วางระบบการเงินอย่างไรดีเพื่อฟื้นฟูร้านอาหาร

ภายหลังที่มีการผ่อนปรนมาตรการเกี่ยวกับการควบคุม COVID-19 ทำให้หลายธุรกิจเริ่มที่จะกลับมาฟื้นฟูตัวเองอีกครั้ง หลังจากได้รับผลกระทบ ซึ่งมากน้อยแตกต่างกันไป ร้านอาหารก็เช่นกัน หน้าร้านรวงต่างเปิดประตูต้อนรับลูกค้า ภายหลังที่มีการผ่อนปรนมาตรการเกี่ยวกับการควบคุม COVID-19 ทำให้หลายธุรกิจเริ่มที่จะกลับมาฟื้นฟูตัวเองอีกครั้ง เชื่อว่าหนึ่งในเรื่องหนักอกหนักใจคงจะหนีไม่พ้นเรื่องเงินๆ ทองๆ คงจะดีไม่น้อยหากมีกูรูผู้รู้มาแนะนำแนวทาง ในการจัดระบบ ปรับสูตรการบริหารจัดการเงินให้เข้าที่เข้าทาง โค้ชหนุ่ม - จักรพงษ์ เมษพันธุ์  หรือ หนุ่ม Money Coach กูรูผู้คว่ำหวอดในแวดวงการเงิน จะมาแบ่งปันแนวคิด และเทคนิคในการบริหารจัดการ ทั้งเงินทุนหมุนเวียน หนี้สิน ไปจนถึงการขอสินเชื่อ เพื่อให้คนทำร้านอาหารเอาพลิกฟื้นตัวเองให้รอดจากช่วงเวลานี้ต่อไปในระยะยาว  เงินทุนหมุนเวียน หัวใจการบริหารการเงินที่คนทำร้านอาหารต้องรู้ ควรจะมีวิธีบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างไร วางระบบการเงินใหม่เพื่อฟื้นฟูกิจการ มองหาสินเชื่อเพื่อเป็นตัวเลือกกู้วิกฤติการเงินอย่างไรดี การจัดการหนี้สินที่ดีควรต้องทำอย่างไร หัวใจการบริหารการเงินที่คนทำร้านอาหารต้องรู้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหารหรือธุรกิจใดก็ตาม ‘เงินทุนหมุนเวียน’ หรือ ‘ Cast Flow’ คือหัวใจสำคัญ เป็นสิ่งที่ โค้ชหนุ่ม กล่าวถึงเป็นอันดับแรกที่ต้องพิจารณาในการบริหารจัดการเงินในช่วงธุรกิจได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 ดังนั้นจึงอยากจะชวนทุกธุรกิจคิดเรื่องนี้กันจริงจัง โค้ชหนุ่ม อธิบายว่า เวลาทำธุรกิจ ทุกคนก็มองไปที่กำไร แต่เวลาบริหารจัดการ ต้องมองไปที่หัวใจสำคัญคือ เงินทุนหมุนเวียน ต้องถามตัวเองว่าอะไรที่ทำให้ธุรกิจหยุดได้ ไม่ใช่การขาดทุน แต่เป็นการขาดเงินทุนหมุนเวียน ถึงแม้ว่าจะขาดทุน แต่ก็ยังสามารถที่ทำธุรกิจต่อไปถ้ามีเงินสดอยู่ในมือ เงินทุนหมุนเวียนนั้นมีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น กำไร เงินกู้ กระทั่งการนำเงินที่ลูกค้าชำระล่วงหน้ามาหมุนเวียนก่อนอย่างเช่น ธุรกิจสินค้าประเภทพรีออเดอร์ เป็นต้น ฉะนั้นหลักคิดแรก เงินหมุนเวียนคือเป้าหมายอันดับ 1 ที่จะต้องดู และต้องหล่อเลี้ยงให้ได้ตลอดเวลา ซึ่งคนที่ทำธุรกิจแล้วรอด คือคนที่มองไปข้างหน้าเสมอว่า 6-12 เดือนต่อจากนี้จะมีเงินหมุนเวียนไหม และถ้าให้ดี เงินทุนหมุนเวียนต้องเป็นเงินหมุนเวียนจากกำไร ซึ่งนั่นจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้จริง  ควรจะมีวิธีบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างไรสิ่งที่ชวนให้คิดตามต่อท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ คือหากร้านอาหารร้านใดมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ในมือ แล้วควรจะมีวิธีบริหารจัดการอย่างไรดี ประเด็นข้างต้นนั้น โค้ชหนุ่มได้ให้คำแนะนำเอาไว้ว่า ช่วงระยะเวลาแบบนี้ควรจะต้องพยายาม เก็บเงินสดไว้กับตัวให้นานที่สุด แล้วเรียงลำดับความสำคัญให้ดี ‘จ่ายให้กับสิ่งสำคัญ’ ที่ต้องมาใช้ในการหมุนเวียนจริงๆ อย่างเช่น วัตถุดิบ ลูกน้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ดำเนินกิจการไปได้ ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ อยากให้ดึงเงินไว้ก่อน ใช้การเจรจา อย่างเช่น เจ้าหนี้การค้า พวกวัสดุอุปกรณ์ พวกค่าเช่า ถ้าเจรจากับเขาได้ก็ลองเจรจาดู ขอดึงหน่อย มีเครดิตในการจ่ายหน่อย ส่วนเรื่องการตลาดต้องดูให้ดี ว่าจ่ายไปจะคุ้มหรือไม่ “ตอนนี้ควรจะต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสัก 6 เดือน เพราะดูแล้วสถานการณ์ มีโอกาสจะยาวไปถึงสิ้นปีได้ ฉะนั้นถ้าจะเติมเงินสดเข้ามาหมุนเวียนกิจการ อาจจะต้องมองว่าอยู่ให้ได้ 6 เดือน แต่ถ้าไม่ไหวหรือมองว่าธุรกิจยังพอขายไปได้ อาจจะเติมไว้สัก 3 เดือนก็พอ แต่คงจะเหนื่อยอยู่  แล้วต้องคิดว่าอะไรที่จะทำให้ได้เงินทุนกลับมาเร็ว เช่น รูปแบบสินค้าใหม่ๆ เมนูอาหารใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ”  วางระบบการเงินใหม่เพื่อฟื้นฟูกิจการ หลังจากการเข้ามาของ COVID-19 ทำให้วันนี้หลายธุรกิจต้องตกที่นั่งลำบาก ฉะนั้นแล้วหากหวังที่จะฟื้นฟูธุรกิจขึ้นมาให้เดินต่อไปได้ โค้ชหนุ่มจึงชวนให้ย้อนกลับมาสำรวจกิจการของตัวเองใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะด้านการเงิน ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักที่จะทำให้ธุรกิจรอดหรือไม่ โดยมี 2 สิ่งที่ควรที่ต้องไล่เรียงดูดังนี้  สภาพคล่อง ที่ต้องดูคือภาระค่าใช้จ่าย ว่าปัจจุบันมีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งในมุมของการเงินนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน - ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินงานต่างๆ การทำธุรกิจมีภาระค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าร้าน ค่าวัตถุดิบ เป็นต้น เชื่อว่าผู้ประกอบการทราบเป็นอย่างดีว่ามีอะไรบ้างที่ต้องลด แต่อย่างหนึ่งชวนให้นึกถึง เป็นอันดับแรกที่อย่าเพิ่งไปลดคือ คน  เพราะว่าคนค่อนข้างที่จะหายากในเวลาฟื้นฟูกิจการ         - ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากต้นทุนเงินทุน หรือหนี้ ซึ่งอยากจะให้เน้นมากๆ ช่วงนี้ผู้ประกอบการต้องขยันวิ่งเข้าหาเจ้าหนี้ เพื่อเข้าไปเจรจา ส่วนของหนี้ทำให้เราเบาได้ทันที (คำแนะนำเรื่องการจัดการหนี้อยู่ในข้อถัดไป)  ดึงเงินสดเข้ามา คาถาที่ควรท่องจำไว้ก่อนคือ อย่าเพิ่งไปกู้ ใจเย็นๆ ธุรกิจยังไม่ดี ไปกู้แล้วเดี๋ยวจะยิ่งพังไปกันใหญ่ อาจจะหาแนวทางใกล้เคียงแล้วปรับเปลี่ยน เช่น แทนที่จะขายรายย่อย บางแห่งเริ่มผูกการบริการกับบริษัท ทำให้มียอดขายทีละจำนวนมาก รวมถึงมีบริการเดลิเวอรี่ ออกเมนูใหม่ที่เหมาะสมต่างๆ เพื่อให้มีเงินสดเข้ามา ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ต้องเอาทรัพยากรที่มีมาปรับการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางร้านให้พนักงานต้อนรับมาขับรถเดลิเวอรี่ ช่วงนี้อาจจะต้องแปรสภาพหมดเลย ต้องทำด้านอื่นๆ ประกอบไปด้วย นอกจากนั้น ต้องทำประมาณการล่วงหน้า 6-12 เดือน เพื่อให้เห็นสถานการณ์ของตนเอง และตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือนว่า เป็นไปตามแผนหรือไม่ โดยจะต้องทำด้วยความละเอียด รอบคอบ และมีวินัย มองหาสินเชื่อเพื่อเป็นตัวเลือกกู้วิกฤติการเงินอย่างไรดีถ้าลดรายจ่ายก็แล้ว หารายได้เพิ่มก็แล้ว แต่ก็ยังไปไม่ไหว และยังเชื่อว่ามั่นว่าธุรกิจยังมีอนาคต สุดท้ายอาจจะต้องเข้าไปอยู่ในระบบสินเชื่อ เพื่อนำมาหมุนเวียนกิจการต่อไป เรื่องการขอสินเชื่อนั้น โค้ชหนุ่มได้ให้ข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจ โดยได้ชี้ให้เห็นว่า  คำว่า “เชื่อมั่นว่าธุรกิจของเรามีอนาคต” นั้น สิ่งสำคัญคืออย่าคิดไปเอง ควรจะต้องทำตัวเลขประมาณการว่า ถ้าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ จะมีรายได้จริงๆ เท่าไหร่ มาจากทางไหน มาได้อย่างไร จากนั้นจึงค่อยมาวางแผนในการขอสินเชื่อ ซึ่งการขอสินเชื่อมีข้อที่ต้องประเมินดังนี้  อย่าใช้สินเชื่อผิดประเภท หลายคนพอเดือนร้อนมากก็เลือกใช้บัตรกดเงิน บัตรเครดิต เพื่อมาหมุนกิจการก่อน สิ่งนี้อันตรายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากดอกเบี้ยแรงมาก ระดับ 20% ขึ้นไป ทำให้กำไรหายไปหมดเลย ซึ่งแบบนี้เป็นการกู้เพื่อต่อลมหายใจ แต่ไม่ได้เป็นการพลิกฟื้น ฉะนั้นจึงห้ามทำ และอย่าออกไปนอกระบบ ใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันทางการเงิน ช่วงนี้ก็มีสินเชื่อพิเศษเยอะ หากไปขอสินเชื่อกับธนาคาร ควรไปหลายๆ ธนาคาร เพราะว่ามีนโยบายที่อัดฉีดออกมาเป็นตัวช่วย เช่น ดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ทั้งนี้เวลาเข้าไปก็อย่าตกใจหากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าสินเชื่อหมด ให้ถามว่ามีตัวอื่นที่ใกล้เคียงกันหรือไม่ ถ้า 2.5-3.5% เชื่อว่าน่าจะก็ยังพอไหว และอย่าขอแค่ตัวเลขเปอร์เซนต์ ควรทำตัวเลขไปเลย เช่นถ้าจะต้องกู้ 1,000,000 บาท ต้องจ่ายกี่งวด ดอกเบี้ยเท่าไร แล้วเอาตัวเลขดอกเบี้ยทั้งหมดมาเปรียบเทียบ อย่ากู้มั่วโดยที่ไม่มีแผนการชำระคืน ควรที่จะต้องเตรียมแผนการชำระคืน โดยดูว่าจะต้องผ่อนต่อเดือนเท่าไร แล้วนำตัวเลขนั้นไปใส่ในงบการเงินว่าจ่ายไหวหรือไม่ ถ้าจ่ายไม่ไหวก็ขอยืดเวลาออกไปเพื่อให้ผ่อนต่ำลง การจัดการหนี้สินที่ดีควรต้องทำอย่างไรอย่างที่โค้ชหนุ่มได้แนะนำไปในตอนต้นแล้วว่า ช่วงนี้ผู้ประกอบการต้องขยันวิ่งเข้าหาเจ้าหนี้ เพื่อเข้าไปเจรจา ซึ่งหาสามารถประนีประนอมได้ ย่อมช่วยให้ผ่อนหนักเป็นเบาลงไปได้มาก ซึ่งแนวทางในการเข้าไปขอเจรจาพูดคุยกับเจ้าหนี้นั้นมีดังต่อไป  ต้องเจรจาแบบแบไต๋ โดยเวลาที่เข้าไปเจรจากับสถานบันการเงินนั้น ควรไปพร้อมตัวเลขงบกำไร ขาดทุน เพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าเงินไม่เข้า ให้เห็นว่าเรามีปัญหาจริงๆ แล้วจะขาดทุนแบบนี้ไปอีก 3 เดือน 6 เดือน อย่างนี้จะช่วยอะไรเราได้บ้าง ซึ่งมักจะเงื่อนไขที่ดี ทำการบ้านไปก่อน โจทย์สำคัญในการเจรจา คือการทำการบ้านไปก่อน ต้องคิดก่อนว่าจะไปขอเจรจาตรงไหน มีออปชั่นหลัก 5 ทาง 1.ดีที่สุดคือพักการจ่ายทั้งต้นทั้งดอก 2.จ่าย เฉพาะดอก 3. ลดดอกเบี้ย 4. ขอลดงวด 5.ยืดหนี้สั้นเป็นหนี้ยาว ต้องลดอย่างนี้เลยถึงจะอยู่ได้ ซึ่งจะทำให้มีออปชั่น อย่าให้สถาบันการเงินเป็นฝั่งเสนออย่างเดียว เขาก็ไม่รู้หรอกว่าเรารอดหรือไม่ สุดท้ายก็พังอยู่ดี ฉะนั้นลองเจรจาโดยไล่เรียงตามเงื่อนไข 5 ข้อข้างต้น ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้  ฝากข้อคิดและกำลังใจ สุดท้ายนี้ โค้ชหนุ่มได้ฝากข้อคิดในการทำธุรกิจท่ามกลางวิกฤติ COVID-19 ว่าหากธุรกิจใดฟื้นคืนกลับมาจากสถานการณ์ COVID-19 ได้ อยากให้จดจำไว้เป็นบทเรียนด้วย ซึ่งหลายๆ ธุรกิจเห็นชัดเลยว่า ‘ไม่มีเงินทุนสำรอง’ รวมทั้งมักจะไม่ได้ดู ‘ประมาณการเงินสด’ นอกจากนั้นแล้ว เวลาที่กิจการเติบโตดีมักจะรีบขยาย แล้วหลายครั้งเป็นการขยายโดยการใช้สินเชื่อ ซึ่งทำให้มีภาระซ่อนเร้น เวลาที่ขายดีจะมองไม่เห็น แต่หากขายไม่ได้ หนี้จะผุดขึ้นมาเป็นปัญหา “อยากจะแนะนำทุกคนว่า ถ้าวันนี้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ อย่าลืมเรื่องวันนี้ การทำธุรกิจในแต่ละครั้ง อยากจะให้ประมาณการเงินสดล่วงหน้า 6-12 เดือนเสมอ ว่าจะมีเงินหมุนเวียนในกิจการไปถึงตรงนั้นหรือเปล่า ทุกครั้งที่มีกำไร อยากจะให้เก็บส่วนหนึ่งไว้สำหรับหมุนเวียนกิจการ รวมไปถึงถ้าจะต้องขยายกิจการ อยากให้ขยายด้วยกำไรส่วนหนึ่ง อย่าใช้เงินกู้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นจะเป็นปัญหาและความเหนื่อยในอนาคต เดี๋ยวคราวหน้าเกิดวิกฤติอีก ก็จะกลับมาที่วงจรนี้อีก สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นว่าอุตส่าห์ทำธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้มั่งคั่งมากขึ้น” “ผู้ประกอบการเป็นคนที่ทำงานเหนื่อย เพราะต้องดูแลหลายสิ่งหลายอย่างไปพร้อม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ลูกน้อง อยากจะบอกว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ ช่วงเวลาแบบนี้ต้องใช้สติและความรอบคอบในการตัดสินใจสู้ โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่ารีบตัดสินใจ ทุกครั้งที่ตัดสินใจทางการเงิน นอกจากจะคิดว่าหาเงินจากที่ไหนแล้ว ให้นึกถึงคำถามตามว่า เมื่อได้เงินก้อนนี้มาแล้วจะมีผลหรือภาระอะไรที่ติดตามไปในระยะยาวๆ ที่จะก่อปัญหาหรือไม่ ซึ่งเวลาที่จะตอบคำถามนี้ได้ ต้องกลับไปที่ประมาณการเงินสด ซึ่งต้องมีการจัดทำไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ได้เห็นข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจ ก็อยากจะให้กำลังใจให้อดทน สู้นิดนึง เพราะว่าสภาวะแบบนี้วันหนึ่งมันก็ต้องไป เชื่อว่าจะผ่านไปได้ถ้าทุกคนมีสติและกำลังใจในการแก้ไขปัญหา”

สูตรอาหารเพิ่มเติม
บุญนำพา บริการจัดงานบุญถึงบ้าน แชร์ประสบการณ์ 7 ปี ร้านอาหารอยากทำจัดเลี้ยงต้องอ่าน!

บุญนำพา บริการจัดงานบุญถึงบ้าน แชร์ประสบการณ์ 7 ปี ร้านอาหารอยากทำจัดเลี้ยงต้องอ่าน!

‘บุญนำพา’ ถือเป็นผู้ให้บริหารจัดงานเลี้ยงทำบุญ (Catering) แถวหน้าของเมืองไทย ด้วยยอดจัดงานมากถึง 300 งานต่อเดือนในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีมูลค่าหลักสิบล้านต่อเดือน โดยปัจจุบันได้ยกระดับการบริการสู่ One Stop Service Catering พร้อมกับแตกไลน์บริการอย่าง อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง Mr.Chon และล่าสุดเปิดพื้นที่ออฟฟิศเป็นร้านอาหารเพื่อให้ลูกค้าสามารถแวะลองลิ้มชิมรสชาติอาหารก่อนได้ สิ่งสำคัญที่ทำบุญนำพายืนหยัดเข้าสู่ปีที่ 7 มาจากการวางแผนและสร้างระบบให้แข็งแกร่ง จึงชวนไปเจาะเบื้องหลังในการสร้างธุรกิจของ คุณกอล์ฟ - สรสิช เนตรนิล ผู้ก่อตั้งบุญนำพา ให้เติบโตและมีการพัฒนาบริการอย่างไม่หยุดนิ่ง  จุดเริ่มต้นของบุญนำพาได้ไอเดียนี้มาอย่างไร กลุ่มเป้าหมายของบุญนำพาเป็นใครบ้าง ปัจจุบันบริการที่โดดเด่นของบุญนำพามีอะไรบ้าง การทำธุรกิจแบบไม่มีหน้าร้าน มีข้อดีข้อได้เปรียบ และความแตกต่างอย่างไร เมื่อไม่มีหน้าร้าน แล้วมีวิธีการโปรโมททำการตลาดอย่างไร สัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาจากช่องทางต่างๆ แบ่งได้เป็นอย่างใรบ้าง ในยุค New Normal มีการปรับแผนธุรกิจอย่างไร ขายอาหารแบบไม่มีหน้าร้าน หรือ Ghost Kitchen แต่ไม่อยากเสียค่า GP Delivery มีคำแนะนำไหมว่าจะทำอย่างไรให้อยู่รอดได้ สำหรับคนทำร้านอาหารที่อยากต่อยอดธุรกิจแคเทอริ่งควรต้องเริ่มอย่างไร ปัจจัยใดบ้างที่จะนำพาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ จุดเริ่มต้นของบุญนำพาได้ไอเดียนี้มาอย่างไร คุณกอล์ฟ  : ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผมไปงานขึ้นบ้านใหม่ของเพื่อน ระหว่างจัดงานทำบุญ เพื่อนก็จะบ่นตลอดเวลาว่า ดูวุ่นวาย เตรียมอะไรไม่รู้เรื่อง เขาเสียเวลากับการทำเรื่องเหล่านี้พอสมควร เนื่องด้วยเป็นอยู่ในวัยทำงานก็จะไม่ค่อยมีเวลาในการเตรียมงานทำบุญบ้าน  พอเห็นเขาบ่นแบบนี้ก็เลยเกิดเป็นไอเดียว่า ถ้าเรารับจัดงานทำบุญบ้าน ทำบุญออฟฟิศให้คนอื่นคงจะดี เพื่อมอบสะดวก รวดเร็ว แล้วก็ชวนคนมาทำบุญได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากไอเดียเริ่มต้น ทำให้เราศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการจัดทำงานบุญทั้งหมดว่าทำอย่างไรบ้าง ต้องมีอะไรบ้าง โดยการไปศึกษากับพระว่าต้องเตรียมอย่างไร ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีอาหาร โดยเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เราไปจ้างคนอื่นมาทำแคเทอริ่งให้ เหมือนเราเป็นออแกไนเซอร์ นั่นคือสิ่งที่เริ่มต้น  แล้วมาขยับขยายมาจับธุรกิจแคเทอริ่งได้อย่างไร คุณกอล์ฟ : แคเทอริ่งเป็นปัญหาที่เรานำมาแก้ไข เมื่อรับจัดงานทำบุญไปเรื่อยๆ เรื่องที่เราควบคุมไม่ได้คืออาหาร ไม่สามารถควบคุมคุณภาพ การบริการของพนักงานได้ มีฟีดแบ็กจากลูกค้ากลับมาว่าอาหารรสชาติไม่อร่อย บริการไม่ดี ซึ่งเขาไม่ได้จำว่าเราไปใช้คนอื่น แต่จำว่าบุญนำพาอาหารไม่อร่อย พอเกิดปัญหาเราก็เลยเซ็ตแคเทอริ่งขึ้นมาเอง ผมเป็นคนชอบทำครัวอยู่แล้ว เลยทดลองว่าจำนวน 10 หัว 100 หัว 1,000 หัว ต้องเตรียมปริมาณเท่าไร แคเทอริ่งไม่ได้เพิ่ม 10 เท่า เพิ่มเป็นสเกล อันนี้เราเรียนรู้เก็บข้อมูลมา 7 ปี ว่าเมนูนี้ 1,000 หัวต้องเตรียมเท่าไร จนปัจจุบันสามารถทำเป็นระบบคลิกเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเตรียมเท่าไร เพราะเก็บข้อมูลไว้ในระบบคลาวด์ นี่คือจุดเริ่มต้นของการทำบุญนำพา  กลุ่มเป้าหมายของบุญนำพาเป็นใครบ้าง คุณกอล์ฟ  : เราตั้งกลุ่มเป้าหมายจากการเสิร์ชข้อมูล ก็ดูว่ามีบ้านใหม่เกิดขึ้นปีละกี่หลัง มีออฟฟิศปริมาณเท่าไร ซึ่งปัจจุบันบริษัทกับบ้านมีสัดส่วนครึ่งๆ แต่เราเน้นลูกค้าบริษัท เพราะโอกาสที่จะจัดซ้ำง่ายกว่า  ปัจจุบันบริการที่โดดเด่นของบุญนำพามีอะไรบ้าง คุณกอล์ฟ : ปัจจุบันบุญนำพามีบริการจัดงานอีเวนต์ ไม่ว่าจะเป็นทำบุญบ้าน ทำบุญบริษัท ตั้งศาล งานบรวงสรวง เป็นต้น บริการแคเทอริง ทั้งงานทำบุญ งานจัดเลี้ยง และงานซุ้มอาหาร  ซึ่งเรามีครัวกลางรองรับได้ประมาณวันละ 2,000 คน ร้านอาหาร เนื่องจากบางคนที่จะจัดงานก็อยากชิมรสชาติอาหาร  จึงแบ่งพื้นที่ภายในออฟฟิศเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้ามาชิมอาหารก่อนได้ ก็เพิ่งเปิดบริการประมาณ 2 เดือน อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง สำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มร้านกาแฟ คาเฟ่ ที่ไม่เชฟและอะคาเดมี สำหรับคนทำธุรกิจร้านอาหารและแคเทอริง คาดว่าน่าจะพร้อมเปิดช่วงปลายปีนี้ ซึ่งบริการทั้งหมดมาจากดาต้าทั้งหมดที่เราเก็บ และค่อยๆ ต่อยอดมาเรื่อยๆ การทำธุรกิจแบบไม่มีหน้าร้าน มีข้อดีข้อได้เปรียบ และความแตกต่างอย่างไร คุณกอล์ฟ  : มีทั้งข้อดีและข้อไม่ดี บุญนำพาเป็นธุรกิจแบบไม่มีหน้าร้าน แสดงว่าจะมีออเดอร์เข้ามาก่อนล่วงหน้า ผมก็ไม่ต้องสต็อกของไว้มาก แต่ถ้าเป็นร้านอาหารทั่วไปจะต้องมีการสต็อกของ เพราะไม่รู้ว่าคนจะเข้ามามากน้อยขนาดไหน ข้อนี้ต่างกัน ข้อต่อไปถ้าเป็นร้านที่มีหน้าร้าน อาจจะสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าได้มากกว่าร้านที่ไม่มีหน้าร้าน เพราะลูกค้าสามารถเข้ามาหาที่ร้านได้โดยตรง ทำให้บุญนำพาจะมีลูกค้าสอบถามตลอดว่ามาชิมได้ไหม เราเลยต้องจัดออฟฟิศให้ลูกค้าสามารถมาชิมอาหารได้ เสมือนเป็นหน้าร้าน ถามว่าดีไหมสำหรับการมีหน้าร้าน ดีในแง่ของความน่าเชื่อถือ การมือตัวตน แต่ข้อด้อยคือจะต้องบริหารจัดการสต็อกที่ดี เพื่อป้องกันวัตถุดิบเสียหาย เรามีวิธีการจัดการโดยตอนเช้าทำแคเทอริง เพราะฉะนั้นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารตอนเย็น จะถูกเทิร์นไปเป็นแคเทอริงในเช้าวันต่อไปด้วย ซึ่งมองว่าถ้าคนจะมีร้านอาหารและทำแคเทอริงด้วยต้องทำแบบผม ไม่อย่างนั้นจะมีวัตถุดิบที่ต่างกัน แต่ระบบหลังบ้าน อย่างเรื่องของบัญชี การเก็บข้อมูลหรือการแบ่งตัวเลขว่าอะไรเป็นต้นทุนของร้าน อะไรเป็นต้นทุนของแคเทอริง ต้องวางแผนกับทางฝ่ายบัญชีให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นตัวเลขจะพันกัน จะแยกไม่ออกว่าเป็นของยูนิตไหน เมื่อไม่มีหน้าร้าน แล้วมีวิธีการโปรโมททำการตลาดอย่างไร คุณกอล์ฟ  : เบื้องต้นในการตลาดออนไลน์ ไม่ได้ทำการตลาดออนไลน์อย่างเดียว เราทำการตลาดทางออฟไลน์ด้วย ในทำการตลาดออนไลน์แล้วลูกค้าเข้ามาทางออนไลน์จริงหรือไม่ เรามีเทคนิคในการเก็บข้อมูลของตัวเอง แล้วเอามาวิเคราะห์ เพราะเรามี Marketing Analysis ของเราเอง ในการเก็บข้อมูลลูกค้าทั้งหมด และช่องทางการเข้ามาว่า เข้ามาจากทางช่องทางไหน จริงหรือไม่จริง ซึ่ง Facebook ทำได้ด้วยการใช้คีย์บางอย่าง LINE OA ทำได้ด้วยการทำแฮชแท็กและการตั้งกลุ่มต่างๆ ซึ่งเราสามารถแยกลูกค้าได้ว่าเป็นเกรด A B C อย่างไร มีลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการอย่างไร ทั้งหมดนี้คือ Custumer Data ของเรา ส่วนเรื่องของความน่าเชื่อถือ คือการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้ารู้ว่าเราเป็นใคร แล้วสร้างความน่าเชื่อถืออย่างไรต่อ ก่อนโควิด-19 เรามีการจัดกิจกรรมไปทัวร์ ไปเที่ยว  เพื่อที่จะได้รักษาสัมพันธ์กับลูกค้า เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งนั่นก็คือ O2O Offline To Online และ Online To Offline แต่จะเน้นหนักทางไหนก็อยู่ที่การเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ ซึ่งในกรุงเทพฯ ผมแยกได้หมดเลยว่าแต่ละเขตมีลูกค้าจำนวนเท่าไร แบ่งเป็นโซนกรุงเทพฯ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก โซนชั้นใน โซน ต่างจังหวัดมีลูกค้าอยู่จำนวนเท่าไร เรารู้หมดเลย เพราะฉะนั้นคอนเทนต์ไหนที่เล่นกับคนกรุงเทพฯ ในเมือง เราจะ Specific ลงไปได้ สัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาจากช่องทางต่างแบ่งได้เป็นอย่างใรบ้าง คุณกอล์ฟ  : ตอนนี้ลูกค้าบอกต่อคิดเป็นสัดส่วน 50% เราเลยมีฐานลูกค้าเก่ามาใช้ประจำทุกปี แล้วมีลูกค้าแนะนำบอกต่ออยู่พอสมควร อย่างในช่วงโควิด-19 เข้ามา ถามว่าเรากระทบไหม กระทบครับ ตอนเดือนเมษายนกระทบ 80% เนื่องจากจัดงานไม่ได้ ลูกค้าจอง 300 กว่ารายต้องเลื่อนออกไป แต่ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งขายดี Mr.Chon ซึ่งอีกหนึ่งแบรนด์ที่แยกออกมา เป็นน้ำซอสเขียวหวาน น้ำซอสมัสมั่น สามารถทานกับไก่ทอดเกาหลีได้ นั้นก็มาช่วยทำให้เลือดเราไหลช้า มีรายได้เข้ามาในช่วงโควิด-19 ซึ่งก็เกิดมาจากการที่ผมจัดสรรข้อมูลเอาไว้อย่างดีแล้ว เลยมีสินค้าและ บริการมานำเสนอให้ลูกค้าของเราได้ แล้วพอช่วงจังหวะที่คนเริ่มกลับมา เราก็เริ่มมีลูกค้ากลับมาพอสมควรแล้ว เพราะว่ามีดาต้าเก่า ทำให้พอก้าวเดินต่อไปได้ ช่วงที่โควิด-19 เข้ามาบุญนำพาได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน มีวิธีปรับตัวอย่างไร คุณกอล์ฟ : เนื่องจากเรามีพนักงานพอสมควร พนักงานเราก็เทิร์นมาเป็นเดลิเวอรี่ ก็นำรายได้ค่าเดลิเวอรี่ให้พนักงาน ทำให้เสียค่าขนส่งลดลงจากการใช้หลายๆ เจ้า ซึ่งถามว่าเราใช้ไหม เราใช้บิ๊กโฟร์ของบริการเดลิเวอรี่ แต่เราก็พยายามให้พนักงานเราส่งเองเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าจะทำให้เซฟต้นทุนค่าใช้ในการค่าขนส่งได้พอสมควร แล้ว ณ ตอนนั้นในช่วงโควิด-19 บริการเดลิเวอรีอาหาร และอาหารสำเร็จรูปก็ทำการส่งอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเรามีดาต้าลูกค้าพอสมควร เราก็ผันทีมงานเพื่อรับบริการพ่นยาฆ่าเชื้อตามบ้านหรือออฟฟิศของลูกค้า ในราคาที่เราอยู่ได้ เพื่อให้มีเงินสดเข้ามา ก็จะปรับตัวแบบนี้ ในยุค New Normal มีการปรับแผนธุรกิจอย่างไรบ้าง คุณกอล์ฟ  : อันดับแรกปรับกลยุทธ์ในเรื่องการขยับขยายให้ช้าลงนิดนึงก่อน ไม่ลงทุนอะไรที่เป็นเม็ดเงินมาก อะไรที่ไม่จำเป็นต้องขยายจะยังก่อน เพื่อรักษาเงินสดเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าจะมีระลอก 2 ระลอก 3 ไหม รวมไปถึงปรับรูปแบบแพ็กเกจ บริการแคเทอริ่งอาจจะเป็นบ็อกเซ็ตให้ลูกค้านำกลับบ้านได้ มีเครื่องป้องกัน ฉากกั้นละอองฝอยระหว่างพระสงฆ์กับฆารวาส ส่วนเรื่องอาหารก็ดูช่องทางในการเพิ่มเติมต่อไป  ขายอาหารแบบไม่มีหน้าร้าน หรือ Ghost Kitchen แต่ไม่อยากเสียค่า GP Delivery มีคำแนะนำไหมว่าจะทำอย่างไรให้อยู่รอดได้ คุณกอล์ฟ  : ผมมองว่าขายของบนโลกออนไลน์โดยที่ไม่มีหน้าร้านแล้วคนจะซื้อเรามันไม่ง่าย ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาสังเกตได้ในช่วงโควิด-19 หลายคนที่หันมาทำอาหารขายทางออนไลน์ แล้วส่งเดลิเวอรี คนซื้อส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน ญาติพี่น้องก่อน รู้จักเราเลยซื้อสนับสนุน แล้วถ้าไม่กลุ่มนี้ล่ะ ต้องเพิ่มเติมคือกลุ่มใดบ้าง จะมาบูสต์โพสต์อย่างเดียวคงไม่ใช่ มันมีหลายองค์ประกอบ มาร์เก็ตติงอะไร สิ่งเร้าอะไรที่ทำให้คนสนใจอยากมาซื้อกับเรา มีปัจจัยอะไรบ้าง สิ่งที่เราทำตอบโจทย์ลูกค้าหรือเปล่า แล้วลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ตรงไหน แล้วค่อยๆ เจาะไป ยิ่งเป็นอาหารเดลิเวอรี ผมมองว่าเราอยู่ตรงไหน ลูกค้าก็อยู่ไม่เกิน 5 กิโลเมตร ไกลกว่านั้นน่าจะน้อยลงแล้ว แล้วใน 5 กิโลเมตรนี้เป็นคนประเภทไหนบ้าง กลับมาวิเคราะห์ลูกค้าในเชิงมาร์เก็ตติง แล้วค่อยมานั่งแตกโจทย์ทีละข้อ เพราะไม่อย่างนั้นจะเสียเงินค่าบูสต์โพสต์โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมา  สำหรับคนทำร้านอาหารที่อยากต่อยอดธุรกิจแคเทอริ่งควรต้องเริ่มอย่างไร คุณกอล์ฟ  : ตลาดแคเทอริ่งแข่งขันกันสูง ถ้าคนที่มีร้านอาหารอยู่แล้ว คงต้องมองเรื่องของการบริหารจัดการงานครัว จากปกติที่ทำอะ ลา คาร์ต จานต่อจาน แล้วเราจะทำให้คนทาน 100 คน มันไม่ได้เพิ่มเป็น 100 จาน เครื่องปรุงก็ไม่ได้เพิ่ม 10 เท่า แต่เป็นเรื่องสัดส่วน ถ้าไม่มีสูตรหรือดาต้าก็ต้องทดลองทำก่อน แล้วต้องบาลานซ์เรื่องคนให้ดี เราต้องมีทีมงานกี่คนถึงจะทำได้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดควรศึกษาข้อมูลก่อน ปัจจัยใดบ้างที่จะนำพาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ คุณกอล์ฟ  : ธุรกิจประสบความสำเร็จต้องมีความซื่อสัตย์ และความจริงใจ ในการบริการให้กับลูกค้า ความซื่อสัตย์หมายถึง เราทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ บอกลูกค้าตรงๆ อย่าไปโลภ หวังว่าจะได้เงิน ทั้งที่เราทำไม่ได้ สิ่งไหนที่ผมทำได้หรือไม่ได้ก็จะบอกตรงๆ อย่างเช่นเวลาไม่พอก็จะบอกลูกค้าว่าเราทำไม่ได้ ส่วนเรื่องความจริงใจ คือพูดกันตรงๆ ซึ่งทั้งสองข้อนี้เอามาใช้กับพนักงานได้ด้วย อยากให้ฝากกำลังใจถึงผู้ประกอบธุรกิจอาหาร คุณกอล์ฟ  : ผมให้ความสำคัญในการทำธุรกิจอยู่สามส่วน หนึ่ง - คน สอง - เวลา และ สาม - เงินทุน ถ้ามีทั้งสามส่วน การทำธุรกิจน่าจะอยู่รอดต่อไปได้ บางคนมีคน มีเวลา แต่ไม่มีเงินทุนก็ทำไม่ได้ ก็ต้องไปหาแหล่งเงินทุนว่าจะกู้เงินแบงก์ หาหุ้นส่วน ส่วนเรื่องเวลา หมายถึงการทุ่มเททำลงไป คิดแล้วทำ ถ้ามีทั้งสองอย่างแล้วก็ไปหาคนที่มีความช่ำชองมาช่วยผลักดันและเดินไปได้ ผมว่าถ้าให้ความสำคัญทั้งสามเรื่องนี้ แล้วมีจิตใจที่เข้มแข็ง สู้ไปกับมัน ไม่ว่าจะ New Normal หรือยุคไหน เราจะผ่านไปได้

สูตรอาหารเพิ่มเติม
อยากเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นต้องวิเคราะห์และคำนึงอะไรบ้าง?

อยากเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นต้องวิเคราะห์และคำนึงอะไรบ้าง?

กระแสความนิยมอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรายังคงมีต่อเนื่อง แม้ว่าร้านอาหารญี่ปุ่นจะเติบโตในเมืองไทยมานานกว่า 30 ปีแล้วนั่นเป็นเพราะว่า อาหารญี่ปุ่นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรสชาติ วัตถุดิบ และความเป็นศิลปะ จึงทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ของผู้บริโภค แต่ในมุมผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นสถานการณ์การแข่งขันถือว่าเข้มข้นไม่เบา เพราะปัจจุบันมีแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 2,000 ร้านทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เป็นโจทย์ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ยังคงเปิดกว้างต้อนรับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ แต่การจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมีสิ่งที่ต้องวิเคราะห์และคำนึงถึงดังต่อไปนี้ วิเคราะห์ทำเล กำหนดกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์โอกาสการลงทุน และระยะเวลาคืนทุน ตัวอย่างการคำนวนหาอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) รู้เรื่องวัตถุดิบ แหล่งที่มา และวิธีจัดการ Operation ต้องดีเพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้สูง มีจุดขายให้ลูกค้าจดจำ การตลาดแม่นยำตรงกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ทำเล กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เรื่องแรกที่ต้องวิเคราะห์กันตั้งแต่เริ่มต้นก็คือ เรื่องของทำเล เพราะทำเลจะเป็นตัวกำหนดกลุ่มเป้าหมายของร้าน และกลุ่มเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดคอนเซ็ปต์ร้าน อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ ข้อดีอย่างหนึ่งของร้านอาหารญี่ปุ่นคือเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน และเป็นหนึ่งในประเภทอาหารยอดนิยมมมาตลอดทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับทำเลต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี แต่อย่างไรก็ตามทำเลมีส่วนสำคัญต่อการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดของร้าน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ร้าน ประเภทเมนู คุณภาพวัตถุดิบและการตั้งราคา เช่นหากเลือกตั้งอยู่ในทำเลย่านสถานศึกษาแม้โอกาสทางการขายในแง่ของจำนวนลูกค้าอาจมีมาก แต่รายได้ค่าเฉลี่ยต่อหัวอาจน้อยกว่าทำเลใกล้ออฟฟิศสำนักงาน หรือหากเป็นทำเลที่มีประชากรชาวญี่ปุ่นอยู่อาศัย เช่น สุขุมวิท นานา ย่านนิคมอุตสาหกรรมอย่างชลบุรี อยุธยา ร้านอาหารญี่ปุ่นก็ควรจะเน้นไปในสไตล์ Originalดั่งเดิม เน้นเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ จำนวนลูกค้าแต่ละวันอาจจะไม่ได้มาก แต่โอกาสทำยอดขายค่าเฉลี่ยต่อหัว ต่อบิลอาจสูงกว่าทำเลอื่น ๆ และหากจุดตั้งต้นความคิดการทำร้านอาหารไม่ได้ติดอยู่กับรูปแบบว่าจะต้องเป็นร้าน Standalone เท่านั้น ทำเลอย่าง Food Court ในศูนย์การค้าก็เป็นจุดรวมทราฟฟิกผู้คนที่ดี การลงทุนในด้านระบบพื้นฐานก็น้อย เพราะทางศูนย์จัดการให้ หรือทำเลตามตลาดที่ปัจจุบันมีทั้งตลาดเช้า ตลาดกลางคืน แม้แต่ตลาดนัดก็สามารถเปิดร้านขายอาหารญี่ปุ่นได้ โดยสรุป เรื่องทำเลเป็นเรื่องสำคัญมากอันดับแรก ๆ ที่ต้องให้เวลาทำการวิเคราะห์ เพราะอย่างที่บอกแต่ละทำเลพฤติกรรมลูกค้าก็แตกต่างกัน ความต้องการก็ต่างกัน ซึ่งจะส่งผลมาถึงการวางคอนเซ็ปต์ร้าน การกำหนดเมนู และราคาอาหาร สามารถศึกษาความรู้เรื่องการวิเคราะห์ทำเลสำหรับเปิดร้านอาหารอย่างละเอียดได้จากหลักสูตร “เปิดร้านให้รวย ด้วยทำเลดี” หลักสูตรเรียนฟรีจาก MHA วิเคราะห์โอกาสการลงทุน และระยะเวลาคืนทุน  เมื่อได้ทำเลที่คิดว่าใช้สำหรับการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแล้ว เรื่องสำคัญที่ต้องวิเคราะห์ลำดับต่อมาคือ โอกาสในการลงทุนและระยะเวลาคืนทุน เพื่อให้เห็นทิศทางว่า การลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่าน่าลงทุนหรือมีความเสียงสูงที่จะไม่คุ้มค่าการลงทุน ก็จะได้ปรับเปลี่ยนแผนให้เหมาะสมอย่าด่วนลงทุนโดยไม่ได้วิเคราะห์จุดนี้เพราะอาจทำให้เจ็บตัวไปนานแสนนาน การวิเคราะห์โอกาสการลงทุนและระยะเวลาคืนทุนในเบื้องต้นจะต้องกำหนดงบประมาณในแต่ละส่วนแจกแจงออกมาให้ละเอียดว่าจะใช้งบประมาณไปกับอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ เช่น 1.เงินลงทุนสร้างร้าน มีอะไรบ้าง จะทำอะไรอย่างไร แบบไหน เขียนออกมาให้ครบ 2.เงินทุนหมุนเวียน เตรียมไว้เท่าไหร่ 3.ค่าใช้จ่ายดำเนินงานก่อนเปิดร้าน มีอะไรบ้างที่ต้องใช้ เช่น ค่าการตลาด ค่าใช้จ่ายในการสำรวจทำเล  ค่าใช้จ่ายประมาณการต่าง ๆ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เมื่อเราได้ข้อมูลชุดนี้ครบแล้ว ก็จะนำมาทำการวิเคราะห์ โดยเอารายได้ประมาณการมาลบกับค่าใช้จ่ายประมาณการ ก็จะออกมาเป็นกำไรสุทธิ แต่จะต้องหาอีกตัวหนึ่งคือ กระแสเงินสดสุทธิ คือ รายรับจริง และรายจ่ายจริง เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละวัน ๆ เรามีกระแสเงินสดสุทธิเป็นเท่าไหร่บ้าง ข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้รู้ว่าร้านที่เราจะลงทุนนี้ใช้เงินลงทุนไปเท่านี้ จะได้รายรับกลับมาเท่าไหร่ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี และต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะได้เงินสดสุทธิเท่ากับจำนวนเงินทั้งหมดที่เราลงทุนไป ตัวอย่างการคำนวนหาอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สมมุติว่าร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนี้ใช้เงินลงทุนไปทั้งสิ้น 1,000,000 บาท โดยจากการเก็บข้อมูลการตลาดพบว่าร้าน ๆ นี้จะมีลูกค้า 1,000 คนต่อเดือน หรือ 33 คนต่อวัน และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 500 บาท ก็จะเท่ากับว่า ร้านนี้จะมีรายได้ต่อเดือนเท่ากับ 500,000 บาท โดยต้นทุนอาหารของร้านอยู่ 35% เท่ากับ 175,000 บาท มีค่าใช้จ่ายรวมอื่น ๆ เช่น ค่าเงินเดือน ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ อยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท ยอดขายต่อเดือน             500,000 บาทต้นทุนอาหารต่อเดือน      175,000 บาทค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน       100,000 บาท=กำไรต่อเดือน               225,000 บาท ถ้าเป็นกำไรต่อปี =          2,700,000 บาทนำข้อมูลนี้มาคำนวณหาอัตราผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ดังนี้ สูตรการคำนวณ = กำไรสุทธิ ÷ เงินลงทุน x 100 225,000 / 1,000,000= 0.225 x 100= 22.05% ต่อปี สูตรการคำนวณระยะเวลาคืนทุน = จำนวนเงินลงทุน หารด้วย กำไรสิทธิเงินลงทุนร้าน 1,000,000 / 225,000 = 4.5 เดือน หมายเหตุ : นี่คือตัวเลขตัวอย่างสมมุติเพื่อให้เห็นวิธีการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งยังมีรายละเอียดให้ต้องวิเคราะห์ในส่วนของการลงทุน และการบริหารเงินลงทุนที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้อีกหลายเรื่อง ซึ่งสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จากหลักสูตร “การศึกษาความเป็นไปได้ธุรกิจร้านอาหาร” หลักสูตรเรียนฟรีจาก MHA รู้เรื่องวัตถุดิบ แหล่งที่มา และวิธีจัดการ คงไม่ดีแน่ถ้าคิดจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแต่ตัวเจ้าของร้านไม่มีความรู้เรื่องวัตถุดิบ การทำเมนูต่าง ๆ เลย เพราะอาหารญี่ปุ่นได้ชื่อว่าวัตถุดิบแต่ละรายการมีต้นทุนค่อนข้างจะสูงกว่าอาหารทั่วไป แถมอายุการใช้งานในบางรายการก็สั้นเช่น เนื้อปลา และการดูแลการเก็บรักษาก็ยังมีความเฉพาะตัวต่างจากวัตถุดิบอาหารอื่น ๆ  ดังนั้นถ้าเจ้าของกิจการไม่รู้เรื่องวัตถุดิบเลยโอกาสก็ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจนี้ เรื่องพื้นฐานที่เจ้าของร้านจำเป็นต้องรู้คือ การจัดการกับวัตถุดิบแต่ละประเภท เช่น ปลาแซลมอนหนึ่งตัวแต่ละส่วนที่นำไปใช้ได้มีส่วนไหนบ้าง จำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ละเมนูใช้สัดส่วนวัตถุดิบแต่ละอย่างเท่าไหร่ รวมถึงสูตรอาหารเมนูต่าง ๆ เจ้าของร้านก็ควรจะรู้และทำเองเป็น แหล่งที่มาของวัตถุดิบจะหาได้จากที่ไหน วัตถุดิบแต่ละอย่างมีเกรดอะไรบ้าง เป็นเรื่องพื้นฐานที่เจ้าของกิจการต้องรู้เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุน จัดการสต็อกได้    ซึ่งความรู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเมนูซูชิ เทคนิคการหุงข้าวและผสมข้าวซูชิ เทคนิคการแล่ปลาสำหรับซาซิมิ การตกแต่งจานเมนูอาหารญี่ปุ่น การทำซูชิแบบต่าง ๆ สามารถเรียนรู้ได้จากหลักสูตร “ซูชิเงินล้าน”โดยเชฟบุญธรรม เชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นเมืองไทย หลักสูตรเรียนฟรีจากMHA Operation ต้องดีเพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้สูง             เมนูอาหารญี่ปุ่นส่วนมากจะใช้ทักษะของเชฟในการทำ ดังนั้น หลาย ๆ ร้านจึงยอมทุ่มให้กับการจ้างเชฟมากฝีมือประสบการณ์สูง ๆ แต่ก็ทำให้ร้านต้องมีต้นทุนค่าแรงสูงซึ่งสำหรับร้านเล็ก หรือร้าน SME อาจไม่สามารถทำได้ แนวทางที่ดีที่สุดสำหรับร้าน SME คือการวางระบบจัดการหรือ Operation ตั้งแต่แรกเริ่มทำร้าน กำหนดมาตรฐานในการทำงาน กำหนดวิธีปฏิบัติงานในแต่ละส่วนเพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้และทำตามมาตรฐานได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรฐานสูตรอาหาร ถึงแม้ว่าการแล่ปลาจะเป็นทักษะอย่างหนึ่ง แต่การกำหนดมาตรฐานน้ำหนักต่อชิ้นขึ้นมาแล้วให้พนักงานฝึกฝนจนเกิดความชำนาญก็สามารถจ้างใครก็ได้เข้ามาทำงาน Teaser การสร้างมาตรฐานร้านอาหารอย่างเป็นระบบ  การสร้างมาตรฐานร้านอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรกเริ่มทำร้าน จะช่วยให้เจ้าของกิจการบริหารจัดการง่ายขึ้น พนักงานจะลาออก หายตัวก็ไม่ต้องกลัวว่าร้านจะเปิดไม่ได้ เพราะสามารถรับคนใหม่เข้ามาแล้วให้ทำตามมาตรฐานที่วางไว้งานก็จะไม่มีสะดุด         สามารถเรียนรู้การวางระบบร้านอาหารได้จากหลักสูตร “การสร้างมาตรฐานร้านอาหารอย่างเป็นระบบ” หลักสูตรเรียนฟรีจาก MHA มีจุดขายให้ลูกค้าจดจำ การตลาดแม่นยำตรงกลุ่มเป้าหมาย เมื่อเราได้ทำเลที่เหมาะแล้ว จัดสรรงบประมาณลงทุนได้ลงตัว มีความรู้เรื่องวัตถุดิบ มีเมนูพร้อมขาย เซ็ตอัพระบบ Operation เรียบร้อย ก็อย่าลืมเรื่องจุดขายของร้านอย่างที่รู้ ๆ กันว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นมีตัวเลือกมากมายถ้าร้านเราไม่มีจุดขายให้เป็นที่จดจำการแข่งขันก็จะเหนื่อย จุดขายเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบรรยากาศร้านเท่านั้น เพราะลูกค้าบ้างครั้งก็ไม่ได้สนใจมานั่งที่ร้านแต่เลือกสั่งผ่านเดลิเวอรี่ ดังนั้นเรื่องเมนู เรื่องวัตถุดิบ โดยเฉพาะการใส่ Story ให้กับวัตถุดิบที่นำมาใช้ เช่นเดียวกันการเฟ้นหาสุดยอดวัตถุดิบหายากในแต่ฤดูกาลก็สามารถเป็นจุดขายของร้านได้ มีจุดขายยังไม่พอ การตลาดก็ต้องทำให้ถึง ให้แม่นยำตรงกลุ่มเป้าหมาย ยุคนี้ต้องเน้นหนัก ๆ การตลาดโซเชียลทั้งหลาย วางแผนบประมาณสำหรับการทำการตลาด การยิงแอดโฆษณาไว้ในต้นทุนดำเนินการ เพื่อให้สามารถทำ Marketing Plan ได้เกิดเป็นความสม่ำเสมอ เรื่องราวของร้านขึ้นหน้าฟีดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่อเนื่องเกิดการอยากรู้จัก อยากมาลอง ทั้งหมดต้องเป็นการวางแผนไม่ใช่นึกจะทำก็ทำ    สามารถเรียนรู้เรื่องการทำการตลาดออนไลน์ได้จากหลักสูตร  "โปรโมทร้านอาหารในออนไลน์ ให้ยอดขายพุ่งขึ้น 10 เท่า” โดย ครูทิป หลักสูตรเรียนฟรีจาก MHAทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเบื้องต้นสำหรับคนที่สนใจจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นควรทำการวิเคราะห์ และคำนึงถึงหากต้องการความสำเร็จ เปิดแล้วมีลูกค้า ได้กำไร แต่ก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องรู้นอกเหนือจากจากนี้ เพราะการทำร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นร้านประเภทใด ร้านอะไรก็ตาม ยุคนี้ความรู้คือสิ่งสำคัญ คนสำเร็จและคนล้มเหลวต่างกันที่ความรู้ ซึ่งท่านสามารถหาความต่าง ๆ ในการจัดการร้านอาหารได้จากหลักสูตรออนไลน์เรียนฟรีจาก MHA 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
โซเล่คาเฟ่ กาแฟคั่วคุณภาพจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดของไทย

โซเล่คาเฟ่ กาแฟคั่วคุณภาพจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดของไทย

“กาแฟคุณภาพ คือ กาแฟที่พิถีพิถันให้ความสำคัญและใส่ใจตั้งแต่เมล็กกาแฟจากแหล่งต้นทางจนถึงกาแฟในแก้วที่ผู้บริโภคชื่นชอบ” กิจการยอดนิยมของคนยุคนี้คงหนีไม่พ้น “ร้านกาแฟ” ด้วยกลิ่นหอม ๆ ร้านเก๋ ๆ บรรยากาศผู้คน มันเป็น  “เสน่ห์” ที่ดึงดูดใครหลายคนให้เข้าร้านกาแฟ จนถึงความอยากเป็นเจ้าของร้านกาแฟเสียเลย!  พฤติกรรมการดื่มกาแฟของคนไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่  ที่นิยมดื่มกาแฟนอกบ้านมากขึ้น จากแต่ก่อนนิยมดื่มกาแฟสำเร็จรูป ที่ต้องการกาแฟคาเฟอีน เพื่อกระตุ้นให้ ร่างกายสดชื่น  แล้วมาต่อที่การดื่มกาแฟคั่วบด ตามร้านกาแฟ ที่ไม่ได้เป็นแค่ตัวกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ทั้งยังเป็นพื้นที่พูดคุยกับ กลุ่มเพื่อนและนั่งทำงานด้วย  และปัจจุบัน เริ่มนิยมการดื่มกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ที่ผู้บริโภคต้องการสร้างประสบการณ์การดื่มที่เน้น อรรถรสของกาแฟมากขึ้น เพื่อรับกลิ่นและรสสัมผัสที่ใส่ใจ ที่มาที่ไปของสายพันธุ์เมล็ดกาแฟ  จากแหล่งเพาะปลูกไหน และวิธีการชง ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโต 3-5%ทุกปี ซึ่งเราจะต้องศึกษา และทำความเข้าใจกัน  ดังนั้นเรามาทำาความรู้จักกาแฟกันก่อน…ว่าด้วยเรื่อง ชนิดสายพันธุ์กาแฟในโลกนี้มีกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่นิยมนำมาดื่มกันมากมี 2 สายพันธุ์ คือ อาราบิก้า และโรบัสต้า อย่างไรก็ดี การปลูกกาแฟอาราบิก้ามีข้อจำกัด มากกว่ากาแฟโรบัสต้า เพราะกาแฟพันธุ์อะราบิก้า ชอบพื้นที่สูง อากาศเย็นและทนต่อโรคได้น้อย เลยส่งผลให้ได้ผลผลิตน้อยกว่า  แต่ให้คุณสมบัติเด่นในด้านกลิ่นที่หอมนุ่มละมุน กลมกล่อม เป็นที่ต้องการในตลาดมาก ส่งผลให้ราคาค่อนข้างสูง ซึ่งแหล่งปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าที่เราคัดเลือกมาลงในถุงโซเล่ คาเฟ่ เราคัดเลือกจากแหล่งปลูกที่มีชื่อของประเทศไทย ทางภาคเหนือ 2 แหล่ง คือจากดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย และสวนยาหลวง จ.น่าน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,500 เมตร  ด้วยสภาพดิน และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้เมล็ดกาแฟ หรือเมล็ดเชอร์รี่จากต้นค่อยๆ เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีแดงอย่างช้าๆ ทำให้เมล็ดกาแฟเกิดรสชาติที่กลมกล่อมขึ้น นุ่มละมุน หอมกรุ่น เจือรสเปรี้ยว รู้สึกชุ่มคอ ให้น้ำหนักของรสชาติกาแฟที่พอดี ตามองค์ประกอบหลักของรสชาติกาแฟที่ดี  ขณะที่กาแฟพันธุ์โรบัสต้า ให้คุณสมบัติเด่นในด้านรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมกรุ่น สามารถปลูกในพื้นที่ราบ อากาศชื้นกว่า จึงเหมาะที่ภาคใต้ของประเทศไทย  ที่นิยมปลูกโรบัสต้า เนื่องจากภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสม ให้เมล็ดกาแฟคุณภาพที่ดี และแหล่งที่ผลิตเมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า คือที่ เขาทะลุ จ.ชุมพร ที่มีชื่อเสียงมานาน และที่นิยมอย่างมาก เรื่อง รสชาติ ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ของการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟ หากคุณจะเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟ เรื่องรสชาติของกาแฟ เป็นปัจจัยสำคัญ หากเราพิถีพิถันในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพดี (ผลเชอร์รี่) จากแหล่งปลูกที่ดี มาเข้ากระบวนการคั่วที่ดี มีคุณภาพ ด้วยเครื่องคั่วที่ทันสมัย มีการควบคุมด้วยเทคโนโลยี ที่ทำให้การคั่วเมล็ดกาแฟให้ได้กลิ่น รส ครบตามคัพปิ้งที่ผู้บริโภคชื่นชอบ ก็จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์เมนูพิเศษ ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในแบบร้านของคุณได้ประสบความสำเร็จ สนใจซื้อได้ที่ แม็คโครทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์คลิก

สูตรอาหารเพิ่มเติม
Cheers up ร้านอาหารน้องใหม่! สู้ร้านเจ้าถิ่นอย่างไรในยุควิกฤต

Cheers up ร้านอาหารน้องใหม่! สู้ร้านเจ้าถิ่นอย่างไรในยุควิกฤต

เปิดร้านใหม่แต่ลูกค้าไม่มีเพราะเจอบารมีเจ้าถิ่น เจ้าเก๋าที่ลูกค้าประจำติดหนึบจนยากจะเปลี่ยนใจไปลองของใหม่ ใครเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่บ้าง มาดูแนวทางแก้ไขว่า Cheers up อย่างไรให้ลูกค้ายอมเปลี่ยนใจย้ายค่ายจากร้านเจ้าถิ่น มาใช้บริการร้านเราบ้าง  อย่าทับไลน์เจ้าถิ่น ถ้าไม่มีอะไรแตกต่าง ถ้าเราจะเปิดร้านอาหารใหม่สักร้านแล้วทำเลที่เลือกมีร้านเจ้าถิ่นระดับตำนาน หรือร้านขาประจำของผู้คนในทำเลนั้น สิ่งแรกที่ควรทำก่อนการวางแผน Cheers up คือการวิเคราะห์ตลาดให้ละเอียดว่ากลุ่มลูกค้ายังมีความต้องการอะไรที่ขาดอยู่ หรือเจ้าถิ่นนั้น ๆ มีช่องว่างใดให้เราสามารถแทรกเข้าไปได้ เมื่อพบช่องว่างโอกาสทางการตลาดแล้ว การ Cheers up เพื่อดึงลูกค้ามาจากเจ้าถิ่นก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเปิดร้านขายอาหารประเภทเดียวกับเจ้าถิ่นโดยที่ไม่มีอะไรแตกต่างเลย ประเภทขายอาหารก็แบบเดียวกัน รูปแบบร้านก็ใกล้เคียงกัน ราคาก็ไม่หนีกัน ต่อให้รสชาติเราจะอร่อยกว่า แต่ยากที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจจากร้านเจ้าถิ่น  ถ้าจะท้าชนตรง ๆ ก็ต้องสร้างความแตกต่าง หา Unique Selling Point ของตัวเอง           เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำ หากเราจะดึงลูกค้าจากร้านเจ้าถิ่น คือ การหาความแตกต่าง หาจุดขายหรือ Unique Selling Point ที่ร้านเจ้าถิ่นไม่มี ยกตัวอย่าง หากจะเปิดร้านราดหน้าในทำเลที่มีร้านเจ้าถิ่น เจ้าประจำของคนในย่านนั้น ก็ต้องหาความแตกต่างที่ร้านเจ้าถิ่นไม่มี เช่น เพิ่มท็อปปิ้ง (Topping) เพิ่มประเภทเนื้อสัตว์ ประเภทเส้น แต่สำคัญคือรสชาติก็ต้องสูสีกับเจ้าถิ่น ราคาเมนูพื้นฐานใกล้เคียงกัน ท็อปปิ้ง เมนูที่แตกต่างราคาจะขยับแพงกว่าสักหน่อยลูกค้าก็เข้าใจได้ หรือจะสร้างจุดขายเรื่องราคาและปริมาณ เช่น ถูกกว่า เยอะกว่า แต่แบบนี้ก็จะสู้กันดุเดือดเกินไป อีกวิธีก็สู้กันด้วยบรรยายกาศร้าน เช่น ร้านเจ้าถิ่นไม่ติดแอร์ลูกค้านั่งเหงื่อท่วม ร้านติดแอร์เย็น ๆ บรรยากาศดี มีความสะอาด ดูปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่า ก็ได้เช่นกัน  เลี่ยงปะทะด้วยเมนูที่ไม่เหมือนกัน เป็นอีกวิธีที่มีโอกาสเปลี่ยนใจลูกค้าจากร้านเจ้าถิ่นได้ดี คือไม่ปะทะตรง ๆ กับไลน์อาหารประเภทเดียวกัน  เลือกขายเมนูต่างกัน จะต่างกันแบบคนละแนว หรือ แนวเดียวกันก็แล้วแต่ชอบ เช่น เจ้าถิ่นขายผัดไทย เราร้านใหม่ขายก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หรือ ราดหน้า แม้จะต่างเมนูกันแต่ก็อยู่ในแนวเดียวกัน ลูกค้ากินผัดไทยก็มีโอกาสเปลี่ยนใจมาลองกินก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หรือ ราดหน้าได้ไม่ยาก ที่สำคัญมาก ๆ ก็ต้องดูเรื่องคุณภาพ และราคาต้องไม่ต่างจากร้านเจ้าถิ่นมากนัก หรือจะเปลี่ยนแนวไปเลยเจ้าถิ่นขายอาหารคาว เราขายเครื่องดื่ม ขายขนมหวานไม่แย่งลูกค้ากันแน่ ๆ แถมมีโอกาสแชร์ลูกค้ากัน กินคาวเสร็จมาจบที่หวาน ผูกมิตรแพ็คคู่ช่วยกัน Cheers up ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง  ลุยเดลิเวอรี่ให้เต็มที่ตั้งแต่แรกเปิดร้าน เดลิเวอรี่เป็นหนึ่งช่องทางสำคัญที่จะทำให้ร้านน้องใหม่มีโอกาสทำยอดขายโดยไม่ต้องสนใจร้านเจ้าถิ่น เพราะลูกค้าช่องทางออนไลน์มักไม่ได้ให้ความสำคัญในจุดนี้เท่าไหร่นัก และลูกค้าช่องทางนี้ก็อาจไม่ใช่คนในทำเลที่ตั้งร้าน อาจเป็นคนนอกทำเล ซึ่งไม่รู้เลยว่าทำเลนั้นมีร้านเจ้าถิ่นอะไรอยู่บ้าง ขอเพียงร้านเราสามารถทำให้ลูกค้าช่องทางออนไลน์มีความสนใจในเมนู ก็มีโอกาสทำยอดขายได้โดยไม่ต้องกลัวเจ้าถิ่น แถมดีไม่ดีเจ้าถิ่นบางรายก็ไม่ได้เข้าถึงช่องทางนี้เพราะลำพังแค่หน้าร้านก็ไม่มีเวลามองหน้าใครแล้ว พุดถึงช่องทางเดลิเวอรี่แล้วก็ต้องบอกว่า ยุคนี้เป็นโอกาสของร้านประเภทไม่ต้องมีหน้าร้าน Cloud kitchen หรือ Ghost kitchen หลาย ๆ ร้านทำยอดขายแบบไม่ต้องแคร์ร้านเจ้าถิ่น แถมเหลือกำไรมากกว่า เพราะไม่ต้องลงทุนทำร้าน ไม่ต้องมีลูกน้องมากแผนก ไม่ต้องสต็อกของมาก ๆ ใช้ครัวบ้านทำอาหารขายแย่งลูกค้าเจ้าถิ่นแบบเงียบ ๆ ดังนั้น บทสรุปของคำแนะนำสำหรับการ Cheers up ร้านน้องใหม่ ขอฝากให้ทำการบ้านเรื่องช่องว่างตลาดให้ดีตั้งแต่แรก หาจุดแตกต่างในการนำเสนอ ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยทำรูปแบบการขาย เน้นช่องทางขายเดลิเวอรี่ให้มาก ทำการตลาดรีวิวและออนไลน์ ป้ายหน้าร้านนำเสนอให้น่าสนใจ ร้านเจ้าถิ่นอาจมีสตอรี่ความเป็นตำนาน ร้านน้องใหม่อย่างเราก็สามารถสร้างสตอรี่เรื่องราวของเมนูอาหาร วัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าสนใจ ถ้าทำเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ได้ดีแล้ว การ Cheers up ก็ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องเครื่องมือการตลาดออนไลน์พื้นฐาน ทั้งการยิงโฆษณาใน Facebook ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย,ใช้ line@ เพิ่มยอดขาย, ปักหมุดแผนที่ร้าน ให้ลูกค้าหาเราเจอได้ง่ายใน Google ด้วย Google My Business สามารถศึกษาได้ที่คอร์ส “โปรโมทร้านอาหารใน Online ให้ยอดขายพุ่งขึ้น 10 เท่า” สมัครฟรี เรียนฟรี คลิก  คลิกอ่านบทความอื่นได้ที่นี่ เปิดร้านอาหารต้อง “ทดลองขาย” ก่อนเปิดขายจริงกันเจ๊ง! สร้าง Concept ร้านอาหารอย่างไรให้ Success และทำเงิน!  อยากขายอาหารเป็นอาชีพเสริมในช่วงนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?  บริหารพนักงานร้านอาหารอย่างไรให้โปรฯ เพื่อไปให้ถึง Goal ยอดขาย!  คลิกอ่านบทความน่ารู้ จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี มือใหม่เปิดร้านอาหาร  การจัดการร้านอาหาร การตลาดเพื่อธุรกิจร้านอาหาร  บทสัมภาษณ์ร้านอาหาร  ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ในการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์  สูตรอาหาร

สูตรอาหารเพิ่มเติม
เริ่มต้นคำละ 11 บาท ปั้นธุรกิจซูชิแตะ 500 ล้านบาท หมัดเด็ดสร้างแบรนด์ Shinkanzen Sushi ของหนุ่มวัย 27 ปี

เริ่มต้นคำละ 11 บาท ปั้นธุรกิจซูชิแตะ 500 ล้านบาท หมัดเด็ดสร้างแบรนด์ Shinkanzen Sushi ของหนุ่มวัย 27 ปี

ซูชิ อาหารจากดินแดนปลาดิบถือเป็นเมนูยอดฮิตของคนไทย ในขณะเดียวกันก็เป็นที่หนึ่งในลิสต์ต้นๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาอาชีพ อยากจะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง ถ้าหากคุณคือคนหนึ่งที่ฝันจะเปิดร้านซูชิแล้วล่ะก็ ขอชวนพาไปเปิดเบื้องหลังการปั้นแบรนด์ซูชิที่มีกว่า 20 สาขา ซึ่งเริ่มต้นจากเงินลงทุนหลักแสน แต่ปัจจุบันมียอดขายแตะ 500  ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี อีกทั้งช่วงวิกฤติโควิด-19 ยังสามารถขายดีมีรายได้หล่อเลี้ยงพนักงานกว่า 670 คน โดยไม่ได้ปลดสักคน ซึ่งที่กล่าวมาเป็นฝีมือของหนุ่มวัย 27 ปี ‘คุณชาร์ป-ชนวีร์ หอมเตย’ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘  ร้านซูชิที่เริ่มต้นในวัยนักศึกษา จากในรั้ว มธ. สู่การขยายร้านกว่า 20 สาขา กลยุทธ์ที่ทำให้ร้านปัง!  โควิด-19 วิกฤติแรกในชีวิต รักษาคน... หัวใจสำคัญให้ฟื้นตัวเร็ว การจัดการครัว สต๊อก บริการหน้าร้าน ยุค New Normal  เคล็ดลับประสบความสำเร็จแบบ Shinkanzen Sushi ร้านซูชิที่เริ่มต้นในวัยนักศึกษา “ก่อนที่จะเป็น Shinkanzen Sushi ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 ผมทำร้านไอศกรีมสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งขายดีมาก แต่เปิดไปสักพักก็มีร้านของหวานมาเปิดหลายร้าน ทำให้ยอดขายตกไป เหมือนกับว่ากระแสมันหมด ร้านไม่บูมเหมือนเมื่อก่อน เลยมองว่าจะเปลี่ยนแนวทางจากของหวานเป็นของคาว เลยมองว่าอาหารญี่ปุ่นอะไรล่ะที่คนนิยม สุดท้ายก็มาตกที่ซูชิ เพราะว่าแถว ม.ธรรมศาสตร์ (สถานที่ตั้งร้านเดิมและสถานบันที่คุณชาร์ปศึกษา) ยังไม่มีร้านซูชิแบบในเมือง” “ผมไม่ได้อยู่วงการซูชิมาก่อน เลยมองหาหุ้นส่วนคือมิ้ง (ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง) เพราะช่วงที่อินสตาแกรมเข้ามาใหม่ๆ รูปกว่า 80% ที่มิ้งลงเป็นซูชิ เลยมองว่าเพื่อนคนนี้เป็นหุ้นส่วนได้ แต่มิ้งเคยกิน ไม่เคยทำ ช่วงแรกเราเลยไปเรียนทำซูชิกัน ตั้งแต่หุงข้าว แล่ปลา ซื้อวัตถุดิบ และพยายามลิสต์ชื่อซัพพลายเออร์ด้วย แน่นอนว่าเรานึกถึง Makro ด้วย” “ช่วงที่เปิดร้านขายซูชิแรกๆ ก็ยังขายของหวานอยู่ด้วย ภายหลังก็มาเปิดร้าน Shinkanzen Sushi เต็มตัว ซึ่งตอนที่เริ่มต้นทำ ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบทุกวันนี้ยังมีไม่มาก จะมีก็ร้านแพงๆ ยังไม่มีร้านราคาถูกมากๆ โชคดีที่เราเข้าตลาดซูชิที่ราคาไม่แพงได้ค่อนข้างเร็ว เลยยังไม่มีคู่แข่งมาก หลังจากเรียนจบก็มาเปิดเป็นบริษัท ฟู๊ด ซีเล็คชั่น จำกัด ขึ้นมา”  จากในรั้ว มธ. สู่การขยายร้านกว่า 20 สาขา “หลังจากผมเรียนจบไม่นาน พอเริ่มเซ็ตระบบเป็นออฟฟิศเสร็จแล้ว ทำครัวกลางเสร็จ ก็เริ่มขยายสาขา ตอนแรกเรามองกลุ่มลูกค้าคือ นักเรียน นักศึกษา พอเริ่มเปิดเริ่มขยายสาขาก็มองว่าจริงๆ แล้วอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่ม First Jobber คือนักศึกษาที่จบไป ซึ่งเริ่มเรียกร้องให้ไปเปิดในเมืองมากขึ้น และก็เริ่มขยายกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัว เพราะว่าคนมองหาสินค้าที่คุ้มค่าและราคาถูก” “หลังจากเข้าศูนย์การค้าได้ ก็มีฟีดแบ็กหนึ่งคือ ลูกค้าอยากสั่งกลับบ้าน แต่ไม่อยากรอ  เพราะตอนแรกถ้าลูกค้าสั่งทานกลับบ้านออเดอร์จะถูกรันไปกับลูกค้าที่ทานในร้าน หมายถึงลูกค้าทานในร้าน 10 โต๊ะ ลูกค้าที่สั่งทานกลับบ้านที่เพิ่งมาสั่งก็จะเป็นคิวที่ 11 ก็ต้องรอตั้งแต่คนที่ 1 ถึงคนที่ 11 เราเลยคิดว่าลูกค้าก็ไม่ได้อยากรอขนาดนั้น แล้วบางคนคิวเยอะๆ เขาเลือกที่จะไม่ซื้อ และเลือกที่จะไปซื้อร้านอื่น กลายเป็นโจทย์ของเราว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ShinkanzenGo จึงเปิดขึ้นมา แยกส่วนกับ Shinkanzen Sushi ลูกค้าจะมาตอนไหนก็ได้ ไม่รวมออเดอร์กับในร้าน แล้วก็ทำไว้แล้ว หยิบได้เลย จ่ายตังค์กลับบ้านได้เลย ถ้าสาขาใหญ่ เช่นสาขาสามย่าน มิตรทาวน์ ShinkanzenGo ก็อยู่ใน Shinkanzen Sushi เลย แต่บางสาขาก็เปิดเป็นคีออสเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น เมกาบางนา โรบินสันบางรัก โรบินสันศรีสมาน เลยตอบโจทย์ลูกค้าได้”  กลยุทธ์ที่ทำให้ร้านปัง!“แรกๆ เราทำการตลาดผ่านทางเฟซบุ๊กอย่างเดียว เป็นการบอกต่อ เน้นแชร์ เช็กอิน โพสต์ เพื่อให้คนมาแชร์ร่วมกิจกรรมในเฟซบุ๊ก แจกตุ๊กตาซูชิ มาร่วมเล่นกิจกรรมกัน ไปญี่ปุ่นก็หิ้วของมาแจกลูกค้า จะเน้นกิจกรรมประมาณนี้หมด ทำอย่างนี้มาเป็นปีเลย” “หลังๆ เริ่มเปลี่ยนโปรโมชันแบบที่ร้านอาหารทำกันจริงๆ โปรโมชันแรกคือ แซลมอนลดเหลือคำละ 11 บาท ซึ่งเป็นโปรโมชันที่ดังที่สุดของ Shinkanzen Sushi อีกอย่างเราขายแซลมอน 11 บาทในเดือนที่แซลมอนปรับขึ้นราคา และคนคิดว่าแชลมอนคือของแพง ซึ่งต้นทุนแซลมอนของเราในตอนนั้นประมาณ 8-9 บาทต่อคำ แต่อยากสร้างแบรนดิ้งให้เร็วที่สุด ก็เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของโซนนั้นเลย ทุกคนก็แห่มากิน”  โควิด-19 วิกฤติแรกในชีวิต “ผลกระทบต่อแรก เราโดนปิดร้านก่อน ยอดขายลดไปค่อนข้างเยอะ แต่โชคดีที่เราทำเดลิเวอรีไว้ก่อนแล้ว ต่อที่สอง เราเจอข่าวกินแซลมอนแล้วติดโควิด-19 ทำให้ยอดขายหายไปสองวัน คนเริ่มกังวลและไม่กินปลา แต่ Shinkanzen sushi ขายแซลมอนเป็นหลัก จนสถานทูตญี่ปุ่นออกมาแก้ข่าวให้ ลูกค้าก็เริ่มกลับมา ต่อที่สาม จีนเจอโควิด-19 ในเขียงซึ่งเป็นปลาแซลมอนนอร์เวย์ แต่ก็กระทบแค่วันสองวันยอดก็กลับมา เราเจอผลกระทบสามระลอก จนรัฐบาลประกาศให้เปิดร้าน ตอนนี้ก็กลับมา 100% แล้ว” “ถามว่ากระทบไหม 3 เดือน ยอดหายไปเกือบ 20% ของยอดขายทั้งหมด แต่ถ้าในแง่ของธุรกิจอาหารแล้วเขากระทบขั้นต่ำ 50% ถือว่าเรายังรอดอยู่” “อีกโปรดักส์ฮีโรของเราคือ ‘ไข่ดอง’ เป็นโปรดักส์ใหม่ของ Shinkanzen Sushi ที่ขายได้ค่อนข้างเยอะมาก ประมาณ 50% เป็นเมนูที่สั่งเดลิเวอรี  ผมมองว่าถ้าไม่คิดเมนูนี้ขึ้นมา อาหารญี่ปุ่นมีหลายแบรนด์ เลือกแบรนด์ไหนก็ได้ แต่ถ้าอยากกินไข่ดอง และอาหารญี่ปุ่นด้วยต้องเลือกเรา เราก็จัดเต็มมาก โปรโมททุกช่องทาง เริ่มให้การตลาดคิดคอนเทนต์เกี่ยวกับไข่ดอง และ Ads. ต่างๆ เราคิดได้เร็ว คิดวันนี้ ทำพรุ่งนี้ แล้วลูกค้าให้การตอบรับในเมนูไข่ดองเยอะมาก คนเข้าถึงประมาณ 200,000 คนกับโปรโมชันนี้ใน Facebook” “เรายังคงเน้นโปรโมชันเกี่ยวกับเดลิเวอรี แล้วตอนนี้เราจับมือกับ Shopee ในการขาย Deal ซึ่งเป็นคูปอง แล้วลูกค้ามาซื้อของหน้าร้าน ดังนั้นจะเกิดการซื้อขายหน้าร้าน มันมีข้อดีตรงที่ว่า ทราฟฟิกหน้าร้านจะเยอะขึ้น และดึงลูกค้าจากหลายๆที่ เข้ามากินเยอะขึ้นจากโค้ดส่วนลดนี้ ซึ่งขายได้ประมาณ 3,000 กว่าใบ เราขาย 1 ใบต่อ 1 โปรดักส์ หมายความว่าเวลามากินก็มาต้องใช้คูปปองซื้อ 1 โปรดักส์ และเมื่อออกจากบ้านมาแล้ว มาร้านแล้วก็ต้องกินอย่างอื่น ซื้ออย่างอื่นเพิ่มไปด้วยอยู่แล้ว”  รักษาคน... หัวใจสำคัญให้ฟื้นตัวเร็ว “เราไม่มีนโยบายปรับลดพนักงาน หรือให้พนักงานออก พนักงาน 670 คน เราเซฟเกือบทุกคน โดยคุยกับพนักงาน ขอความร่วมมือพนักงานที่อยากกลับบ้าน เปิดสิทธิ์ให้ลาล่วงหน้าหรือลาพักร้อน ยกเว้นพนักงานพาร์ตไทม์ ที่เป็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา อันนั้นเซฟไม่ได้จริงๆ ส่วนพนักงานพาร์ตไทม์ที่ทำกับเรานานๆ ก็ปรับให้เป็นพนักงานฟลูไทม์หมดเลย” “ในส่วนของออฟฟิศ มีปรับลดการทำงานลง ทุกคนทำงานครึ่งเดือน แต่อีกครึ่งหนึ่งก็ได้รับการซัพพอร์ตจากทางประกันสังคม เรื่องของคนเราค่อนข้างที่จะเซฟพนักงาน แล้วเราโชคดีที่เลือกเซฟพนักงาน เพราะตอนนั้นก็คุยกันอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้ COL (ต้นทุนแรงงาน) อยู่ที่ประมาณ 13% ของยอดขาย ซึ่งเยอะมากๆ ถ้าเราต้องจ่ายเต็ม โชคดีมากๆ ที่พนักงานพร้อมที่จะซัพพอร์ตบริษัท ผมก็ต้องขอบคุณพนักงานเหมือนกัน ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ สุดท้ายหลังจากรัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการ ข้อดีของการเซฟพนักงานคือ เราสามารถเปิดร้านได้เลยในวันแรก วันแรกที่เปิดหลายๆ สาขาทำยอดขาย New High ของสาขาเลย”  การจัดการครัว สต๊อก บริการหน้าร้านที่เปลี่ยนไปในยุค New Normal“ในส่วนของครัวกลางก่อน เรามีแผนที่จะขยายครัวกลาง โดยพยายามลดหน้าที่ความรับผิดชอบของหน้าร้าน เช่นการแล่ปลา ร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะส่งปลาไปแล่ที่หน้าร้าน แต่เราแล่ปลาจากครัวกลาง แล้วมีนวัตกรรมหนึ่งคือกระดาษซับเลือดปลา น้ำไขมันของปลาที่ไหลออกมา ซึ่งถ้าไม่ซับจะทำให้แซลมอนมีกลิ่น ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะใช้วิธีนี้ในโอมากาเซะ แล้วยังสามารถเก็บแซลมอนได้นานขึ้น เป็นการบ่มปลาด้วย ยิ่งบ่มยิ่งอร่อย เราทำวิธีนี้แล้วส่งหน้าร้าน หน้าร้านแกะกระดาษออกก็ทำขายได้เลย โดยที่ไม่ต้องมาขึ้นปลาใหม่” “ส่วนการบริหารสต็อก เราจัดการจากครัวกลางแล้วส่งไปยังหน้าร้าน บางสาขามีโซนเก็บสต็อกของห้าง เรื่องสต็อกช่วงขายได้น้อยไม่ค่อยมีปัญหา แต่ช่วงขายได้เยอะ ต้องสต็อกเก็บไว้เยอะ ต้องหาที่เก็บเพิ่ม ช่วงนี้จะเริ่มเป็นปัญหา เพราะว่าเป็นช่วงที่เริ่มขายดีขึ้นเยอะมากๆ  ตอนนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการส่งของถี่ขึ้น คลังสินค้าต้องส่งเกือบทุกวัน ปกติส่งวันเว้นวัน แล้วก็แบ่งเป็นของแห้งกับของเย็น อย่างที่บอกว่าค่าเช่าคิดเป็นตารางเมตร เราไม่อยากเสียพื้นที่ไว้เก็บของ” “ช่วง New Normal เรามีมาตรการให้พนักงานต้องใส่หน้ากากและถุงมือ ทั้งบริการและในครัว ซึ่งในครัวเราทำมากก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แต่โอเปอเรชัน ช่วงโควิด-19 เราก็มีการตรวจอุณหภูมิ สแกนเมนูจากคิวอาร์โค้ด แล้วเราจะมีทีมโอเปอเรชันไปคอยตรวจว่าพนักงานทำตามกฎตามระเบียบไหม คอยไปสอนงานให้กับพนักงานหน้าร้านทุกคน แล้วพนักงานที่ทำงานหน้าร้านก็ต้องมาเทรนโอเปอเรชันว่า วัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร มาคุยกันในแง่ของการรับมือกับลูกค้า เมื่อเกิดการ Complaint หรือ Mindset ในการคุยกับลูกค้า โดยเน้นจิตวิทยาในการบริการ คือต้องมาเรียนก่อนที่จะไปบริการกับลูกค้า ไปปฏิบัติกับลูกค้า แล้วก็ต้องมีการสอบ”  เคล็ดลับประสบความสำเร็จแบบ Shinkanzen Sushi“หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ คือลงมือทำ ผมเคยไปสอนน้องๆ ม.ธรรมศาสตร์ หรือน้องๆ อาชีวะ ทุกคนเขียนแผนธุรกิจมา 10-20 หน้า แต่สุดท้ายแผนธุรกิจดีขนาดไหน แต่ถ้าไม่ลงมือทำมันก็เปล่าประโยชน์ คิดที่จะละเอียดให้รอบคอบไม่ผิด และเป็นสิ่งที่สมควรทำด้วยซ้ำ เพราะว่าการลงทุนมีความเสี่ยง แต่คิดแล้วไม่ทำ อันนี้ผิด” “อย่างที่บอกว่าตอนผมเปิดร้านขนมหวาน คิดว่ามันจะไปต่อไม่ได้เหมือนกัน แต่เราก็ได้เริ่มลงมือทำ พอมันเฟลเสร็จก็มีทางออก 2 ทางให้เลือก คือหยุดทำ กับอีกทางคือพัฒนาต่อยอดหรือเปลี่ยนร้านไอศกรีมเป็นร้านอื่นๆ แน่นนอนผมเลือกที่จะสู้ต่อ “Shinkanzen Sushi เจอปัญหามาเยอะมาก แต่ทุกปัญหาก็มีทางออกเสมอ ถามว่า Shinkanzen Sushi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยที่สุดไหม ผมก็ต้องตอบว่าไม่ แต่เป็นร้านอาหารที่กินได้ทุกวัน ลูกค้ากินแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่า มากกว่าแบรนด์อื่น ผมว่าเราก็ชนะแล้ว” 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
เลือกเมนูแนะนำอย่างไรให้ทำกำไรที่ร้าน

เลือกเมนูแนะนำอย่างไรให้ทำกำไรที่ร้าน

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของร้านอาหารที่จะดูดเงินในกระเป๋าลูกค้าเข้าร้านได้ก็คือ “เล่มเมนู” แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ยังมีร้านอาหารอยู่จำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่สามารถใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เล่มเมนูสามารถทำกำไรให้กับร้านได้ หากร้านนั้น ๆ รู้วิธีจัดการเล่มเมนูให้สะกดลูกค้าเลือกเมนูที่เราต้องการขายเท่านั้น และเราได้นำมาแนะนำในบทความนี้แล้ว จะช้าอยู่ทำไมไปติดตามกันเลย ลองถามตัวเองดูก่อนว่า เวลาที่เราไปร้านอาหารสักร้านแล้วเปิดเล่มเมนูมาไม่รู้จะสั่งอะไรดี ทั้งที่มีรายการเมนูเต็มไปหมด มีเป็นสิบหน้า สุดท้ายเลือกไม่ถูกสั่งแต่เมนูที่คุ้นเคยกินประจำ ไม่กะเพรา ก็ไข่เจียว ต้มยำ นี่ในมุมลูกค้า แต่ในมุมร้านค้ามันคือการเสียโอกาสขายเมนูที่ทำกำไรดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย แล้วลองกลับดูเมนูที่ร้านเราว่า เป็นแบบนั้นหรือเปล่า  วางแผนเลือกรายการเมนูลงเล่มเมนู สำหรับร้านเปิดใหม่           การออกแบบเล่มเมนูมีความสำคัญ มีผลต่อยอดขายโดยตรง ดังนั้นต้องมีการวางแผนตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ถ้าอยากให้เล่มเมนูนั้นเป็นเครื่องมือสร้างกำไรให้กับร้าน สามารถเรียนรู้วิธีการออกแบบเมนูอาหาร ปรับเมนูที่คุณมี ให้กลายเป็นเมนูขายดีประจำร้าน มีเมนู signature สุดปัง ในคอร์สเรียนออนไลน์ “Menu Design ออกแบบเมนูอาหารให้มัดใจ สร้างรายได้แบบมือโปร” สมัครฟรี เรียนฟรี คลิก วางแผนเลือกรายการเมนูลงเล่มเมนู สำหรับร้านที่ต้องการปรับปรุงเล่มเมนูใหม่ ทุก ๆ ปีร้านอาหารควรมีการประเมินรายการเมนูอาหารที่มีอยู่ในร้านเพื่อทำการปรับเปลี่ยน หรือ Revive เพื่อตัดบางเมนูออก คิดเมนูใหม่ ๆ เข้ามาแทน เขย่าต้นทุนกันใหม่เพื่อให้ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น มีผลต่อยอดขายตามมา และเวลานี้แหละเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการปรับปรุงเล่มเมนูใหม่ด้วย คำแนะนำคือ ให้ใช้สูตร BCG Matrix มาจัดการ สำหรับท่านที่ยังไม่รู้ว่าสูตรนี้คืออะไร จัดการอย่างไร สามารถรเรียนรู้ได้ในคอร์ส พัฒนาเมนูอย่างไร ให้ยอดขายเพิ่ม กำไรพุ่ง เรียนรู้การทำ BCG Matrix พัฒนาเมนูขายดี กำไรดี ให้อยู่คู่ร้านไปนาน ๆ วิเคราะห์หาเมนูที่ควรตัดทิ้ง แล้วสร้างเมนูใหม่ให้โดนใจกว่าเดิม โดยสูตร BCG Matrix จะจัดกลุ่มอาหารออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 1 Cash Cow ยอดขายสูง กำไรต่ำ 2 Star ยอดขายสูง กำไรสูง 3 Dogs ยอดขายต่ำ กำไรต่ำ 4 Question Marks ยอดขายต่ำ กำไรสูง เมื่อจัดกลุ่มออกมาได้ 4 กลุ่มตามนี้แล้ว ผู้ประกอบการก็จะพอมองออกแล้วล่ะว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับแต่ละกลุ่ม ซึ่งกลุ่มที่แนะนำให้ใส่ใจเป็นพิเศษในการจะนำมาใส่ลงในเล่มเมนูก็คือ กลุ่มStar ยอดขายสูง กำไรสูง กับ Question Marks ยอดขายต่ำ กำไรสูง จะทำอย่างไรนั้นดูหัวข้อต่อไปกันเลย กลยุทธ์จัดวางตำแหน่งเมนูในเล่มให้ลูกค้าเลือกแต่เมนูทำกำไร หน้าเมนูที่ควรมีและต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ หน้าเมนูแนะนำ หน้านี้แหละที่จะทำให้ร้านเพิ่มโอกาสยอดขาย ทำกำไรได้มากขึ้น ดังนั้นจะขอเน้น ๆ กับหน้าเมนูแนะนำเป็นหลัก ส่วนหน้าอื่น ๆ สามารถนำหลักการออกแบบหน้าเมนูแนะนำไปประยุกต์ใช้ได้กลยุทธ์ในการจัดวาง และออกแบบหน้าเมนูแนะนำ มีดังนี้ 1.รายการเมนูที่อยู่ในหน้าเมนูแนะนำนั้นควรคัดเมนูที่มีความพิเศษกว่าอาหารที่อื่น ๆ เช่น หน้าตาอาหาร ส่วนผสมที่ใช้ความเป็นตำนาน ขนาด/ปริมาณ เป็นต้น 2.ควรเป็นเมนูที่มีขายตลอดทุกฤดูกาลไม่ใช่เป็นเมนูที่ต้องใช้วัตถุดิบเฉพาะบางช่วงฤดูกาล หรือ วัตถุดิบหายาก วัตถุดิบพิเศษ ถึงเวลาที่หาไม่ได้ รายการเมนูหน้านี้คงได้เต็มไปด้วยกระดาษปิดทับ ซึ่งเสียโอกาสทำยอดขาย 3.เมนูส่วนใหญ่ในหน้านี้ ควรใช้เวลาในการทำไม่นานนักเพราะหากลูกค้าสั่งพร้อม ๆ กันหลายโต๊ะ และถ้า 1 จานใช้เวลา 20 นาทีมีโอกาสครัวล่มได้ 4.ควรเฉลี่ยเมนูแนะนำให้ออกจากหน้าเตาครัวให้ทั่วถึง เช่น ทอด ต้ม ผัด ยำ ย่าง เพื่อลดปัญหาการเกิดออเดอร์หน้าเตาใดเตาหนึ่งมากเกินไปจนทำให้อาหารล่าช้า 5.มีเมนูราคากลางๆ และสูงปนกันไปให้ลูกค้ามีตัวเลือก โดยเลือกจากเมนูกลุ่ม Star ยอดขายสูง กำไรสูง กับ Question Marks ยอดขายต่ำ กำไรสูง ที่สำคัญให้คำนึงถึงกำไร “บาท” ต่อจาน เพราะใช่ว่า ราคาสูงแล้วจะมีกำไรสูงเสมอไป เช่น บางเมนูขาย 250 บาทกำไร 80 บาท แต่บางเมนูขาย 199 กำไร 99 บาท แบบนี้จะเลือกขายอันไหนดี เรื่องการคิดต้นทุนจึงสำคัญมาก ๆ 6.เมนูในหน้านี้ควรมีรูปให้ครบทุกเมนู ส่วนการนำเสนอนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย อยากนำเสนออันไหนเป็นพิเศษก็ให้ใส่รูปขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นขึ้นมา และอาจจะกำกับว่า “Signature Menu” หรือข้อความที่กระตุกต่อมอยากลอง เช่น “สักครั้งในชีวิต” “ชาตินี้ต้องได้กิน” 7.เมนูแนะนำไม่จำเป็นต้องมีแค่เมนูอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมหวาน ก็สามารถเอามาใส่ในหน้าเมนูแนะนำได้เช่นกัน 8.สำหรับร้านที่เมนูไม่เยอะ  ก็เปลี่ยนจากหน้าเมนูแนะนำ เป็นเมนูเซ็ตแทน จับเมนูที่มีมาทำเป็นเซ็ตสุดคุ้ม แต่คำนวณต้นทุน ราคาขายแล้ว มีกำไร สำหรับหน้าเมนูอื่น ๆ อย่างที่บอกใช้หลักหน้าเมนูแนะนำไปประยุกได้ โดยเฉพาะเรื่องของรูปภาพมีผลต่อการตัดสินใจโดยตรง ต้องการขายเมนูไหนใส่รูปเมนูนั้นให้เด่น ให้ใหญ่ ให้ดูน่ากินจนต้องสั่ง อย่าลืมใส่ชื่อบอกไว้ด้วย เรื่องชื่อเมนูนี่ก็สำคัญ บางร้านตั้งชื่อเรียกเฉพาะ คือรู้แต่เฉพาะเจ้าของร้านลูกค้าไม่รู้ว่าเมนูอะไร รูปก็ไม่มีให้ดูสุดท้ายเลยไม่สั่ง ฉะนั้น ถ้าจะตั้งชื่อเมนูแปลก ๆ จำเป็นต้องมีรูปให้ลูกค้าดู ตัวอักษรก็มีผลอยากเน้นเมนูไหนก็ทำตัวหนา ๆ เด่น ๆ กว่าเมนูอื่น ๆ ก็เป็นการสะกดให้ลูกค้าเลือกเช่นกัน ส่วนเมนูที่ไม่ค่อยทำกำไรสักเท่าไหร่ ก็หลบ ๆ ไป ทำตัวเล็ก ๆ ไม่ต้องมีรูปก็ได้ เช่น น้ำเปล่า เป็นต้น คลิกอ่านบทความอื่นได้ที่นี่ ที่นั่งร้านอาหารจำกัด ต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรให้ยอดขายเพิ่ม  ลดได้ กำไรเพิ่ม! ชวนคุณมา “Lean ทั้งร้าน” ลดโอกาสเงินหาย กำไรติดลบ “Meal Kits” ช่องทางสร้างรายได้ใหม่ของร้านอาหาร  Save ต้นทุน สร้าง Cash Flow ทางรอดร้านอาหาร  คลิกอ่านบทความน่ารู้ จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี  มือใหม่เปิดร้านอาหาร การจัดการร้านอาหาร การตลาดเพื่อธุรกิจร้านอาหาร  บทสัมภาษณ์ร้านอาหาร  ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ในการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์  สูตรอาหาร 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
สารพัดเบอร์รี่ ทำขายได้เฮลตี้ ราคาดี!

สารพัดเบอร์รี่ ทำขายได้เฮลตี้ ราคาดี!

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องสุขภาพ มีสีสันสวยงาม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีทั้งรสเปรี้ยวและรสหวาน มีกลิ่นหอม ชนิดเบอร์รี่มีมากมายหลายประเภท มีทั้งผลไซส์มินิ กลมมน เบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงสายตา ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รับประทานแล้วไม่อ้วน ช่วยป้องกันไข้หวัด มะเร็งและโรคต่างๆอีกมากมายได้อีกด้วย ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นำมาทำเมนูได้หลากหลายทั้งคาวหวานและเครื่องดื่ม เมนูฮิตในการนำผลไม้ตระกูลเบอรี่มาเป็นวัตถุดิบนั้นก็คือ สมูทตี้ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของคนรักสุขภาพหลายคน และเป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ใส่ผลไม้ต่าง ๆ ลงในเครื่องปั่นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นอกจากจะมีรสชาติอร่อยถูกปากแล้ว แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย สามารถซื้อผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แช่แข็งได้ที่แม็คโครซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าผลไม้แช่แข็งตระกูลเบอร์รี่ที่ครบถ้วน คัดสรรวัตถุดิบในช่วงผลผลิตที่ดีที่สุด (In season crop) จึงมั่นใจว่าสินค้าที่ได้มีคุณภาพ ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน โดยนำมาผ่านกระบวนการถนอมอาหารด้วยความเย็นติดลบ 18 องศาเซลเซียส เพื่อหยุดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทำให้สินค้าคงความสดและเก็บไว้ได้นาน โดยไม่ต้องใช้วัตถุกันเสียใดๆ นอกจากนี้ยังส่งผลให้ร้านอาหารสามารถคาดคะเนต้นทุน-กำไรที่แน่นอนได้ ผู้ประกอบการมีวัตถุดิบคุณภาพดีไว้ใช้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะขาดตลาด สามารถซื้อเบอร์รี่รวมแช่แข็งที่ประกอบไปด้วย แบล็คเบอร์รี่ 25% แครนเบอร์รี่ 22.5% แบล็คเคอร์เรนต์ 22.5%  ราสเบอร์รี่ 20%  บลูเบอร์รี่ 10% ได้ที่ MakroClick สตรอเบอร์รี่ ผลไม้เมืองหนาว กลิ่นหวานหอมรสชาติอร่อย มีประโยชน์มากมายเพื่อสุขภาพ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ได้รับการยกย่องให้เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและความงาม มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เคอซิติน (Quercetin) เคมเพอรอล (Kaempferol) ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนช่วยยับยั้งสารก่อโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ มีวิตามินซีสูง โดยสตรอเบอร์รี่ปริมาณ 100 กรัมจะมีวิตามินซีมากถึง 58 มิลลิกรัมนอกจากนี้สตรอเบอร์รี่ยังเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ ไม่มีคอเรสเตอรอล และมีไฟเบอร์ จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก สตรอเบอร์รี่สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู เช่น สตรอเบอร์รี่กล้วยโยเกิร์ตสมูทตี้  สตรอเบอร์รี่โบวล์ เค้กสตรอเบอร์รี่ ชีสทาร์ตสตรอเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่แช่แข็งจากแม็คโครได้คัดสรรจากสตรอเบอร์รี่พันธ์ A13 ซึ่งเป็นพันธ์ที่ให้สีแดงทั้งด้านนอกและด้านในลูก ทำให้เมื่อนำไปทำอาหาร เช่น สมูทตี้ หรือ เค้ก จะให้สีสวยงาม สามารถซื้อได้ที่ Makro Click  บลูเบอร์รี่ ในบลูเบอร์รี่นั้นมีมีสาร anti-oxidant ปริมาณมาก แถมยังอุดมไปด้วยวิตามิน C และวิตามิน E การรับประทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำจะช่วยต้านอุนุมูลอิสระ ช่วยชะลอเซลล์มะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ บำรุงสายตาและจอประสาทตา ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และช่วยบำรุงระบบประสาททำให้สมองทำงานได้เต็มที่ ถ้ารับประทานอย่างต่อเนื่องสามารถลดการแข็งตัวของเลือดและไตรกลีเซอรอลได้ มีแคลอรี่ที่ต่ำเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก มีไฟเบอร์สูง บลูเบอร์รี่สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู เช่น มัฟฟินบลูเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่พาย บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก แพนเค้กซอสบลูเบอร์รี่ เสต็กแซลมอนซอสบลูเบอร์รี่  เสต็กเนื้อซอสบลูเบอร์รี่ สามารถซื้อบลูเบอร์รี่แช่แข็งได้ที่  Makro Click ราสเบอร์รี่ ราสเบอรี่มีไขมันและแคลลอรี่ที่ต่ำ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยเส้นใยและกากอาหาร ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายและช่วยป้องกันในการเกิดโรคต่างๆ ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์และความจำเสื่อม และมีแร่ธาตุสำคัญ เช่น แมกนีเซียม แมงกานีส โพแทสเซียม ทองแดง และธาตุเหล็กช่วยควบคุมให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานอย่างปกติ ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยเพิ่มอัตราการผลิตเม็ดเลือดแดง ราสเบอร์รี่สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู เช่น ชีสเค้กราสเบอร์รี่ ทาร์ตราสเบอร์รี่  แยมราสเบอร์รี่ พานาคอตต้าราสเบอร์รี่ สมูทตี้ราสเบอร์รี่ ไอศกรีมราสเบอร์รี่ สามารถซื้อราสเบอร์รี่แช่แข็งได้ที่  Makro Click แครนเบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันและลดการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งรังไข่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก แถมมีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยบรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบและป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังบำรุงสายตา ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะป้องกันโรคเบาหวาน บำรุงลำไส้ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น แครนเบอร์รี่สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู เช่น มัฟฟินแครนเบอร์รี่ คุกกี้แครนเบอร์รี่ ไก่อบราดซอสแครนเบอร์รี่ น้ำแครนเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่สมูทตี้ สามารถซื้อแครนเบอร์รี่แช่แข็งได้ที่  Makro Click แบล็คเบอร์รี่ ถึงแม้ว่าตัวแบล็คเบอร์รี่จะมีขนาดผลที่เล็ก แต่อุดมไปด้วยสารพัดประโยชน์มากมาย เช่น วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ สารแอนโทไซยานิดินส์ (Anthocyanidins) ช่วยชะลอความแก่ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย ลดอัตราการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงเป็นเส้นเลือดอุดตันในสมอง มะเร็งลำไส้ ในปัจจุบันแบล็คเบอรี่นิยมเป็นอย่างมาก ถูกนำมาผลิตเป็นเครื่องดื่ม และอาหารทั้งคาวและหวาน แถมยังเป็นตัวช่วยเรื่องการควบคุมน้ำหนัก แบล็คเบอร์รี่สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู เช่น แบล็คเบอร์รี่พาย แบล็คเบอร์รี่ชีสเค้ก แยมแบล็คเบอร์รี่  ชาแบล็คเบอร์รี่ สามารถซื้อแบล็คเบอร์รี่แช่แข็งได้ที่  Makro Click มัลเบอร์รี่ หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ ลูกหม่อน เป็นผลไม้ที่มีขนาดผลเล็ก แต่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร สารพัดประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีฤทธิ์การต้านการอักเสบของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยบำรุงและป้องกันการเสื่อมถอยของความจำ ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู เช่น น้ำมัลเบอร์รี่ ชามัลเบอร์รี่ โยเกิร์ตมัลเบอร์รี่ สามารถซื้อมัลเบอร์รี่แช่แข็งได้ที่  Makro Click เครดิตข้อมมูลจาก https://medthai.com/ https://www.lovefitt.com/healthy-fact/สตรอเบอร์รี่-ครบสูตรคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพ/

สูตรอาหารเพิ่มเติม
7 เมนู สร้างอาชีพ ทำเงิน!

7 เมนู สร้างอาชีพ ทำเงิน!

หลังเริ่มมีการผ่อนคลายเข้าเฟสที่ 3 แล้ว ผู้คนเริ่มกลับมาทำงาน และทำให้บรรยากาศกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่เชื่อว่ามีหลายคนที่ได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยจากพิษไวรัสที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นต้องปรับตัวและสร้างโอกาสจากวิกฤตครั้งนี้ให้ได้ โอกาสสร้างรายได้จากอาชีพเสริมหรืออาชีพใหม่อย่างการขายอาหาร เป็นช่องทางหนึ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เพราะลงทุนน้อย ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเปิดขายสร้างรายได้ได้ และที่สำคัญคืนทุนเร็ว ในครั้งนี้เราจึงแนะนำ 7 เมนู สร้างอาชีพ ทำเงิน! ที่แค่ดูก็สามารถทำตามได้เลย พร้อมเผยทุกวัตถุ ดิบทุกเคล็ดลับให้รสชาติอร่อยเป๊ะ! แบบมืออาชีพเพื่อให้ทุกได้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง  ข้าวเหนียวไก่ทอดขายดีตลอดการ พิซซ่า 3 หน้าสุดฮิต เฟรนฟรายส์เชค เพิ่มมูลค่าด้วยชีส และปาปริก้า ขนมปังปิ้ง 7 หน้า ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขายง่ายไม่ต้องหมัก เครื่องดื่มเย็นใส่ขวด เพิ่มโอกาสซื้อมากกว่า 1 ขวด ข้าวไข่เจียว ขายได้ทุกที่ทุกเวลา ทานง่ายก็ยิ่งดึงดูดใจสามารถเรียกเงินจากกระเป๋าเราได้ไม่ยาก ข้าวเหนียวไก่ทอด ขายดีตลอดกาล แค่กลิ่นหอมๆ ของไก่ก็สามารถเรียกลูกค้าเรียกลูกค้าได้แล้ว และยิ่งได้ลองกินไก่ทอดชิ้นพอดีคำกับข้าวเหนียวที่นุ่มกำลังดี รับรองว่าต้องมีลูกค้ประจำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้าวเหนียวไก่ทอดจะขายเวลาเช้า กลางวัน หรือตอนเย็น หรือยิงยาวตลอดทั้งวัน ข้าวเหนียวไก่ทอดก็สามารถขายได้ทุกเวลา  ซื้อชุดเริ่มต้นอาชีพ ข้าวเหนียวไก่ทอด คลิกเลย พิซซ่า 3 หน้าสุดฮิต ถ้ามีทำเลดีๆ ในตลาดนัดแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดขายพิซซ่าเมนูที่สามารถขายได้ราคาดี มีแนวทางเพิ่มมูลค่าได้ด้วยกับท๊อปปิ้งที่หลากหลาย อย่างหน้าสุดฮิต สุพรีม ซีฟู๊ด ฮาวานเอี้ยน และโดยธรรมชาติของพิซซ่าขายเป็นถาดทำให้สามารถขายได้จำนวนที่มากกว่า ยิ่งเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่มีโอกาสได้อยู่รวมกันหลายๆ คน พิซซ่ามีโอกาสขายดีได้  ซื้อชุดเริ่มต้นอาชีพ พิซซ่า 3 หน้าสุดฮิต คลิกเลย เฟรนฟรายส์เชค เพิ่มมูลค่าด้วยชีส และปาปริก้าของกินเล่นที่คนไทยคุ้นลิ้นมานาน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็เทใจให้เฟรนฟรายส์กันทั้งนั้น และเป็นอาหารอร่อยชัวร์ ทำง่ายสุดๆ แค่ทอดก็ขายได้ และเพิ่มมูลค่าเพิ่มความแตกต่างด้วยผงปรุงรสรสชีส หรือรสปาปริก้า ทำเลที่เหมาะสำหรับขายเฟรนฟรายส์เชค สามารถขายได้ทุกที่ที่คนพลุกพล่าน ย่ิงเป็นหน้าโรงเรียนด้วยแล้ว เมนูเฟรนฟรายส์เชคจะเป็นเมนูที่ถูกใจเด็กๆ อย่างแน่นอน  ขนมปังปิ้ง 7 หน้า จะขายช่วงเช้าเป็นมื้อเช้า หรือขายช่วงบ่ายเป็นเมนูทานเล่น ก็เรียกลูกค้าได้ และไม่ได้อร่อยอย่างเดียว ยังสวยงามกับท๊อปปิ้งที่หลากหลาย ลูกค้าสามารถสนุกกับการเลือกท๊อปปิ้งทำให้มีโอกาสเพิ่มจำนวนในการซื้อ  ซื้อชุดเริ่มต้นอาชีพ ขนมปังปิ้ง 7 หน้า คลิกเลย ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขายง่ายไม่ต้องหมัก เมนูมื้อเช้าอันดับต้นๆ ที่ใครๆ ก็นึกถึง แน่นอนว่าต้องขายดี ยิ่งตอนนี้สามารถหาซื้อหมูหมักสำเร็จและปิ้งขายได้ทันที ทำง่าย อร่อยชัวร์​สะดวกในการขาย และยังสามารถเพิ่มลูกเล่นให้หมูปิ้งของเราแตกต่างจากเจ้าอื่นด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดที่สามารถหาซื้อได้ทันที  ข้าวไข่เจียว เมนูฮิตขายได้ทุกที่ทุกเวลา เสียงทอดไข่และกลิ่นไข่เจียวหอมเตะจมูก เรียกลูกค้าให้มาซื้อเป็นอาหารเช้ากันได้ง่ายๆ แต่ถ้าจะให้เด็ดไข่เจียวต้องมีลูกเล่นเป็นท็อปปิ้งหรือไส้หลากหลายรสไว้ให้ลูกค้าเลือกด้วย นอกจากจะขายตามสถานที่ที่คนพลุกพล่านในยามเช้าแล้ว ข้าวไข่เจียวยังเป็นเมนูยอดฮิตในงานอีเว้น เพราะฉะนั้นเตรียมอออกงานไว้ด้วยเลย!  เครื่องดื่มเย็นใส่ขวด เพิ่มโอกาสซื้อมากกว่า 1 ขวด เครื่องดื่มรสหวานเย็นชื่นใจเมนูที่ชาวออฟฟิศหรือแม้นักเรียน นักศึกษา ซื้อดื่มกันทุกวัน และยิ่งอากาศร้อนเครื่องดื่มรสหวานเย็นๆ ยิ่งเป็นที่ต้องการ สามารถทำให้สะดวกในการขายและเพิ่มโอกาสในการซื้อมากขึ้นด้วยการทำใส่ขวด การใส่ขวดจะทำให้สามารถเพิ่มจำนวนในการซื้อมากขึ้นเพราะสามารถซื้อและเก็บไว้ดื่มในช่วงเวลาอื่นๆ ของวันได้ ซื้อกลับบ้านได้ สะดวกในการหิ้วกลับ มากไปกว่านั้นคุณอาจจะขายเครื่องดื่มเย็นใส่ขวดพ่วงไปกับเมนูอื่นๆ ด้วยก็ได้ เพราะเครื่องดื่มเย็นใส่ขวดสามารถทำสำเร็จจากบ้าน หน้าร้านเพียงวางแช่เย็นก็สามารถหยิบขายได้ง่าย  ขายดีต้องมี Location ดี!นอกจากจะมีไอเดีย มีสินค้าที่อร่อยถูกปากแล้ว Location ก็สำคัญ ในการเลือก Location นอกจากจะมีคนพลุกพล่านแล้ว ก็ยังต้องดูกลุ่มเป้าหมายด้วยว่าเหมาะสมกับสินค้าที่เราจะขายหรือไม่ เช่น  โรงเรียน กลุ่มเป้าหมายหลักคือเด็กนักเรียน เพราะฉะนั้นราคาต้องไม่แพง เป็นเมนูที่เด็กรับประทาน ช่วงเวลาในการขายคือหลังเลิกเรียน​ มหาวิทยาลัย ตลาดนัดมหาวิทยาลัย กลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักศึกษา ต้องเป็นเมนูแปลกใหม่ มีจุดเด่น มีลูกเล่น หรือเป็นเมนูที่กำลังเป็นกระแส และที่สำคัญคุณต้องตีซี้ให้กลุ่มลูกค้าให้ได้ เพื่อจะได้เป็นกระแสบอกต่อกันในวงนักศึกษาซึ่งจะทำให้คุณขายได้มากขึ้น ตลาดนัดข้างตึกสำนักงาน ในสถานที่ราชการ พนักงานออฟฟิตต้องทำเวลาทั้งในเวลาเช้าที่ต้องรีบเข้างาน และในเวลาเที่ยงที่มีเวลาจำกัด เพราะฉะนั้นต้องเป็นเมนูเร่งด่วน หีบห่อที่สะดวกสบาย ยิ่งซื้อขึ้นตึกได้ ซื้อกลับไปกินที่โต๊ะทำงานได้ยิ่งเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ โรงพยาบาล จากการสำรวจพื้นที่ในการทำธุรกิจร้านอาหารเราพบว่า พื้นที่โรงพยาบาลเป็น 1 พื้นที่ที่น่าสนใจเนื่องจากในทุก ๆ วันจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก และขายได้ตั้งแต่เวลาเช้าตรู่จนถึงประมาณบ่าย 3 ข้อดีคือโดยปกติแล้วตัวเลือกร้านอาหารในโรงพยาบาลจะมีไม่มากนัก ขึ้นอยู่ตามขนาดโรงพยาบาล กลุ่มคนที่ไปส่วนใหญ่ก็คือผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยที่ไม่สะดวกในการเดินออกไปหาอะไรทานไกล ๆ และจำเป็นจะต้องรอเรียกคิว ซึ่งทำให้เป็นผลดีต่ออาหารหรือเครื่องดื่มที่ขายในโรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน เดี๋ยวนี้ปั๊มน้ำมันไม่ใช่แค่แวะเข้าเติมน้ำมันแล้วก็ไป แต่นับวันปั๊มน้ำมันถูกพัฒนาให้กลายเป็นน้อง ๆ คอมมิวนิตี้มอลล์เลยทีเดียว บางปั๊มแทบจะกลายเป็นศูนย์รวมร้านของกิน เครื่องดื่ม ของฝาก แน่นอนว่าการปรับตัวของปั๊มน้ำมันเช่นนี้ทำให้พื้นที่ในปั๊มกลายเป็นอีกหนึ่ง Location ที่น่าสนใจ เพราะมีผู้มาใช้บริการในพื้นที่อย่างต่อ สามารถเรียนรู้เรื่องเพิ่มเติมได้อีก เรียนรู้เรื่องการเลือกทำเลในการขาย >> คอร์สเรียนออนไลน์ เปิดร้านให้รวย ด้วยทำเลดี เรียนรู้เรื่องการตลากออนไลน์เพิ่มเติม >>  คอร์สโปรโมทร้านอาหารในออนไลน์ ให้ยอดขายพุ่งขึ้น 10 เท่า เรียนรู้เรื่องการตลาดรูปอาหารให้น่ารับประทาน >> คอร์ส สร้างสรรค์ภาพเมนูอาหารอย่างมืออาชีพด้วยมือถือ

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ไวรัสพลิกอาชีพ Flying Sweet บราวนี่เงินแสน ของกัปตันการบินไทย

ไวรัสพลิกอาชีพ Flying Sweet บราวนี่เงินแสน ของกัปตันการบินไทย

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส คงเป็นคำนึงที่ได้ดีเหมาะสมกับสถานการณ์ในตอนนี้ เพื่อเป็นกำลังใจทุกคนกลับมาขึ้นตั้งตัวได้อีกครั้ง กัปตันเดช-เดชพนต์ พูลพรรณ ผันตัวเองจากกัปตันของสายการบินแห่งชาติมาสร้างแบรนด์บราวนี่ และเป็นหนึ่งในผู้ที่เรียกได้ว่า พลิกวิกฤตวิกฤตโควิดนี้ให้เป็นโอกาสได้สำเร็จ กับ Flying Sweet แบรนด์บราวนี่ ที่กำลังเป็นกระแส มียอดสั่งยาวนับครึ่งเดือน และมียอดขายนับแสนบาทต่อเดือนน่าสนใจว่าการลุกขึ้นทำบราวนี่ของกัปตันนั้น ทำอย่างไรถึงทะยานยอดขายขึ้นสูงเรื่อยๆ เพื่อหวังจุดประกายผู้คนที่กำลังเผชิญวิกฤติ และกำลังคิดอยากจะสร้างอาชีพในเวลานี้  เริ่มต้นเส้นทางสู่บราวนี่เงินแสน  แม้จะเป็นอาชีพเสริมแต่ต้องมีระบบ  อาชีพเสริมที่มียอดขายเดือนละแสนบาท  Ghost Kitchen และ การตลาดออนไลน์ 100 %  Content Maeketing และการบริหาร ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ  ก้าวต่อไปของ Flying Sweet กัปตันส่งกำลังใจให้กับทุกคน เริ่มต้นเส้นทางสู่บราวนี่เงินแสน ขนมชิ้นเล็กๆ ที่อยากจะส่งมอบความรู้สึกดีๆ และสร้างบรรยากาศดีๆ ในการทำงาน คือสิ่งที่กัปตันเดชมักจะทำเสมอเมื่อได้เวลาออกบิน ซึ่งนานวันเข้ากัปตันเดชอยากจะสร้างความพิเศษให้มากขึ้น เลยลงมือทำขนมด้วยฝีมือของตนเอง แม้จะไม่เคยทำขนมมาก่อน แต่ด้วยความตั้งใจจริง ในช่วงกลางปีที่แล้วเขาจึงลงทุนลงแรงเข้าคอร์สเรียนทำขนมเป็นกิจจะลักษณะ โดยทั้งหมดนั้นเขาย้ำว่าเริ่มต้นจากศูนย์ “ผมรู้สึกว่าอยากจะมอบอะไรจากสิ่งที่เราทำเองจริงๆ เลยคิดว่าทำขนมดีกว่า แต่ผมไม่มีพื้นฐานเลย ก็เสิร์ชในอินเทอร์เน็ตและสมัครเรียนทำขนม ไปวันที่ว่างจากตอนบิน ก็แปลกๆ นะครับเพราะว่าคนในคลาสเป็นผู้หญิงหมดเลย แต่เราตั้งใจไว้แล้ว ก็ได้เรียนทำบราวนี่เป็นเวลา 3 ชั่วโมง แล้วก็เรียนทำคุกกี้และ ขนมเปี๊ยะด้วย แต่สุดท้ายตัดสินใจทำบราวนี่” เหตุผลที่กัปตันเดชเลือกบราวนี่ หนึ่ง - เพราะเป็นขนมที่ชอบรับประทานอยู่แล้ว และ สอง - ตรงกับโจทย์คือพกสะดวก ซึ่งหลังจากนั้นก็เริ่มซื้ออุปกรณ์มาทำที่คอนโดฯ แบบโฮมเมด ค่อยๆ พัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ บวกกับศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต พออยู่มือก็เริ่มที่จะปรับสูตรให้เป็นตัวของตัวเอง  ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่กัปตันเดชบอกว่าเริ่มจริงจังกับบราวนี่มากขึ้น ในตอนนั้นเขายังไม่คิดถึงเรื่องการทำขาย เน้นแจกให้กับญาติพี่น้อง คนรู้จักที่สนิทสนม “เราไม่ต้องไปซื้อกระเช้าแล้ว ก็ทำบราวนี่แจก ช่วงแรกอยากให้คนรอบข้างทาน ผมจะมีเพื่อนอยู่หลายที่ เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนที่สมาคมนักเรียนเก่าสาธิตเกษตรฯ มีเพื่อนเล่นกอล์ฟอยู่หลายกลุ่ม เราก็พยายามเอาไปให้เขาได้ชิม แล้วก็มีหลายคนที่ชื่นชอบ ก็พูดปากต่อปากกันว่าอร่อย ทำให้เรารู้สึกดีใจและภูมิใจ” “ผมคิดมาตลอดเวลาว่า ถ้าเกิดมีอาชีพเสริมคงจะดี ก็คิดว่าจะลองขายบราวนี่ไหม แล้วก็มีคนมาขอซื้อ เพราะชอบและถูกใจรสชาติ เลยลองขายดูเพราะว่าไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ถ้าเกิดทำออกมาแล้วไม่มีคนซื้อ เราก็แจกเหมือนเดิม โชคดีที่มันเริ่มจากการที่ตั้งใจว่าไม่ได้จะขาย ช่วงแรกพอขายได้ก็รู้สึกว่ากำไรอยู่แล้ว” ช่วงเดือนมกราคม เป็นช่วงที่กัปต้นเริ่มศึกษาลู่ทางในการสร้างอาชีพเสริมจากการทำขนมบราวนี่อย่างจริงจัง จึงได้มีการคิดชื่อแบรนด์โดยให้สะท้อนตัวตนความเป็นนักบิน และขนมหวานจนออกมาเป็นชื่อ Flying Sweet รวมไปถึงมองช่องทางการขายซึ่งเน้นไปที่ออนไลน์ และกลุ่มลูกค้า “ตอนนั้นผมก็ยังคงทำการบินอยู่ แต่เริ่มมีสัญญาณไม่ค่อยดีแล้วว่าเราจะได้บินต่ออีกนานไหม เลยทำบราวนี่ขายอย่างจริงจัง พอบินวันสุดท้ายคือ 19 มีนาคม จากวันนั้นจนถึงทุกวันนี้ผมก็ทำขนมทุกวันเลย” กัปตันเดชเป็นอีกคนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อสายการบินต้องงดบิน ส่วนหนึ่งก็ทำให้รายได้ลดลงจากที่เคย แต่ก็พอเหมาะพอเจาะกับที่ Flying Sweet กำลังเทคออฟ แม้จะเป็นอาชีพเสริมแต่ต้องมีระบบ ทุกวันกัปตันเดชจะตื่นแต่เช้า จากนั้นเวลา 6-7 นาฬิกาก็เริ่มต้นทำขนม ซึ่งขนมทุกชิ้นทำเองทั้งหมด และดูแลด้วยตัวเองแต่เพียงผู้เดียวในขั้นตอนนี้ จนเวลา 08.30 นาฬิกา แมสเซนเจอร์ส่วนตัวจะมารับขนมไปจัดส่ง แต่ละวันก็ประมาณ​ 10-20 แห่ง ขณะเดียวกันภรรยาและลูกสาวของกัปตันเดช กับแม่บ้าน ก็จะช่วยกันบรรจุขนมลงกล่องแพ็กส่งไปรษณีย์ไปทั่วประเทศทั้งเหนือจรดใต้ พอช่วงบ่ายกัปตันเดชจะนั่งนัดหมายกับลูกค้า และวางแผนเรื่องเส้นทางเดลิเวอรี่ในวันต่อไป เพื่อให้เลือกเส้นทางที่คุ้มค่ากับการจัดส่ง ไม่ต้องการให้บราวนี่เดินทางนานจนเกินไป พอตกเย็นก็จะนำขนมที่ทำเอาไว้ออกจากตู้เย็นมาตัดและแพ็ก จากนั้นก็ลงมือทำบราวนี่ต่อจนถึงประมาณเที่ยงคืน “กว่าจะได้ระบบนี้ก็ลองผิดลองถูกอยู่นาน ช่วงแรกผมทำ 10 ถาดก็เยอะแล้วนะ เพราะว่าผมไปส่งเองด้วย ลูกค้ายังไม่เยอะ ผมไปได้ แต่พอตอนหลัง ผมไปส่งเองไม่ไหว เพราะว่าเอาเวลานั้นมา ผมได้ Productive เยอะกว่า เลยต้องจ้างหาแมสเซนเจอร์ส่วนตัว ถ้าเสาร์อาทิตย์ผมกลับบ้านที่รามอินทราก็ยังส่งเองอยู่บ้าง เพราะว่าผมจะได้เจอลูกค้า ได้สอบถาม ได้รับคำติชม ได้คอนแทกต์กับลูกค้าโดยตรง ถ้าอยู่ใกล้บ้านหรือวันไหนที่สะดวกผมก็ไปส่งเอง เราต้องไปเจอลูกค้าบ้าง”  อาชีพเสริมที่มียอดขายเดือนละแสนบาท บราวนี่ของ Flying Sweets รังสรรค์ขึ้นจากคอนเซ็ปต์ บราวนี่รสเข้มข้น หวานน้อย “รสเข้มคือผมใส่วัตถุดิบเข้มข้นมาก และใช้วัตถุดิบที่ดี ส่วนหวานน้อย คือช่วงนี้คนไม่ค่อยกินหวาน เป็นเทรนด์รักสุขภาพ คนทานขนมของผมมักจะถามว่ารสเข้มขนาดนี้ขาดทุนไหม ผมก็ไม่ได้กำไรเยอะ เพราะคิดว่าอยากให้คนทานรสชาติอร่อย” Flying Sweets มีบราวนี่ให้เลือกลิ้มรส 4 รสชาติ คือ Nutella Brownie Creamcheese Brownie รสชาติดั้งเดิมจากที่ได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่แรก และพัฒนาต่อยอดรสชาติ Macadamia Brownie และ Matcha White Brownie ขึ้นมา นอกจากนั้นกำลังจะออกรสชาติใหม่ Espresso Brownie ขณะเดียวกันยังนำเสนอเป็นเซ็ตเมนูคือ  ชุดบราวนี่หลายใจ ซึ่งกล่องหนึ่งมี 6 ชิ้น คละรสชาติ และเซ็ตรวมมิตร กล่องหนึ่งมี 9 ชิ้น คละรสชาติ  เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการเลือกซื้อ สามารถลิ้มรสได้หลากหลาย และง่ายต่อการจดจำ “ทุกวันนี้ขนมผมก็ยังคงพัฒนาอยู่ทุกวัน เพราะว่าผมทำเอง ทำให้รู้ว่าขนมแต่ละหน้าจุดอ่อนเป็นอย่างไร ก็พยายามแก้ไขตลอด ขนมของผมจะดีขึ้นในทุกวัน เพราะว่าเรารู้ว่าอยากปรับปรุงอะไร” นั่นคือสิ่งที่กัปตันเดชอธิบายถึงความเป็นเอกลักษณะเฉพาะตัว และก็ได้สร้างความแตกต่างจนเป็นที่ติดอกติดใจ และสามารถสร้างยอดขายในช่วง COVID-19 เดือนละแสนกว่าบาท และมีออเดอร์สั่งล่วงหน้ายาวไปกว่าครึ่งเดือนแล้วซึ่งตอนทีมงาน MHA ได้ลองสั่งก็ต้องรอนานกว่า 1 สัปดาห์  Ghost Kitchen และ การตลาดออนไลน์ 100 %Flying Sweets ถือเป็นแบรนด์ที่เรียกว่า Ghost Kitchen คือไม่มีหน้าร้าน และขายทางช่องทางออนไลน์และเดลิเวอรี่เพียงอย่างเดียว “ตอนนั้น (ช่วงมีนาคมที่เริ่มขายจริงจัง) ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านกัน ก็มีแต่ช่องทางออนไลน์อย่างเดียว แรกสุดก็คือ Line Official Account ประมาณ 60-70% เพราะว่าผมใช้งาน Line อยู่แล้วก็ผูกกันได้โดยตรง สามารถตอบลูกค้าได้โดยตรง แต่ถ้าเป็น Line ส่วนตัวก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยจะขายจริงจังสักเท่าไร ต้องมีแบรนด์ที่เป็นตัวตน เวลาตอบลูกค้าอยากใช้ Line ของร้านตอบ แล้วยังมีฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อคนขายอาหารอีก จะโพสต์ จะบรอดแคส ก็ค่อนข้างสะดวก” นอกจากนั้น จุดเปลี่ยนสำคัญของการโปรโมทร้านทางออนไลน์คือช่วงที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ตั้งกลุ่มมาร์เก็ตเพลสของสถานบันใน Facebook ซึ่ง กัปตันเดชก็ได้นำเรื่องราวของเขาและ Flying Sweets ไปแนะนำ จนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ทำให้คนรู้จักแบรนด์เยอะขึ้น มีคนที่โทรศัพท์สั่งบราวนี่ชนิดรับสายแทบไม่ทัน รวมทั้งคนที่เคยทานก็เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ  Content Marketing และการบริหาร ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ กัปตันเดชอธิบายว่า “ส่วนใหญ่ผมดูแลลูกค้าด้วยตัวเองโดยตรง ซึ่งมันก็มีบ้างที่มีปัญหาเรื่องการส่ง EMS ไปถึงช้า ลูกค้าก็กังวลว่าขนมจะเสียไหม ผมก็ดูแลเองหมด เขาก็ประทับใจ บางคนส่งแล้วมีความผิดพลาด ผมก็ส่งไปให้ใหม่ เขาก็เอาความประทับใจไปลงในโซเชียลของเขา ทำให้คนรู้จักผมมากขึ้นอีก ช่วงแรกคนเข้ามาทานคนก็อยากลองขนมกัปตันเป็นอย่างไร แต่ว่าช่วงหลังก็มีคนที่เคยกินแล้วติดใจกลับมาซ้ำอีก ประมาณ 30%” นอกจากนั้น ทุกวันนี้ก่อนเข้านอน กัปตันเดชก็จะเขียนสตอรี่โพสต์ใน Line และ Facebook โดยพยายามโพสต์ข้อความน่ารักๆ หรือเกี่ยวกับบราวนี่ในมุมอื่นๆ บ้าง ไม่ได้อยากจะขายเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ลูกค้ากับแบรนด์ใกล้ชิดกันมากขึ้น มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน และเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เลยเป็นจุดเชื่อมกันระหว่างกัปตันเดชกับลูกค้าอีกด้วย  ก้าวต่อไปของ Flying Sweetหากอุตสาหกรรมการบินกลับมาทำการบินได้ กัปตันเดชก็ต้องกลับไปประจำการบนนกเหล็กตามปกติ แต่แน่นอนว่าเขาก็มีแผนขั้นต่อไปสำหรับ Flying Sweet แล้วเช่น “ผมมองว่าช่วงแรกคงไม่ได้บินเยอะ วันที่ไปบินก็ต้องทำเผื่อไว้ ซึ่งหากไม่อยู่ เต็มที่ก็คงเพียง 2 วัน เพราะตอนนี้คงจะไม่ได้ไปนาน ส่วนที่บ้านคือช่วยกันทุกคน สถานการณ์กลับมาปกติลูกสาวก็ต้องไปเรียน ซึ่งทุกวันนี้ก็ช่วยผมเยอะมาก ผมทำคนเดียวไม่มีทางได้ออร์เดอร์เยอะขนาดนี้ เพราะมีคนซัพพอร์ตมีทีมงานที่ดี คือช่วยกันทุกคน ส่วนขั้นต่อไปคงต้องหาคนมาช่วยเพิ่ม ผมกำลังมองหาที่ทางสำหรับขยับขยาย ฝันว่าอยากจะมีร้าน เพื่อให้ได้เจอได้สัมผัสโดยตรงกับลูกค้า” กัปตันส่งกำลังใจให้กับทุกคน          จากคนที่ไม่เคยมีแบรนด์เป็นของตัวเอง เริ่มต้นจากศูนย์จนทำแบรนด์ขนมหวานที่มียอดขายหลักแสน สิ่งสำคัญที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้นั้น กัปตันเดชบอกว่า การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญ “ตอนแรกผมทำได้ไม่ได้เยอะ แต่ก็มาวางแผนใหม่ให้ดีขึ้น แล้วศึกษาหาข้อมูล ดูว่าเราตั้งใจจะขายใคร จุดอ่อนของขนมคืออะไร ก็พยายามพัฒนาตลอด อีกอย่างคือเรื่องความจริงใจกับลูกค้า ผมตั้งใจว่าจะทำขนมให้อร่อยที่สุดและไม่เอาเปรียบ ดังนั้นเมื่อเราเอาความจริงใจใส่ลงไป ขนมออกมาดีแน่นอน แล้วลูกค้าก็จะรับรู้ว่าเราจริงใจขนาดไหน จากขนมที่เราทำให้เขาทาน” ขณะที่วิกฤติ COVID-19 กำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี ซึ่งหลังจากนี้หลายคนที่ได้รับผลกระทบก็ต้องเริ่มฟื้นฟูตัวเองอีกครั้ง กัปตันเดชก็ได้มอบกำลังใจฝากถึงผู้ประกอบการ และผู้ที่กำลังมองหาหนทางในการเริ่มต้นสร้างอะไรสักอย่างให้ตัวเอง “ทุกอาชีพได้รับผลกระทบกันทั้งหมด ผมก็โดนหนักเพราะว่าไม่ได้บิน รายได้ก็หายไปเยอะ มันก็เป็นความทุกข์ แต่ว่าโรคระบาดมา วันหนึ่งมันก็ต้องไป แต่เรายังอยู่ อยากจะให้กำลังใจว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ส่วนใครที่คิดอยากจะทำอะไร บางทีมันคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี เราต้องลองออกไปทำเลยถึงจะรู้ว่าชอบอะไร วันหนึ่งเราก็อาจจะเจอสิ่งที่เราทำได้และชอบ อาจจะเป็นรายได้เสริมก็ได้ อย่างตอนแรกผมก็ไม่ทราบหรอกว่าชอบทำขนม แต่ผมออกไปลองทำดู ถ้าผมไม่สมัครเรียนคอร์สทำขนมวันนั้นก็อาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้” “ทุกคนสามารถเริ่มสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำได้แน่นอน ขอให้เราตั้งใจและลองทำ ผมก็ลองผิดลองถูก แต่นั่นก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เราต้องมี Growth Mindset ว่าเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ ไม่ว่าเจอกับปัญหาอะไร ขอให้เราหาหนทางแก้ปัญหา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ผมทำธุรกิจนี้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำ ได้ลองทำ Line OA และเพจ Facebook แม้กระทั่งส่งไปรษณีย์ รวมไปถึงหาซื้อวัตถุดิบ พบเจอลูกค้า ซึ่งไม่เคยเลย พึ่งเคยได้เริ่มต้น ได้รู้จักคนหลากหลาย ซึ่งถือว่าเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น”

สูตรอาหารเพิ่มเติม
วัตถุดิบหลากหลายจากทั่วโลกร้านคุณก็มีได้ ด้วยอาหารทะเลแช่แข็ง Ocean gems

วัตถุดิบหลากหลายจากทั่วโลกร้านคุณก็มีได้ ด้วยอาหารทะเลแช่แข็ง Ocean gems

เชื่อว่าร้านอาหารทุกร้านอยากจะมีวัตถุดิบที่หลากหลาย เพื่อเสิร์ฟเมนูให้ได้ตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด แต่เมื่อสต๊อกวัตถุดิบที่หลากหลายสิ่งที่ตามมาคือ การสูญเสียของวัตถุดิบซึ่งทำให้ต้นทุนของร้านสูงขึ้น ยิ่งเป็นวัตถุดิบอาหารทะเลสดด้วยแล้วยิ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียเป็นอย่างมาก อาหารทะเลแช่แข็งที่มาจากแหล่งที่ได้มาตราฐานสากล Ocean Gem อาหารทะเลคัดคุณภาพจากแหล่งที่ดีทั่วโลก จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับร้านอาหาร คงคุณภาพ ความสด อร่อย ได้นานจากแหล่ง หลักการแช่เยือกแข็งเพื่อคงคุณภาพที่ดีที่สุด  วัตถุดิบหลากหลายจากทั่วโลกร้านคุณก็มีได้  เก็บรักษาดี คงคุณภาพที่ดี  ละลายง่าย ใช้งานได้สะดวก คงคุณภาพ ความสด อร่อย ได้นานจากแหล่ง อาหารทะเลแช่แข็งหากผ่านกระบวนการอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การแช่แข็งที่ใช้อุณภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง การขนส่ง การเก็บรักษา และการละลายน้ำแข็งที่ถูกวิธี อาหารทะเลนั้นจะคงรสชาติและเนื้อสัมผัสไว้ได้เป็นอย่างดี ยิ่งคุณภาพก่อนทำการแช่งแข็งดีด้วยแล้ว การแช่แข็งก็จะเป็นการรักษาสภาพนั้นคงให้ไว้ และป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในอาหาร หากร้านอาหารเลือกใช้อาหารทะเลแช่แข็งก็จะทำให้มีวัตถุดิบที่รอบรับความต้องการของลูกค้าได้มาก  และสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี  หลักการแช่เยือกแข็งเพื่อคงคุณภาพที่ดีที่สุด การแช่เยือกแข็งเป็นกระบวนการแปรรูปอาหาร โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม Individual quick freezing (IQF) จนทำให้น้ำเกิดการตกผลึก (Ice Crystal Formation) อย่างรวดเร็ว เกิดการเปลี่ยนสภาพทำให้น้ำในเนื้อเยื่อของวัตถุดิบเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง จุลินทรีย์จึงไม่สามารถนำน้ำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ และกระบวนการนี้ยังรักษาเนื้อสัมผัสของสินค้า เนื่องจากผลึกน้ำแข็งนี้จะเป็นผลึกที่เล็กมาก ทำให้ไม่ทำลายเนื้อสัมผัสของสินค้า  การแช่เยือกแข็งอาหารทะเลจึงจัดเป็นวิธีการหน่ึงที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาวัตถุดิบ กระบวนการแช่เยือกแข็งแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การทำความเย็น (Pre-Cooling) เป็นการทำให้วัตถุดิบเย็นลงจนถึง จุดเยือกแข็ง (Freezing Point) อุณหภูมิในวัตถุดิบจะลดลงค่อนข้างเร็วจนถึงอุณหภูมิซึ่งเป็นจุดเยือกแข็งของน้ำ แต่น้ำในตัววัตถุดิบจะยังไม่แข็งตัว ขั้นที่ 2 การทำให้น้ำแข็งตัว (Latent Zone) เป็นการเปลี่ยนน้ำในวัตถุดิบให้เป็นน้ำแข็ง โดยมีการจัดความร้อนแฝง (Latent heat) ออกไป แต่ตัววัตถุดิบยังไม่แข็งตัว ขั้นที่ 3 การทำให้น้ำในวัตถุดิบแข็งตัว (Sub-Cooling) เป็นการทำให้วัตถุดิบเย็นลงจนถึงอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งคือ ที่อุณหภูมิ –18 องศาเซลเซียส ผลิตภัณฑ์ท่ีได้จะมีสภาพเยือกแข็งอย่างสมบูรณ์ และต้องมีการเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพแช่เยือกแข็งในห้องเย็น เมื่อจะนำมาใช้ต้องผ่านการละลายให้ได้วัตถุดิบที่มีสภาพสดไม่แตกต่างจากวัตถุดิบสดโดยทั่วไป  วัตถุดิบหลากหลายจากทั่วโลกร้านคุณก็มีได้ เมื่อการแช่แข็งทำให้การขนส่งมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้ร้านอาหารสามารถมีวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งที่ดีสุดจากทั่วโลกไว้เสิร์ฟลูกค้าได้ และมีวัตถุดิบไว้เสิร์ฟได้ตลอดปี ไม่มีขาด ที่สำคัญเมื่อร้านอาหารของคุณมีวัตถุดิบที่โดดเด่นมากกว่าแล้วล่ะก็ ย่อมทำให้แตกต่างและสามารถใช้เป็นจุดเด่นเรียกลูกค้าได้แน่นอน  หนวดหมึกฮอกไกโดแช่แข็ง จากประเทศญี่ปุ่น คัดสรรหมึกคุณภาพ รสชาติดี ผ่านกระบวนการจัดเก็บอย่างรวดเร็วทำให้คงความสด ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตราฐานสากล พร้อมปรุง สะดวกในการทำอาหาร ทำได้หลากหลายเมนูอร่อย เช่น หนวดปลาหมึกยักษ์ย่างเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด ยำหนวดปลาหมึกยักษ์ หนวดปลาหมึกยักษ์ผัดไข่เค็ม ทาโกยากิ  กั้งกระดานดิบทั้งตัว นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การจับ และนำเข้ากระบวนการแช่แข็งที่ -45 องศาเซลเซียสทันทีเพื่อคงความสด เนื้อแน่น รสชาติหวาน เสิร์ฟและจัดจานได้อย่างสวยงาม ขายได้ราคาดี และสามารถเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ไม่เหมือนใคร เช่น กั้งกระดานย่าง กั้งกระดานทอดกระเทียม กั้งกระดานคั่วพริกเกลือ  หอยเชลล์ติดไข่ครึ่งฝา นำเข้าจากประเทศชิลี เลี้ยงโดยวิธีการแขวนแบบถุงตาข่าย เนื้อแน่รสชาติหวานตามธรรมชาติ พร้อมให้คุณนำย่างเนย อบชีส  เนื้อปูม้าสดแกะแช่แข็ง นำเข้าจากประเทศศรีลังกา ควบคุมคุณภาพตั้งแต่การจับ ตลอดจนการแกะ และนำเข้ากระบวนการแช่แข็งทันที ทำให้ได้เนื้อที่มีความแน่น สด สะอาด รสชาติหวาน พร้อมทำมาทำเมนูยอดนิยมตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบถ้วน เช่น ผัดผงกระหรี่เนื้อปู ข้าวผัดปู ไข่เจียวปู แกงปูใบชะพลู  ปูหินสุกทั้งตัว นำเข้าจากประเทศชิลี คัดเฉพาะเนื้อปูแน่นๆ เนื้อหวานนุ่ม สามารถนำมาทำเป็นเมนูพิเศษของร้าน  เสิร์ฟโต๊ะใหญ่ ได้ราคาดี เช่น ปูหินเผาหรือนิ่งเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด วุ้นเส้นปูอบจักรพรรดิ  หอยเว็ลคทั้งตัวต้มสุก นำเข้าจากประเทศไอซ์แลนด์ เลี้ยงด้วยวิธีการทำประมงแบบดั้งเดิมของชาวไอริช ทำให้ ได้หอยตัวใหญ่ เนื้อสัมผัสดี มีรสชาติหวาน จะนำไปต้มหรือจะนำไปย่างเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแซ่บๆ  หมึกกระดอง นำเข้าจากประเทศเวียดนาม คัดคุณภาพและขนาด ทำให้ได้หมึกกระดองที่สด หวาน และตัวใหญ่ นำมาทำเมนูยอดฮิตได้หลายเมนู เช่น หมึกกระดองย่าง ยำหมึกกระดอง พล่ากุ้งปลาหมึก ผัดกระเพราปลาหมึก  สามารถเลือกซื้ออาหารทะเลแช่แช็งคุณภาพเยี่ยมจาก Ocean gems ได้ที่แม็คโครสาขาใกล้บ้านคุณ เก็บรักษาดี คงคุณภาพที่ดี ควรเช็คบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง เลือกซื้ออาหารแช่แข็งที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์สภาพดี ไม่มีรอยเปื้อน ไม่มีรอยรั่ว หรือฉีกขาด เมื่อซื้ออาหารแช่แข็งมาควรรีบเก็บในช่องฟรีซอย่างรวดเร็ว อย่าปล่อยให้ละลาย เพราะน้ำในอาหารจะไหลออกมา ทำให้อาหารเสียรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการไปพร้อมกับน้ำได้ งคุณภาพที่ดี  ละลายง่าย ใช้งานได้สะดวก วิธีการละลายอาหารทะเลแช่แข็งที่ดีที่สุดคือ พักไว้ตู้เย็นช่องปกติประมาณ 8-10 ชั่วโมง  เพื่อให้เนื้อสัตว์ที่เเช่เเข็งค่อย ๆ ละลาย สลายเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตัวอยู่ตามเส้นใยของเนื้ออย่างช้าๆ วิธีการนี้อาจทำให้ค่อนข้างเสียเวลามากสักหน่อย แต่ก็ทำให้เนื้อสัตว์ไม่เสียรสชาติและรสสัมผัสที่ดีไป หรืออีกวิธีให้นำเนื้อสัตว์แช่แข็งใส่ในถุงพลาสติกที่ปิดสนิท แล้วแช่ในน้ำเย็นให้จมลงไปทั้งชิ้น ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หรือจับดูพอนิ่ม ซึ่งน้ำเย็นจะช่วยถ่ายเทความร้อนจากอากาศด้านนอก และรักษาอุณหภูมิของผิวหน้าของอาหารไม่ให้สูงเกินไป จึงสามารถรักษารสชาติ และเนื้อสัมผัสของอาหารทะเลไว้ได้ดี และควรเปลี่ยนน้ำทุก ๆ 30 นาที จะทำให้ละลายได้เร็วขึ้น แต่ไม่ควรแช่ในน้ำอุ่น เพราะจะทำให้อาหารละลายเร็วเกินไป และเสียรสชาติได้ สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ราดหรือแช่ด้วยน้ำอุ่นเพราะจะทำให้ละลายเร็วเกินไป เนื้อสัมผัสเละ เสียรสชาติ และในการละลายอาหารทะเลแช่แข็งควรกำหนดปริมาณในการทำละลายในแต่ละวัน เพราะหากนำกลับไปแช่แข็งอีกอาจจะเกิดแบคทีเรียได้ เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว ในการเตรียมวัตถุดิบก่อนปรุงก็ไม่ยุ่งยาก แค่ฉีกซองและนำปรุงอาหารได้เลย การเลือกใช้อาหารทะแลแช่แข็งนอกจากจะควบคุมต้นทุนได้แล้ว ยังลดความยุ่งยากในขั้นตอนการเตรียมและการปรุงอาหารอีกด้วย เครดิต :  http://elearning.psru.ac.th/courses/152/บทที่%209/บทที่%209%20การแปรรูปสัตว์น้ำโดยการแช่เยือกแข็ง.pdf

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ขายดี! แบบไม่มีอะไรมากั้น E.HOI หอยแครงลวก จากครัวคอนโดสู่ยอดขายหลักแสน

ขายดี! แบบไม่มีอะไรมากั้น E.HOI หอยแครงลวก จากครัวคอนโดสู่ยอดขายหลักแสน

เทรนด์หนึ่งที่กำลังเป็นสนใจของคนที่อยากจะมีธุรกิจอาหารเป็นของตัวเองคือ ทำอาหารอยู่ที่บ้านโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน แล้วขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือแฟลตฟอร์มต่างๆ โดยบริการแบบเดลิเวอรี่เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้านลูกค้า E.HOI ร้านหอยแครงลวกจิ้มสุดแซ่บถือเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน ซึ่งคุณไอซ์-วรัญญา มุสิกไชย ริเริ่มจากครัวภายในคอนโด ขายเพียงเมนูเดียว แต่สามารถสร้างรายได้หลักแสนบาท และปัจจุบันต่อยอดเปิดหน้าร้าน โดยที่ขายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ต่อยอดฐานลูกค้าและยอดขายที่เพิ่ม น่าสนใจเหลือเกินว่าเธอมีวิธีคิดและลงมือสร้างแบรนด์นี้อย่างไร  เริ่มต้นจากกรอบสี่เหลี่ยม สร้างแบรนด์ที่โฟกัสเพียงโปรดักส์เดียวให้ดีที่สุด ร้านขายหอยแครงออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยีอย่างลงตัว ร้านขายอาหารออนไลน์คุณภาพต้องดี และรูปต้องตรงปก การปรับตัวตามโควิด-19 คำแนะนำของกำลังใจสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น เริ่มต้นจากกรอบสี่เหลี่ยม หากจะกล่าวว่า E.HOI เกิดจากกรอบสี่เหลี่ยมคงไม่ผิดนัก ด้วยความที่คุณไอซ์อาศัยอยู่ในห้องบนคอนโดมิเนียมกลางกรุงเทพฯ​ ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ในการสั่งอาหารจากแอปพลิเคชั่นและเดลิเวอรี่ทุกวัน  ไม่ว่าเจ้าเด็ดร้านดังจะอยู่ไกลแค่ไหน หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าร้านตั้งอยู่ตรงใด ขอให้อร่อยเธอยอมสั่งเพียงแค่กดสมาร์ทโฟน สิ่งนี้ได้จุดประกายไอเดียบางอย่างให้กับเธอ “เรามีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ทำค้าขาย โตมากับร้านขายของชำ รู้อยู่แล้วว่าการค้าขายมันต้องลงทุน ต้องทำอะไรบ้าง และไอซ์เองเป็นคนชอบทำกับข้าว ชอบเข้าครัวอยู่แล้วด้วย วันหนึ่งก็นั่งดูรายการทีวีที่พูดถึงหอยแครง  ไอซ์เห็นรูปแล้วคิดว่าโปรดักส์น่าจะทำให้มีมูลค่าขึ้นมาได้ สามารถถ่ายรูปออกมาแล้วดึงดูดลูกค้าได้ มันดูน่ากิน ทั้งที่กินหอยไม่เป็น แต่คนรอบข้างทั้งเพื่อน ทั้งครอบครัวกินกัน ก็คิดว่าคนทั่วไปน่าจะกินสัก 80% เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่ตัวเองกินเลยก็ได้ ก็ลองทำให้คนอื่นกินดู” ปรากฏว่าใครที่ได้กินหอยแครงจากฝีมือของเธอแล้วเป็นต้องติดใจ  สร้างแบรนด์ที่โฟกัสเพียงโปรดักส์เดียวให้ดีที่สุด เธอเป็นอีกคนที่ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แม้จะไม่คาดฝันมาก่อนว่าตัวเองจะมาจับธุรกิจหอยแครง เพราะเป็นคนไม่กินปลา ไม่กินหอยเลย ทว่าเมื่อไอเดียเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แน่วแน่ตั้งใจแล้วที่จะเอาจริง การเกิดขึ้น E.HOI จึงเริ่มต้นภายในห้องสี่เหลี่ยนบนคอนโดฯ “E.HOI ตั้งขึ้นมาจากความตั้งใจที่จะทำโปรดักส์เดียวนี้ให้ดีไปเลย ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจุดเด่นของสินค้าคือ ขายหอยแครงที่ดีที่สุด คิดถึงหอยดี หอยอร่อย คุณภาพไม่ผิดหวัง และน้ำจิ้มรสเด็ด ต้อง E.HOI” แม้ว่าจะไม่กินหอยแครง แต่สำหรับเธอ สิ่งนั้นไม่ได้เป็นข้อจำกัด ตรงกันข้ามกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ยิ่งต้องศึกษาเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง เพื่อกลบจุดด้อยของตัวเอง โดยเริ่มตั้งแต่ตามหาหอยแครง “พอตัดสินใจลงมือแล้ว ไอซ์ก็ศึกษาแบบสุดๆ ตอนที่เริ่มทำมีอุปสรรคเข้ามาเยอะมาก ต้องเรียนรู้ ต้องลองผิดลองถูก ลงทุน 3,000 บาทเปิดร้านได้เลย อันนั้นใช่ แต่แค่ฉาบฉวย ถ้าไม่ศึกษาต่อเติมก็คงไม่ได้ ปัจจัยแรก - เรื่องวัตถุดิบ อยากได้วัตถุดิบที่ราคาถูก เพื่อจะได้กำไรเยอะที่สุด ปรากฏว่าหอยแครงมีหลายสายพันธุ์ อย่างหอยแครงอินเดีย หรือหอยแครงมาเลฯ ก็ทดลองสั่งมา สรุปว่า ราคาต้นทุนต่างกันจริง แต่คุณภาพก็ต่างกันด้วย สอง - เรื่องพ่อค้าคนกลาง คือเราไม่เคยเจอเขาๆ ก็เอาของไม่ดีส่งมาให้ เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องอะไร เพราะไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ไม่สามารถไปตามได้ ไอซ์ก็ลองสั่งไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็โชคดีเจอคนขายที่ตรงไปตรงมา ด้วยความที่เห็นเราเป็นมือใหม่ แล้วมีอะไรก็คุยก็เล่าให้เขาฟังว่า เจอปัญหาแบบนี้ ไอซ์ไม่ค่อยมีพื้นฐาน ถ้าอย่างไรช่วยแนะนำหน่อย คือถามข้อมูลตรงๆ ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำทุกอย่าง ไม่ตุกติก มีปัญหาก็เคลมได้”  ในส่วนของรสชาติของหอยแครง ก็อาศัยคนรอบข้างช่วยตัดสิน เพื่อให้ได้รับคำติชม แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข จนไร้เสียงติ “ช่วงแรกยังไม่ได้ขายผ่านแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร โดยขายผ่านทาง Facebook และ Line เป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเพื่อนๆ เป็นคนอุดหนุน เขาก็ติชมกลับมาโดยที่ไม่มีความเกรงใจ ด่าตรงๆ ไม่ดีเราก็จะได้เอาไปแก้ไข คือเป็นการซื้อวิชา จนคิดว่ารสชาติทุกอย่างดีแล้วจึงลงขายผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งก็จะฟังฟีดแบ็กจากลูกค้าด้วย จะบอกไปว่าของที่ส่งไปล็อตนี้เป็นของบ่อนี้นะ เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าต่างกันหรือไม่ อันไหนดีกว่ากัน เขาก็จะอธิบายให้ฟัง” ด้วยความตั้งใจในการศึกษาเรียนรู้และประสบการณ์จากการลองผิดลองถูก ทุกวันนี้เธอสามารถมีความชำนาญในการเลือกหอยแครง สามารถรู้ได้เลยว่าหอยแครงตัวไหนอร่อยหรือไม่ โดยใช้วิธีดูด้วยสายตาและดมกลิ่น ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีเปลือกหอยแครงต่างกัน กลิ่นที่ต่างกัน ตอนนี้ที่ E.HOI ขายอยู่คือหอยแครงบ่อหรือหอยแครงเลี้ยง ซึ่งมีลักษณะเนื้อเต็มฝา เปลือกบาง ไม่มีกลิ่น การแกะก็จะง่าย ราคาค่อนข้างสูง “มันอยู่ด้วยทุกวัน แทบจะเป็นเพื่อนกัน คนตาบอดเขายังต้องเรียนรู้ในการใช้ชีวิตประจำวันเลย ไอซ์ก็เหมือนกัน ถึงจะไม่กิน ต้องเอาอย่างอื่นมาทดแทนในสิ่งที่ทำไม่ได้”  ร้านขายหอยแครงออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยีอย่างลงตัว E.HOI คือร้านหอยแครงลวกที่เริ่มต้นทำภายในคอนโดฯ และขายผ่านแฟลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทางออนไลน์ นอกจากนั้นวัตถุดิบต่างๆ เธอก็สั่งผ่านทางออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบันช่วยอำนวยความสะดวกเป็นอย่างมาก หากเลือกหยิบมาใช้ให้เป็นก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้ประกอบการ แม้ไม่ต้องออกจากบ้านเลยก็ตาม “เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการสื่อสารมีความสำคัญและยังช่วยทุ่นแรงได้มาก ถ้าให้ไอซ์ไปหาซื้อหอยแครงเอง ก็ไม่สามารถแบกกลับมาวันละ 20-30 กิโลกรัมได้ ไหนจะต้องไปซื้อของอื่นๆ อีก ทำคนเดียวไม่ได้แน่นอน ดังนั้นไอซ์ก็เลือกที่จะสั่งหอยแครงทาง Line สั่งแพกเกจจิงก็สั่งทางแอปพลิเคชั่นต่างๆ คือเหมือนมีคนจ่ายตลาดให้ ตื่นเช้าขึ้นมาไอซ์ก็เข็นขึ้นห้องไปเพื่อนำไปขายของได้เลย เพราะเรารู้จักใช้เทคโนโลยีกับธุรกิจของเรามากกว่า แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นค่าขนส่ง และค่าลองผิดลองถูก อย่างค่าขนส่งหอยแครงจากบ่อก็ 500 บาทแล้ว”  ร้านขายอาหารออนไลน์คุณภาพต้องดี และรูปต้องตรงปกร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน เน้นขายผ่านทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชั่น โดยให้บริหารจัดส่ง หรือที่เรียกว่า Ghost Kitchen ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากความพร้อมด้วยแพลตฟอร์มต่างๆ ที่รองรับการจัดส่งอาหาร รวมถึงการลดต้นทุนในการบริหารจัดการหน้าร้าน ซึ่ง E.HOI ก็มีจุดกำเนิดเช่นนั้น สิ่งที่น่าคิดคือแล้วในฐานะร้านน้องใหม่จะสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้าได้อย่างไร คุณไอซ์อธิบายประเด็นดังกล่าวอย่างน่าคิดเอาไว้ว่า การสร้างแบรนด์ของตัวเองและภาพลักษณ์นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ​ ซึ่งรูปอาหารต้องตรงปก “เราต้องไม่โกหกลูกค้า คือรับของไปแล้วต้องตรงปก ถ้าสินค้าที่รับไม่ตรง ลูกค้าสั่งครั้งแรกครั้งเดียวแน่นอน ทุกวันนี้ก็มีคนที่เอารูปอาหารของ E.HOI ไปเปิดร้านเป็นของตัวเอง ลูกค้าของเราแคปรูปส่งมาให้ดูว่ามีคนก็อปรูป ก็อปชื่อร้านของคุณไอซ์ไปใช้ เขาลองสั่งดูแล้ว ไม่เหมือนที่เราทำเลย” “ที่ไอซ์เล่ามานั้นมันอาจจะดูเรียบง่าย แต่อยากจะบอกว่าทุกอย่างมีรายละเอียด ตั้งแต่หอยแครง ไอซ์ลองผิดลองมาจนรู้ว่าอันนี้ดีที่สุดแล้ว ถึงราคาสูงแต่ยอม เสียเงินแล้วก็อยากได้ของที่อร่อย ถึงจ่ายเพิ่มอีกนิด แต่ได้กินของที่ดีกว่า มันก็คุ้มกว่าที่กินแล้วไม่อร่อย ดีกว่าเสียความรู้สึกกับของที่สั่งมาแล้วมันไม่ดี หมายถึงตัวเราด้วย สั่งของมาถูก แต่คุณภาพไม่ดี เราขายไม่ได้จริงๆ” สิ่งที่กล่าวมาสะท้อนผ่านหอยแครงไซส์ยักษ์ ซึ่ง E.HOI สั่งคัดพิเศษเป็นขนาด 30-35 ตัวต่อกิโลกรัม และ 35-40 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นไซส์ที่ใหญ่ ในท้องตลาด จะขนาด 90 ตัวต่อกิโลกรัม อีกทั้งยังต้องนำมาล้างให้สะอาดที่สุดแบบวันต่อวัน  หอยแครงลวกเสร็จแกะแล้วเช็กไม่ว่าจะดินและกลิ่นก่อนจะส่งลูกค้า  วัตถุดิบอย่างพริก กระเทียม มะนาว สำหรับทำน้ำจิ้มก็จะสั่งมาเพื่อขายวันต่อวัน  การปรับตัวตามโควิด-19ช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 E.HOI มีการปรับตัวตามเช่นเดียวกับหลายๆ ร้าน โดยเป็นการเปลี่ยนตัวเองที่อาจมองได้ว่าเป็นในทิศทางที่ดีก็ว่าได้ เนื่องจากบริเวณคอนโดฯ ที่คุณไอซ์พักอยู่ในพื้นที่พบผู้ติดเชื้อ เธอจึงตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่บ้าน ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดหน้าร้านอย่างเป็นทางการที่ตลาดสาย 2 “คุยกับที่บ้านว่าอยากทำธุรกิจต่อ แต่ทำเลตรงนี้ไม่ได้เหมือนที่อยู่คอนโดฯ คือทุกคนจะเดินตลาด ไปจับจ่ายใช้สอยซื้ออาหรมากิน ถ้าขายออนไลน์เหมือนที่คอนโดฯ เรียบร้อยแน่ เราก็ต้องดูว่าทำเลที่อยู่สามารถทำอะไรได้ ก็เลยออกไปมีหน้าร้าน แต่ว่าการออกไปตั้งร้านทำคนเดียวไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เลยให้พี่มาช่วย และกลายเป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งตอนนี้ E.HOI ก็ที่มีทั้งหน้าร้านและออนไลน์” E.HOI เปิดร้านขายตั้งแต่ 16.00 - 20.00 น. ซึ่งตอนนี้มีมีฐานลูกค้าทั้งไกลและใกล้ ฐานเดิมก็ยังสั่งช่องทางออนไลน์ ส่วนฐานลูกค้าหน้าใหม่คือพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่ตั้งร้าน เมื่อมีลูกค้าเพิ่มเป็นสองเท่า ก็ทำให้มีรายได้เป็นสองเท่า ซึ่งเดิมเฉลี่ยมี 20 ออเดอร์ต่อวัน ออเดอร์ก็ขึ้นมาที่วันละ 20-30 กิโลกรัมต่อวัน หรือราวๆ 40-60 ออร์เดอร์  “ตอนขายแบบไม่มีหน้าร้าน เราใช้ภาพเพื่อการโฆษณา ข้อเสียคือลูกค้าจะไม่เห็นเลยว่ากระบวนการการทำของเรากว่าจะได้เป็นอาหารออกไป ฉะนั้นเราจึงมีโอกาสครั้งเดียวในการนำเสนอสินค้า ถ้าผิดพลาดก็ไม่มีโอกาสแก้ตัว แต่การมีหน้าร้าน ข้อดีคือเราได้นำเสนอสินค้าโดยได้เจอหน้าลูกค้า ได้สนทนา แต่ก็แลกมากลับข้อเสียคือ สภาพอากาศ และต้นทุนเช่าพื้นที่ แต่ผลดีคือทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเยอะมาก”  คำแนะนำของกำลังใจสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น สำหรับผู้ที่กำลังริเริ่มสร้างร้านอาหารหรือประกอบธุรกิจของเป็นของตัวเอง คุณไอซ์ได้ฝากคำแนะนำและกำลังใจว่า “อยากให้มองว่าตัวเองถนัดอะไรก่อน หนึ่ง ต้องทำงานที่ตัวเองชอบ แล้วใกล้กับแหล่งวัตถุดิบอะไร แถวบ้านมีวัตถุดิบอะไรเด่น สามารถเอามาทำธุรกิจได้ อย่างเช่น เนื้อแดดเดียว ทำแพ็กเกจจิ้งดีๆ มีโลโก้ ทำให้น่าสนใจ รสชาติอร่อย ถ่ายรูปสวย น่ากิน น่าดึงดูด ปัจจัยพวกนี้ทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้เอง ที่สำคัญคือความจริงใจ ไม่หลอกลวงลูกค้า” “การทำธุรกิจมีข้อดี ข้อเสีย และอุปสรรคทั้งนั้น ขายออนไลน์ ไม่มีหน้าร้าน แต่เราขายผ่านแอปพลิเคชั่นก็ต้องเสียเปอร์เซ็นต์พอๆ กับเช่าหน้าร้านเหมือนกัน วัตถุดิบที่จะขายก็ต้องศึกษาให้ดีก่อน เรียนรู้ให้ดีก่อน เพราะมีคนที่โทรมาถามไอซ์เยอะ บอกว่าอยากขายเหมือนไอซ์ แต่ไอซ์ถามกลับไปว่าคุณรู้จักวิธีการเก็บรักษาวัตถุดิบนี้หรือยัง ยังไม่มีใครบอกว่ารู้สักคนเลย เค้าแค่อยากทำ ซึ่งหากลงทุนไปไอซ์กลัวว่าจะสูญเงินเปล่า จึงอยากให้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยความรอบคอบก่อนที่จะทำอะไร เพราะทุกวันนี้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย สามารถเรียนรู้ได้จากอินเทอร์เน็ต” 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ชวนวิเคราะห์ “Robinhood” แอพฯ บริการส่งอาหารน้องใหม่มาแรง เหมาะกับร้านอาหารเราหรือไม่

ชวนวิเคราะห์ “Robinhood” แอพฯ บริการส่งอาหารน้องใหม่มาแรง เหมาะกับร้านอาหารเราหรือไม่

เปิดตัวได้อย่างฮือฮาสร้างกระแสสั่นสะเทือนไปทั้งวงการธุรกิจร้านอาหารสำหรับแอพฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่น้องใหม่จากค่าย SCB ที่มีชื่อว่า “Robinhood” โดยเฉพาะการชูจุดขายของแอพฯ ด้วยการไม่เก็บค่า GP ซึ่งเป็น Pain Point ระหว่างร้านอาหารและแอพฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่เจ้าตลาดในปัจจุบัน จึงไม่น่าแปลกใจทันทีที่ “Robinhood” เปิดตัวและประกาศไม่เก็บค่า GP จึงเกิดกระแสบวกจากฝั่งผู้ประกอบการร้านอาหารตามมา ดังนั้น มาชวนวิเคราะห์กันหน่อยว่า “Robinhood” มีข้อน่าสนใจอะไรบ้าง และเหมาะกับร้านอาหารประเภทไหน  “Robinhood” ผู้ใจดี ฟรี และจ่ายเร็ว เตรียมเปิดทดลองให้บริการ ก.ค. จัดเต็ม ส.ค. เป็นต้นไป จับมือ Skootar เปิดพื้นที่ให้บริการเริ่มต้นพื้นที่ กทม. และปริมณฑล  ประกาศชัดไม่ร่วมทำสงครามโปรฯ ค่าส่ง บทสรุป “Robinhood” ผู้ใจดี ฟรี และจ่ายเร็ว จุดเริ่มต้น  “Robinhood” ว่ากันว่าเกิดมาจากช่วงโควิด คุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO ของ SCB ต้องใช้ชีวิต Work From Home เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ และได้ใช้บริการสั่งอาหารผ่านแอพฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่ ทำให้ได้รู้จุดปัญหาของร้านอาหารมีต่อผู้ให้บริการแอพฯ เช่น ปัญหาการเก็บค่าธรรมเนียม หรือ GP 30-35% ซึ่งในมุมผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะ SME เป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่สูงกระทบต่อกำไรโดยตรง และอีกหนึ่งปัญหาคือ ระยะเวลาในการจ่ายเงินค่าออเดอร์ให้กับร้านอาหารที่ปัจจุบันแต่ละแอพฯ มีช่วงเวลาค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับความจำเป็นในการหมุนกระแสเงินสดของธุรกิจ SME ทำให้คุณอาทิตย์เกิดความคิดในการผลิตแพลทฟอร์มที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการขึ้นมา จึงเกิดเป็น “Robinhood” แอพฯ น้องใหม่ภายใต้บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยสัดส่วนการถือหุ้น SCB ถือหุ้น เพอร์เพิล เวนเจอร์ส ทั้ง 100% และได้มือดีมาเป็นผู้บริหารคือคุณธนา เธียรอัจฉริยะ ชูจุดขาย ดังนี้  ไม่เก็บค่า GP สมัครฟรี ออเดอร์สำเร็จ ร้านอาหารได้รับเงินภายใน 1 ชม. เข้าถึงบริการต่าง ๆ ของ SCB ได้สะดวก เตรียมเปิดทดลองให้บริการ ก.ค. จัดเต็ม ส.ค. เป็นต้นไปหลังประกาศเปิดตัว  “Robinhood” SCB ก็ระดมทีมงานเกือบ 100 คน เพื่อพัฒนาแอพฯ ตัวนี้ให้ครบเครื่อง สมบูรณ์มากที่สุด และเตรียมเปิดให้บริการแบบไม่เป็นทางการปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อทดสอบระบบต่าง ๆ ก่อนที่จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในเดือนสิงหาคม โดยในระหว่างนี้มีการเปิดรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้แล้ว  จับมือ Skootar เปิดพื้นที่ให้บริการเริ่มต้นพื้นที่ กทม. และปริมณฑล            ในส่วนของการขนส่งหรือไรเดอร์ ทาง SCB ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Skootar หนึ่งในสตาร์ทอัพไทยที่ให้บริการส่งเอกสารในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่ง Skootar มีคนขับในสังกัดประมาณ 10,000 ราย แม้จะไม่เคยให้บริการด้านขนส่งฟู้ดมาก่อน แต่ด้วยประสบการณ์และระบบพื้นฐานต่าง ๆ ที่ Skootar มีอยู่รวมถึงที่จะพัฒนาร่วมกับ SCB เพื่อขับเคลื่อน “Robinhood” ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะลงสนามนี้ จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างในช่วงแรกเพราะ Skootar ไม่มีเครือข่ายให้บริการทั่วประเทศ แต่ระดับ SCB ถ้าจริงจังก็คงไม่หยุดอยู่แค่พื้นที่ กทม. และปริมณฑลเท่านั้น เป้าหมายให้บริการทั่วประเทศคงตามมาภายในไม่ช้า  ประกาศชัดไม่ร่วมทำสงครามโปรฯ ค่าส่ง มีหลายคนจับตาดูว่า แบงค์ใหญ่อย่าง SCB ลงมาเล่นตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่จะก่อให้เกิดสงครามโปรโมชั่นลดราคาค่าส่งเพื่อแข่งขันกับเจ้าตลาดหรือไม่ คำตอบที่ออกมาจากฝ่ายผู้บริหาร SCB มีความชัดเจนว่า จะไม่ลงไปแข่งขันลดราคาค่าส่งอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้เป็นผลดีต่อระบบตลาด แต่สิ่งที่ “Robinhood” จะทำคือ ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการฝั่งร้านอาหารอยู่รอดในตลาดเดลิเวอรี่โดยที่เขาไม่ต้องลดคุณภาพ หรือลดปริมาณอาหาร ลูกค้าได้รับสินค้าในคุณภาพ และปริมาณเช่นเดียวกับการรับประทานที่ร้าน เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า  แล้วอะไรคือจุดขายดึงคนมาใช้บริการสั่งอาหารกับ “Robinhood”            เมื่อไม่แข่งขันทำโปรฯ จูงใจผู้บริโภคคนสั่งอาหาร จึงเป็นคำถามให้ต้องคิดตามมาว่า แล้วจะถูกใจคนใช้บริการฝั่งผู้บริโภคได้เหรอ ในเมื่อเวลานี้ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ต้องยอมรับความจริงว่า ลูกค้าเสพติดการ Subsidize ค่าส่งไปแล้ว อย่าลืมว่าในยุคแอพฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่เพิ่งเกิดก็ใช้โมเดลให้ผู้สั่งออกค่าส่ง จนกระทั่งเกิดการแข่งขันเข้ามาและมีการปรับโมเดลธุรกิจมาเป็นให้ร้านค้าเป็นฝ่าย Subsidize ค่าส่งซึ่งเป็นที่มาของค่า GP จนทำให้โมเดลให้ผู้สั่งออกค่าส่งแทบจะตายไป แต่ดูเหมือน “Robinhood” เลือกที่จะกลับไปใช้สูตรดั่งเดิมคือให้ผู้สั่งออกค่าส่ง จึงเป็นคำถามตัวโต ๆ ว่า แล้วจะโอเหรอ แนวทางที่หนึ่งที่ “Robinhood” อาจเลือกมาใช้ก็คือ ชวนให้ร้านเป็นผู้ Subsidize ค่าส่ง โดยในเมื่อไม่ต้องเสียค่า GP แล้ว ก็เอารายจ่ายส่วนนั้นมาเป็นค่าส่งส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้ผู้สั่งต้องเสียค่าส่งเต็ม ๆ แทนที่ของเดิมใช้แอพฯ อื่นโดน 30-35% ก็จัดโปรฯ ช่วยค่าส่งไม่ต้องถึง 30% ร้านเองก็ยังเหลือกำไร  บทสรุป การเปิดตัว  “Robinhood” ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อวงการธุรกิจร้านอาหาร แม้ในแง่การแข่งขันกับเจ้าตลาดเราอาจจะไม่ได้เห็นการห้ำหั่นกันดุเดือด แต่ในมุมผู้ประกอบการร้านอาหาร ด้วยข้อเสนอที่เปิดตัวมาก็พร้อมเทใจไปให้กับ “Robinhood” ถามว่าร้านประเภทไหนบ้างที่เหมาะเข้าร่วม คำตอบคือได้หมด เพียงแต่จุดที่ต้องตั้งคำถามเผื่อไว้ก็คือ  พื้นที่การส่งยังมีจำกัดในระยะแรก ครอบคลุมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลบางส่วน ด้วยโมเดลไม่เก็บ GP ทำให้ไม่มีการ Subsidize ค่าส่ง จะเป็นโจทย์ยากสำหรับการใช้บริการของฝั่งลูกค้าคนสั่งอาหารหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยข้อมูลเท่าที่มีออกมา ณ เวลานี้ก็ต้องบอกว่า ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดโมเดลธุรกิจของ “Robinhood” บทวิเคราะห์นี้ก็เป็นเพียงมุมคิดตามข้อมูลที่มี แต่เชื่อเถอะว่า ระดับแบงค์ถ้าคิดจะลงทุนทำอะไรสักอย่างคงไม่ใช่เป็นแค่เรื่องทำเอามันส์ ทำเอาใจอย่างแน่นอน เพราะทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปต้องตอบคำถามของนักลงทุน ผู้ถือหุ้นได้ด้วยว่า ทำไปเพื่ออะไร ดังนั้น งานนี้จับตาดูกันต่อไปว่า “Robinhood” จะเป็นจอมโจรผู้ใจดีจริงหรือไม่ สำหรับร้านอาหารที่สนใจสมัคร “Robinhood” สมัครได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ สาขา SCB, onboard.robinhood.in.th และ คอลเซ็นเตอร์ 02-777-7564 เครดิตรูปภาพจาก : SCB และ SKOOTAR คลิกอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่  ผ่าน App Food Delivery หรือขี่มอเตอร์ไซต์ส่งเอง แบบไหนดีกว่ากัน?  ต้นทุนแฝงและปัญหาที่ตามมาเมื่อเข้าระบบ Delivery ถ้าไม่รู้ร้านพัง!  การตลาดออนไลน์ เครื่องมือแก้ปัญหาทำเลไม่ทำเงิน ยิง Ads Facebook อย่างไรให้เพิ่มยอดขายเท่าตัว! 

สูตรอาหารเพิ่มเติม
เมนูที่ร้านเยอะเกินไปไหม? แชร์วิธีตัดเมนูอย่างไรให้ยอดขายพุ่ง?

เมนูที่ร้านเยอะเกินไปไหม? แชร์วิธีตัดเมนูอย่างไรให้ยอดขายพุ่ง?

โดยปกติแล้วทุก ๆ 1 ปีร้านอาหารควรจะมีการประเมินรายการเมนูอาหารที่มีอยู่ในร้านเพื่อทำการปรับเปลี่ยน หรือ Revise ซึ่งการปรับเปลี่ยนเมนูมีผลดีทั้งในด้านช่วยควบคุมต้นทุนและช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านได้ด้วย แต่การจะตัดเมนูใดออก คงเมนูใดไว้ มีข้อพิจารณาอย่างไร มาติดตามกัน เมนูยิ่งเยอะต้นทุนยิ่งสูง ร้านใดเป็นแบบนี้อยู่บ้าง รายการอาหารมีเป็น 10 หน้า แต่ละหน้ามีเป็น 10-20 เมนู ลูกค้าพลิกไปมาก็ตัดสินใจเลือกไม่ถูกว่าจะสั่งอะไรดี มันเยอะไปหมด สุดท้ายจบที่ผัดกระเพรา ราดหน้า ก็สั่งแต่เมนูเดิม ๆ แล้วเมนูที่เหลือกับวัตถุดิบที่ต้องซื้อมารอใช้มันคือต้นทุนทั้งนั้นที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายไปเพื่อรอการขาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจะต้องมีการ Revise เมนูทุก ๆ ปี  เพื่อจะได้ตัดเมนูที่ขายไม่ค่อยได้ออกไปช่วยเซฟต้นทุนวัตถุดิบ  เอาเวลามาโฟกัสกับเมนูที่ขายดี และเมนูกำไรดี ให้ขายได้มากขึ้น หรือพัฒนาเมนูใหม่มาทดแทนเมนูที่ถูกตัดออกไปเป็นการกระตุ้นความสนใจให้กับลูกค้าได้ด้วย จะตัดเมนูไหนออกสถิติยอดขายจะเป็นตัวบ่งบอกเรา ในขั้นตอนการ Revise จะเป็นเรื่องง่ายมากถ้าหากร้านใช้เครื่อง POS (Point Of Sale) เพราะจะสามารถดึงข้อมูลยอดขายตั้งแต่วันแรกของปีจนถึงวันสุดท้ายออกมาดูได้ ว่าเมนูแต่ละรายการมียอดสั่งเท่าไหร่ในแต่ละวัน แต่ละเดือน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ POS แต่หากไม่ได้ใช้เครื่อง POS ก็ต้องทำระบบบันทึกการขายขึ้นมา เก็บรวบรวมบิลออเดอร์ในแต่ละวันบันทึกลงไฟล์ Excel หรือ บันทึกลงสมุด จะแบบไหนก็ได้แต่ขอให้มีการทำบันทึกยอดขายแต่ละวันไว้ เพื่อจะมีข้อมูลนำมาใช้ทำการ Revise เมนู  แค่ดูยอดขายยังไม่พอ ต้องเจาะให้ลึกถึงต้นทุนจึงจะตัดสินใจตัดทิ้งได้ ไม่ใช่แค่ดูว่าเมนูไหนขายดี ขายไม่ดีแล้วจะตัดออกทันทีได้มันง่ายไป เพราะบางที เมนูที่ขายดี ๆ อาจไม่ใช่เมนูทำกำไรดีก็ได้ ส่วนเมนูที่นาน ๆ จะขายออกสักทีอาจเป็นเมนูที่ทำกำไรให้เราได้ดีกว่าเมนูขายดี ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการตัดสินใจตัดเมนูออก คงเมนูไว้ ก็คือ การทำต้นทุนอาหารในแต่ละจาน เมื่อผู้ประกอบการมีต้นทุนอาหารแต่ละจาน แต่ละเมนูแล้ว รู้สถิติยอดขายแต่ละเมนูแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป เรียนรู้เทคนิคการคำนวณต้นทุนอาหารต่อจานแบบมืออาชีพ  ในคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี คลิก  ขั้นตอนสุดท้ายใช้สูตร BCG Matrix  เมื่อเรารู้ข้อมูลการขายแล้ว มีข้อมูลต้นทุนอาหารแต่ละจานแล้ว นำข้อมูลทั้ง 2 มาจัดหมวดหมู่รายการอาหารโดยใช้สูตร  BCG Matrix จัดกลุ่มอาหารออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้  1 Cash Cow ยอดขายสูง กำไรต่ำ ฟังดูดี แต่เมื่อมองที่ยอดขายแล้วจะพบว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มประเภทแทบจะเหนื่อยฟรี ขายดีแทบตายแต่กำไรนิดเดียว สิ่งที่ต้องทำกับเมนูกลุ่มนี้คือ พิจารณาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ 2 Star ยอดขายสูง กำไรสูง เมนูกลุ่มพระเอกของร้าน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ต้องทำอะไรกับเมนูกลุ่มนี้ เพราะวันดีคืนดีเมนูกลุ่มนี้ก็อาจย้ายไปอยู่ในกลุ่มอื่น ๆ ได้ สิ่งต้องทำคือ รักษามาตรฐาน คุณภาพไว้ให้ได้ พัฒนาเมนูในหมวดนี้ใหม่ ๆ ออกมาเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ ที่สำคัญให้นำเมนูในหมวดนี้ มาทำเป็นเมนูแนะนำ เพื่อให้ลูกค้าสั่งประจำ 3 Dogs ยอดขายต่ำ กำไรต่ำ กลุ่มนี้แหละที่จะต้องพิจารณาว่า ควรจะเอาไว้หรือไม่ถ้าพบว่า วัตถุดิบที่ใช้กับเมนูหมวดนี้เป็นวัตถุดิบเฉพาะ ใช้กับเมนูหมวดอื่นไม่ได้ควรตัดเมนูนั้นออก เพื่อลดภาระต้นทุนและป้องกันการเกิด Waste 4 Question Marks ยอดขายต่ำ กำไรสูง เป็นเมนูกลุ่มเสียโอกาสของร้าน ซึ่งผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาสาเหตุให้ได้ว่า ทำไมลูกค้าไม่สั่ง เพราะหากเกิดการสั่งเมนูกลุ่มนี้มากขึ้น ร้านก็จจะทำกำไรเพิ่มขึ้นนั่นเอง  ตัดได้แล้วยังไม่จบ ต้องปรับเล่มเมนูใหม่ให้ดู Wow ด้วยและนี้ก็เป็นขั้นตอนของการทำ Revise เมนู คราวนี้เมื่อเราตัดเมนูออกไปได้แล้ว และรู้ด้วยว่ามีหมวดหมู่เมนูใดที่ร้านเสียโอกาสทำกำไรไปบ้าง สิ่งที่จะต้องปรับต่อมาคือ รูปเล่มเมนูอาหาร ควรทำหน้าเมนูแนะนำ ทำหน้าเมนูขายดี โชว์เฉพาะรูปภาพเมนูที่เราต้องการจะขายให้ดูเด่นเห็นชัด ๆ  รวมไปถึงทำสื่อแนะนำติดหน้าร้าน และวางบนโต๊ะ เพื่อสะกดให้ลูกค้าจดจำสนใจสั่ง และที่สำคัญมาก ๆ ขาดไม่ได้ก็คือต้องสอนพนักงานให้เชียร์ขายด้วย คลิกอ่านบทความอื่นได้ที่นี่ ที่นั่งร้านอาหารจำกัด ต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรให้ยอดขายเพิ่ม  ลดได้ กำไรเพิ่ม! ชวนคุณมา “Lean ทั้งร้าน” ลดโอกาสเงินหาย กำไรติดลบ “Meal Kits” ช่องทางสร้างรายได้ใหม่ของร้านอาหาร  Save ต้นทุน สร้าง Cash Flow ทางรอดร้านอาหาร คลิกอ่านบทความน่ารู้ จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี  มือใหม่เปิดร้านอาหาร  การจัดการร้านอาหาร  การตลาดเพื่อธุรกิจร้านอาหาร  บทสัมภาษณ์ร้านอาหาร  ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ในการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์  สูตรอาหาร

สูตรอาหารเพิ่มเติม
เปิดร้านวันนี้กี่เดือนคืนทุน ข้อมูลที่ผู้ประกอบการต้องรู้ !

เปิดร้านวันนี้กี่เดือนคืนทุน ข้อมูลที่ผู้ประกอบการต้องรู้ !

จุดเริ่มต้นการทำร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มของหลาย ๆ คนมักเริ่มมาจาก Passion (แพสชัน) และมักจบลงด้วยคำว่า “เจ๊ง” หรือไม่ก็เหนื่อยแทบตายแต่ไม่มีกำไร Passion ค่อย ๆ หายไปกลายเป็นความทุกข์แทน นั่นเพราะการทำร้านอาหารแค่ Passion ไม่พอแต่ต้องมี Mission ด้วย จึงจะมีโอกาสสำเร็จ โดยเฉพาะก้าวแรกก่อนการลงทุน ผู้ประกอบการจะต้องประเมินให้ได้ก่อนว่า การลงทุนทำร้านครั้งนี้มีโอกาสทำกำไร และคืนทุนได้คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่ ซึ่งหลาย ๆ คนอีกเช่นกันไม่ได้ทำสิ่งนี้นั่นหมายความว่า เป็นการลงทุนแบบไม่รู้อนาคต แต่หากว่าที่ผู้ประกอบการได้มีการทำวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงิน หรือ Financial Feasibility จะทำให้ประเมินความเป็นไปได้ของการคืนทุน และได้คำตอบเบื้องต้นว่า ควรลงทุนทำร้านหรือไม่ สิ่งแรกต้องรู้คือ แหล่งใช้ไปของเงินทุน ข้อมูลชุดแรกที่ว่าที่ผู้ประกอบการต้องใช้เพื่อประกอบการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงิน คือ แหล่งใช้ไปของเงินทุนว่าเงินทุนที่มีต้องใช้ไปกับอะไรบ้าง จำนวนสัดส่วนเท่าไหร่ ดังนี้  เงินลงทุนสร้างร้าน ประกอบไปด้วยอะไรบ้างแจกแจงมาให้ครบ เงินทุนหมุนเวียน ที่จำเป็นต้องมีให้เพียงพอเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินของร้าน เงินทุนส่วนนี้ก็จะถูกนำมาใช้เพื่อให้ร้านดำเนินกิจการต่อไปได้ ค่าใช้จ่ายดำเนินงานก่อนเปิดร้าน มีอะไรบ้างที่ต้องใช้ เช่น ค่าการตลาด ค่าใช้จ่ายในการสำรวจทำเล หรือแม้แต่การไปนั่งร้านอาหารอื่น ๆ เพื่อหา Inspiration ก็รวมอยู่ในส่วนนี้ ค่าที่ปรึกษา ค่าเรียนรู้ต่าง ๆ ก็เช่นกัน เมื่อเรารู้แล้วว่าเงินที่จะใช้ลงทุนจะหมดไปกับอะไรบ้าง เราก็จะได้เงินสำหรับงบประมาณทำร้านตั้งต้นสำหรับนำไปใช้วิเคราะห์ต่อว่า แล้วร้านที่เราจะลงทุนทำนี้จะ มีโอกาสทำยอดขายได้คุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ ซึ่งข้อมูลที่จะใช้ทำการวิเคราะห์ก็มาจาก การศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาดว่า ร้านนี้จะสามารถทำรายได้ได้เท่าไหร่ ข้อมูลค่าใช้จ่ายประมาณการต่าง ๆ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เมื่อเราได้ข้อมูลชุดนี้ก็นำมารวมกัน โดยเอารายได้ประมาณการมาลบกับค่าใช้จ่ายประมาณการ ก็จะออกมาเป็นกำไรสุทธิ ซึ่งยังไม่ใช่กำไรที่เป็นตัวเลขจริง ๆ เพราะกำไรสุทธิเป็นกำไรทางบัญชี ซึ่งกำไรในความหมายนี้อาจอยู่ในรูปของสินทรัพย์ เช่น อาคาร อุปกรณ์ ตัวเลขที่เราจะต้องหาอีกตัวหนึ่งคือ กระแสเงินสดสุทธิ คือ รายรับจริง และรายจ่ายจริง เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละวัน ๆ เรามีกระแสเงินสดสุทธิเป็นเท่าไหร่บ้าง ข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้รู้ว่าร้านที่เราจะลงทุนนี้ใช้เงินลงทุนไปเท่านี้ จะได้รายรับกลับมาเท่าไหร่ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี และต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะได้เงินสดสุทธิเท่ากับจำนวนเงินทั้งหมดที่เราลงทุนไป สิ่งสำคัญที่สุดของการทำประเมินนี้อยู่ที่ข้อมูลในการวิเคราะห์ต้องเป็นข้อมูลจริงไม่ใช่คาดเดาเอาเอง           เป้าหมายของการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินก็เพื่อจะให้เรารู้ผลตอบแทน 4 ข้อ คือ    รู้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน มาจาก กำไรสุทธิ/เงินลงทุน รู้ระยะเวลาคืนทุน จากเงินลงทุนที่ลงไปจะต้องใช้ระยะเวลากี่เดือน กี่ปี จึงจะคืนทุน รู้มูลค่ากระแสเงินสดสุทธิ คือเงินที่เราได้รับในอนาคตย้อนกลับคืนมาเป็นมูลค่าปัจจุบันเมือเทียบกับเงินลงทุนตอนนี้อะไรมีมูลค่ามากกว่ากัน รู้อัตราผลตอบแทนที่เราลงทุนไป ในอนาคตจะมีผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์บริหารเงินลงทุนอย่างไร ไม่ให้งบประมาณบานปลาย   มาเจาะในรายละเอียดของงบการลงทุนกันสักหน่อยว่า ในการจะกำหนดงบส่วนนี้ และบริหารงบให้ไม่บานปลายจะต้องทำอะไรบ้าง ก่อนอื่นเลยเราต้องรู้ว่าจะทำร้านแบบไหน คอนเซ็ปต์ร้านเป็นแบบใด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือใคร ขนาดร้านเท่าไหร่ ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ เป็นข้อมูลตั้งต้นก่อน จากนั้นก็มาดูรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ  เช่น ค่ามัดจำ ถ้าหากเป็นที่เช่า ต้องจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่ มีค่ามัดจำเท่าไหร่ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพลาดลืมคิดถึงค่ามัดจำทำให้คำนวณเงินลงทุนผิดพลาดไป เช่น เราเตรียมเงินทุนทำร้านไว้ 100,000 บาท แต่ผู้ให้เช่าเรียกเงินมัดจำล่วงหน้า 4 เดือน ๆ ละ 100,000 บาท เท่ากับ 400,000 บาท ปัญหาเกิดทันทีเพราะเราไม่ได้เตรียมเงินส่วนนี้ไว้ ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการเช่าให้ถี่ถ้วน ค่าออกแบบและตกแต่ง ควรตั้งงบประมาณการออกแบบตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบร้าน โดยให้ตั้งงบประมาณเงินลงทุนค่าออกแบบ ตกแต่งออก 2 ช่วงงบประมาณ คือ ประมาณการขั้นต่ำ กับ ประมาณการขั้นสูง เพื่อที่เราจะได้มีช่องว่างในการขยับปรับงบประมาณให้เหมาะสมได้ ค่าอุปกรณ์ห้องครัว อุปกรณ์งานบริการต่าง ๆ จะต้องลงรายละเอียดให้ชัดว่าต้องใช้รายการอะไรบ้าง ซึ่งเราสามารถคุยบอกความต้องการของเรากับนักออกแบบภายใน หรือ สถาปนิคเพื่อให้เขาทราบงบประมาณที่เราตั้งไว้ เขาจะได้ออกแบบให้เหมาะกับงบประมาณและอยู่บนพื้นฐานความต้องการของเราด้วย ค่าสื่อโฆษณา เป็นอีกหนึ่งจุดที่มักจะพลาดไม่ได้คิดกันตั้งแต่แรกของการกำหนดงบ แต่มักจะมาคิดทีหลังทำให้ต้องเพิ่มงบ ส่วนนี้ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนแต่แรกเลยว่า จะทำสื่อโฆษณารูปแบบใด ประเภทไหนในสัดส่วนเท่าไหร่ ป้ายหน้าร้านมีลักษณะอย่างไร เป็นต้น ค่าวัตถุดิบในการเปิดร้าน ข้อนี้ก็เช่นกัน SME ส่วนใหญ่จะควักกระเป๋าจ่ายในภายหลัง ไม่ได้กำหนดไว้ในงบลงทุนแต่แรก ต้องระบุไว้เลยว่า ต้องใช้เงินในการจ่ายค่าวัตถุดิบสำหรับเปิดร้านจำนวนเท่าไหร่ เพื่อจะได้วางแผนจัดการวัตถุดิบได้เหมาะสม ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการเปิดร้าน เช่น สารพัดใบอนุญาต แม้อาจไม่ได้เป็นจำนวนเงินที่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในรายการลงทุนที่ต้องจัดไว้ในงบลงทุนเช่นกัน ค่าพนักงานก่อนเปิดร้าน ข้อนี้หลายคนอาจเกิดคำถามว่า มีด้วยเหรอร้านยังไม่เปิดทำไมต้องจ่ายค่าจ้างพนักงาน อย่าลืมว่าเราต้องมีการรับสมัครงาน คัดพนักงานเข้ามาเพื่อทำการเทรนนิ่งเขาก่อนเพื่อเตรียมให้พร้อมสำหรับการเปิดร้านก็ต้องจ่ายค่าแรงให้กับเขาด้วย ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ามัดจำมิเตอร์ ค่ากระดาษ ปากกา อื่น ๆ จิปาถะ ต้องรวบรวมให้หมด ค่าเงินทุนสำรอง ควรเตรียมส่วนนี้ไว้ด้วย เผื่อไว้ในกรณีเปิดร้านใหม่ ๆ ยังไม่มีลูกค้ารู้จัก รายได้ยังไม่เกิด แต่ค่าใช้จ่ายเกิดทุกวัน ก็ต้องมีเงินทุนสำรองสำหรับนำมาจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อให้ร้านเปิดได้ในระยะเวลาหนึ่ง อย่างน้อยควรมีเงินส่วนนี้กันไว้ 3 เดือนขึ้นไป ยกตัวอย่างการคำนวนหาอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เมื่อทราบแล้วว่า การวิเคราะห์การลงทุนนั้นมีรายละเอียด รายการอะไรบ้างที่ต้องนำมาพิจารณา คราวนี้ลองมายกตัวอย่างให้เห็นภาพกัน สมมติว่าจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วร้าน ๆ นี้ใช้เงินลงทุนไปทั้งสิ้น 9,000,000 บาท โดยจากการเก็บข้อมูลการตลาดพบว่าร้าน ๆ นี้จะมีลูกค้า 3,000 คนต่อเดือน หรือ 100 คนต่อวัน และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 400 บาท ก็จะเท่ากับว่า ร้านนี้จะมีรายได้ต่อเดือนเท่ากับ 1,200,000 บาท โดยต้นทุนอาหารของร้านอยู่ 35% เท่ากับ 420,000 บาท มีค่าใช้จ่ายรวมอื่น ๆ เช่น ค่าเงินเดือน ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ อยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท ยอดขายต่อเดือน             1,200,000 บาทต้นทุนอาหารต่อเดือน       420,000 บาทค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน      500,000 บาท= กำไรต่อเดือน               280,000 บาทถ้าเป็นกำไรต่อปี =           3,360,000 บาทนำข้อมูลนี้มาคำนวณหาอัตราผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ดังนี้   สูตรการคำนวณ = กำไรสุทธิ หารด้วย เงินลงทุน คูณด้วย 1003,360,000 / 9,000,000= 0.3733 x 100= 37.33% ต่อปี คำถามคือ 37.33% ต่อปี มันมากหรือน้อย ก็ให้เราลองคิดดูว่า ถ้าเรานำเงิน 9,000,000 บาท ไปฝากธนาคารในอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน หรือนำไปลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ เราจะได้ผลตอบแทนต่อปีได้เท่ากับ 37.33% หรือไม่ และถ้าอยากทราบต่อว่าจะคืนทุนในระยะเวลาเท่าไหร่ก็ให้คำนวณ ดังนี้ สูตรการคำนวณระยะเวลาคืนทุน = จำนวนเงินลงทุน หารด้วย กำไรสุทธิ เงินลงทุนร้าน 9,000,000 / 280,000 = 32.14 เดือน หรือ 2.68 ปี ถ้าเราคิดว่าด้วยเงินลงทุน 9 ล้านบาทใช้เวลาคืนทุน 2 ปีกว่า ๆ อยู่ในระดับที่รับได้ก็ลุยลงทุนได้เลย แต่ถ้าคิดว่านานเกินไปอยากให้คืนทุนไวกว่านี้ แนวทางหนึ่งก็ต้องกลับไปทบทวนเงินลงทุนว่าสามารถปรับลดลงได้ระดับใด เป็นต้น   ทั้งนี้ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่สำคัญและผู้คิดจะลงทุนทำร้านอาหารควรรู้อีกหลายประเด็น ซึ่งทุกเรื่องมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน และการปรับรูปแบบการลงทุนให้เหมาะสมคืนทุนในระยะเวลาที่ต้องการ รายละเอียดทั้งหมดสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จากหลักสูตรการศึกษาความเป็นไปได้ธุรกิจร้านอาหาร สนในเรียนรู้ฟรี คลิก คลิกอ่านบทความน่ารู้ จากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี รวมแหล่งความรู้ Food Delivery สู้วิกฤต มือใหม่เปิดร้านอาหาร  การจัดการร้านอาหาร การตลาดเพื่อธุรกิจร้านอาหาร  บทสัมภาษณ์ร้านอาหาร  การเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ สูตรอาหาร ข่าวสาร และ สิทธิพิเศษสมาชิก Zero Food Waste

สูตรอาหารเพิ่มเติม
สรุปมาตราการ "เปิดร้านอาหาร" ทั้งในห้าง และ Stand Alone

สรุปมาตราการ "เปิดร้านอาหาร" ทั้งในห้าง และ Stand Alone

ถึงตอนนี้ร้านอาหารก็เปิดให้บริการได้เกือบครบทุกประเภทแล้ว จะยังเหลือก็แต่ร้านประเภทผับ บาร์ที่ยังต้องรอเวลาท้ายสุด แต่ทั้งหมดก็เป็นการเปิดแบบไม่ฟูลออฟชั่น เพราะยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ศบค. และมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ ซึ่งก็มีอยู่หลายข้อ และมีความต่างกันในรายละเอียดสำหรับร้านอาหารในห้างฯ  และร้านอาหารพื้นที่นอกห้างฯ ที่อาจยังมีผู้ประกอบการสับสนอยู่บ้าง จึงจะมาสรุปมาตรการและขอแนะนำต่าง ๆ สำหรับร้านอาหารในห้าง และ stand alone กันอีกครั้งว่ามีอะไรบ้าง สรุปมาตราการ/ข้อแนะนำเปิดร้านอาหารทั้งในห้าง และ stand alone มาตรการของกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ข้อแนะนำจากกรมอนามัย ไทยชนะ.com แพลตฟอร์มสำหรับห้าง ร้าน ลูกค้า เก็บข้อมูลป้องกันโควิด สรุปมาตราการ/ข้อแนะนำเปิดร้านอาหารทั้งในห้าง และ stand alone   ตามข้อกำหนดของ ศบค. ที่ประกาศลงเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 63 มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร ดังนี้  มาตรการควบคุมหลัก - ทำความสะอาดพื้น, พื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน - ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า - ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค - ให้เว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ และระหว่างที่นั่ง รวมถึงระยะห่างระหว่างการเดินอย่างน้อย 1 เมตร - ให้ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ มิให้แออัด มาตรการเสริม - มีมาตรการคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด สำหรับผู้ประกอบการ พนักงานบริการ และผู้ใช้บริการ ตามขีดความสามารถ - ลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน - งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานที่จำหน่ายอาหาร - จัดให้มีพื้นที่รอคิวที่มีที่นั่งหรือยืน ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร - อาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ได้ตามความเหมาะสม หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ได้ โดยทั้งมาตรการหลัก และมาตรการเสริมของ ศบค. นี้ ใช้ปฏิบัติทั้งร้านอาหารในห้าง และ stand alone ซึ่งร้านที่ยังถูกล็อคดาวน์ต่อไปก็คือ ร้านกลุ่มผับ บาร์ ซึ่งทุกข้อนี้เป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานที่ร้านอาหารทุกประเภทต้องดำเนินการ คราวนี้มาดูมาตรการข้อกำหนดของ กทม. บ้าง (ทั้งนี้ข้อกำหนดของแต่ละจังหวัดอาจแตกต่างกันแต่พื้นฐานจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการหลัก และมาตรการของ ศบค และอาจมีมาตรการที่เข้มข้นกว่าได้)  มาตรการของกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร - ร้านอาหาร จัดที่นั่งให้มีระยะห่างกัน 1.5 เมตร - ร้านต้องตรวจอุณหภูมิพนักงานและลูกค้าทุกคน - การเข้าแถวซื้ออาหารต้องเว้นระยะ 1.5 เมตร อย่างเคร่งครัด - ร้านชาบู สุกี้ ปิ้งย่าง ห้ามให้ลูกค้าปรุงอาหารเอง ให้สั่งอาหารและมีพนักงานมาเสิร์ฟ -  ร้านข้าวแกง จัดให้มีแผ่นใสกันระหว่างลูกค้ากับถาดอาหาร - ร้านบุฟเฟ่ต์ งดให้บริการในรูปแบบที่ให้ลูกค้าตักอาหารเอง ให้สั่งจากรายการอาหาร - ห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในร้าน และลูกค้าไม่สามารถพกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากินในร้านได้ - ร้านต้องจัดให้มีเจลล้างมือ ต้องทำความสะอาดสุขาทุก 1 ชั่วโมง ทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังลูกค้าใช้ - ร้านที่มีแอร์ให้หยุดระบายอากาศทุก 2 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาด ให้ติดป้ายแสดงรอบทำความสะอาดที่หน้าร้าน - พนักงานต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า Face Shield ใส่ถุงมือ ผ้ากันเปื้อน ล้างมือทุกครั้งก่อนปรุงอาหารและให้บริการลูกค้า  ข้อแนะนำจากกรมอนามัย           กรมอนามัยเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ออกข้อแนะนำแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบกิจการร้านอาหาร ผู้สัมผัสอาหาร และผู้ซื้อ/ผู้บริโภคที่มาใช้บริการ มีรายละเอียดดังนี้ แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบกิจการ - จัดให้มีการคัดกรองผู้ประกอบกิจการ ผู้สัมผัสอาหาร และผู้ซื้อ ด้วยวิธีการสังเกตหรือสอบถามอาการ หรือใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ หรือมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่า หรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส แนะนำให้ไปพบแพทย์ -  ทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการ - มีมาตรการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล แผงค้า โต๊ะและที่นั่งรับประทานอาหารการซื้อสินค้าและชำระเงิน อย่างน้อย 1-2 เมตร - จัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการอย่างเพียงพอ -ทำความสะอาด บริเวณพื้นของสถานที่ปรุง-ประกอบ/จำหน่ายอาหาร โต๊ะและนั่งรับประทานอาหาร พื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรืออาจใช้น้ำยาฆ่าเชื้อก่อนและหลังการให้บริการทุกครั้ง หากจัดบริการห้องน้ำ ห้องส้วม ให้เน้นบริเวณจุดเสี่ยง เช่น ที่จับสายฉีดชำระ ที่รองนั่งโถส้วม ที่กดโถส้วม โถปัสสาวะ ก๊อกน้ำ ที่เปิดก๊อกอ่างล้างมือ กลอนหรือลูกบิดประตูเป็นต้น - มาตรการป้องกันการปนเปื้อนสู่อาหาร เช่น อาหารปรุงสำเร็จมีการปกปิดอาหารมิดชิด จัดเก็บสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร และต้องอุ่นอาหารให้ร้อนทุก 2 ชั่วโมง ใช้อุปกรณ์สำหรับการหยิบจับหรือตักอาหาร โดยแยกระหว่างอาหารสุก อาหารดิบ ผัก และผลไม้ ไม่วางอาหารทุกประเภทบนพื้นโดยตรง ไม่ให้ผู้ซื้อใช้มือเปล่า หยิบจับอาหารปรุงสำเร็จพร้อมบริโภค ใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่เหมาะสมตามประเภทอาหาร เป็นต้น - จัดสภาพแวดล้อมในสถานที่จำหน่ายอาหาร เช่น จัดให้มีการระบายอากาศที่เหมาะสม จัดให้มีภาชนะ/อุปกรณ์สำหรับการรับประทานอาหารให้เพียงพอเป็นรายบุคคล เช่น จานอาหาร ช้อน-ส้อม แก้วน้ำ และช้อนกลาง (ประจำตัวบุคคล) จัดบริการกระดาษสำหรับเช็ดปากแบบใช้แล้วทิ้ง จัดทำระบบการสั่งซื้ออาหารหรือจองโต๊ะนั่งรับประทานอาหารล่วงหน้า ระบบชำระเงินออนไลน์ เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกและลดการสัมผัสของผู้ใช้บริการ - กำหนดมาตรการเพื่อลดความแออัด เช่น กำหนดจำนวนคนต่อพื้นที่ กำหนดระยะเวลาที่ใช้บริการนั่งรับประทานอาหาร ไม่จัดกิจกรรมหรือให้บริการที่ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้ใช้บริการ เช่น การแสดงที่มีผู้คน/การแสดงดนตรีสด และงดจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น - จัดให้มีภาชนะรองรับขยะที่มีฝาปิดไว้ภายในบริเวณสถานที่จำหน่ายอาหาร เก็บรวบรวมขยะ และใส่ถุงขยะปิดปากถุงให้มิดชิดก่อนส่งไปกำจัดอย่างถูกต้อง - สื่อสารและประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 เช่น การสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ขั้นตอนการล้างมือที่ถูกต้อง เป็นต้น ผ่านช่องทางต่าง ๆ แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้สัมผัสอาหาร และผู้ปฏิบัติงาน -หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุดปฏิบัติงาน และไปพบแพทย์ทันที - สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติงาน ที่ต้องสัมผัสอาหารทุกครั้ง หลังออกจากห้องส้วม หลังสัมผัสสิ่งสกปรก - มีการป้องกันการปนเปื้อนสู่อาหาร เช่น ผู้สัมผัสอาหารต้องสวมใส่ผ้ากันเปื้อน สวมหมวกหรืออุปกรณ์ ปกปิดเส้นผมในขณะปฏิบัติงาน ปรุง-ประกอบและจำหน่ายอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่เหมาะสมตามประเภทอาหาร อาหารปรุงสำเร็จมีการปกปิดอาหารมิดชิดจัดเก็บสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร และต้องอุ่นอาหารให้ร้อนทุก 2 ชั่วโมง ใช้อุปกรณ์สำหรับการหยิบจับหรือตักอาหารโดยแยกระหว่างอาหารสุก อาหารดิบ ผักและผลไม้ ไม่วางอาหารทุกประเภทบนพื้นโดยตรง ป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อใช้มือเลือกหรือสัมผัสอาหารประเภทเนื้อสัตว์สด/อาหารปรุงสำเร็จพร้อมบริโภคโดยตรง เป็นต้น - ลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการ เช่น การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1 - 2 เมตร มีระบบการสั่งซื้ออาหาร/จองโต๊ะนั่งรับประทานอาหารล่วงหน้า/การชำระเงินแบบออนไลน์มีอุปกรณ์สำหรับรับเงิน เป็นต้น - ผู้ปฏิบัติงานทำความสะอาดและล้างภาชนะอุปกรณ์ ต้องสวมถุงมือยาง ผ้ายางกันเปื้อน รองเท้าพื้นยางหุ้มแข้ง และใช้ปากคีบด้ามยาวเก็บขยะ และใส่ถุงขยะปิดปากถุงให้มิดชิด และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังปฏิบัติงาน เมื่อปฏิบัติงานเสร็จในแต่ละวันให้อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ซื้อ/ผู้บริโภค - สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือ เหนื่อยหอบ งดไปใช้บริการในสถานที่จำหน่ายอาหาร และไปพบแพทย์ทันที - ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังการใช้บริการ - เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร - วางแผนหรือเลือกรูปแบบการซื้ออาหาร เช่น จัดเตรียมเมนูอาหาร การสั่งจองอาหารล่วงหน้าการเลือกซื้ออาหารและใช้บริการจัดส่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ เพื่อความรวดเร็วและลดการสัมผัสกับสถานที่จำหน่ายอาหาร/ผู้สัมผัสอาหาร/ผู้ใช้บริการ www.ไทยชนะ.com แพลตฟอร์มสำหรับห้าง ร้าน ลูกค้า เก็บข้อมูลป้องกันโควิดถึงวันนี้หลายคนคงเริ่มคุ้นเคยกับการลงทะเบียนเข้าห้างฯ ออกห้างฯ เข้าร้าน ออกร้าน เข้าแบงค์ ออกแบงค์ ฯลฯ ผ่านแพลตฟอร์ม “ ไทยชนะ” ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มของรัฐสำหรับใช้เก็บข้อมูลห้าง ร้าน และลูกค้าที่มาใช้บริการป้องกันโควิด กรณีหากพบผู้ติดเชื้อในบริเวณใด ก็จะสามารถรู้ได้ว่า มีใครเข้าใช้บริการในจุดที่ติดเชื้อบ้าง เพื่อนำไปสู่การติดตามตัวมารักษาหรือกักตัวเฝ้าระวังต่อไป รวมถึงระบบจะทำหน้าที่คัดกรองจำนวนคนเข้าร้านและแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งาน บอกให้ทราบถึงจำนวนผู้มาใช้บริการในแต่ละรอบว่าเต็มหรือยัง หรือรับได้อีกกี่คนตามมาตรการลดการแออัด โดยร้านค้าสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com จะมีขั้นตอนให้ดำเนินการต่าง ๆ ทำตามขั้นตอนจนครบก็จะได้รับคิวอาร์โค้ด จากนั้นนำคิวอาร์โค้ดแปะไว้ที่ร้าน หรือโพสต์ตามช่องท่างสื่อสารของร้านให้ลูกค้าทราบ เพื่อให้ลูกค้าสแกนเช็กอิน และเช็กเอาต์ เก็บข้อมูล ทั้งนี้แพลตฟอร์มไทยชนะไม่ได้เป็นข้อบังคับให้ร้านค้าต้องใช้ เป็นเพียงการขอความร่วมมือให้ใช้ เพื่อเป็นส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งกรณีร้านค้าในห้างฯ ก็อาจจำเป็นต้องใช้ตามข้อกำหนดของห้างฯ และทั้งหมดนี้เป็นการสรุปรวบรวมมาตราการ/ข้อแนะนำเปิดร้านอาหาร ทั้งในห้าง และ stand alone โดยลัก ๆ ที่ต้องปฏิบัติก็จะเป็นในส่วนมาตรการควบคุมหลัก และมาตรการเสริมของ ศบค. รวมไปถึงมาตรการข้อห้ามของหน่วยงานท้องถิ่น เช่น กรุงเทพมหานคร ส่วนมาตรการนอกเหนือจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ประกอบการในการจัดทำ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามาใช้บริการ ยิ่งลูกค้ามั่นใจก็ยิ่งเป็นเรื่องดี เพิ่มโอกาสการขายตามมานั่นเอง คลิกอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่นี่ Save ต้นทุน สร้าง Cash Flow ทางรอดร้านอาหาร เช็คสถานะด่วน! ร้านคุณเข้าข่าย “วิกฤต” หรือไม่? ด้วยวิธี P&L 5 วิธีลดต้นทุนอาหาร แต่ไม่ลดคุณภาพ! ยิง Ads Facebook อย่างไรให้เพิ่มยอดขายเท่าตัว! New Normal พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไป ร้านอาหารต้องปรับตัวให้ทัน

สูตรอาหารเพิ่มเติม
เนรมิตรความสุขหลังวิกฤต เตรียมตัวให้พร้อม ในแบบกล่องแสนศุข

เนรมิตรความสุขหลังวิกฤต เตรียมตัวให้พร้อม ในแบบกล่องแสนศุข

กล่องแสนศุข ไม่เพียงแค่เสียงลือเรื่องในรสชาติและบรรยากาศอันดีเลิศในย่านอมตะซิตี้ ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งของร้าน ยังมีเบื้องหลังความสุขในมื้ออาหารที่น่าสนใจ นั่นคือการเอาจริงเอาจังกับการเรียนรู้ถึงทุกอณูของการทำธุรกิจร้านอาหาร โดยเกิดจากความหลงใหลในอาหารของ คุณกล่อง - ไพรัช และ คุณปิ๊ก - สุภมาส คงวิวัฒนากุล โอกาสนี้จะชวนพาเปิดเบื้องหลังกล่องความสุข และการเตรียมพร้อมหลังสถานการณ์ COVID-19 ที่ คุณปิ๊กบอกว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาแน่นอน - เปิดกล่องความสุข - ทำร้านอาหารให้ดีๆ ไม่ใช่ง่าย ...แต่เรียนรู้ได้ - แนวคิดลดต้นทุนด้วยการแยกขยะ - เมนูแห่งความสุข และการกลับมาหลัง COVID-19 - อร่อยเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือมาตรการรักษาความสะอาด เปิดกล่องความสุข ความตั้งใจของคุณปิ๊กคืออยากให้ร้านอาหารแห่งนี้เป็น Destination ของคนรักการรับประทานอาหารอร่อย และเป็นสถานที่ให้ผู้คนในย่านนี้ได้มาใช้เวลาดีๆ ร่วมครอบครัวได้ และพักผ่อนจากการงานได้ ประกอบกับการมองเห็นศักยภาพของพื้นที่จากเมืองที่กำลังขยาย ทำให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจร้านอาหาร และส่วนใหญ่ร้านจะอยู่ในเมืองชลบุรี ไม่ก็ระแวกบางแสนและอ่างศิลา หากมีร้านอาหารบริเวณนี้ กลุ่มลูกค้าก็จะไม่ต้องฝ่ารถติดไป ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไว้รับรองแขกเพื่อนฝูงของผู้ที่ทำงานในอยู่อมตะซิตี้นี้ได้  ส่วน Concept ร้าน คุณปิ๊กก็ได้ทำ Research และวาง Target อย่างรอบครอบ เพื่อจัดบริหารจัดการให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของธุรกิจที่มองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก “ Concept ร้านกล่องแสนศุข มาจาก Research ว่ากลุ่มลูกค้าน่าจะเป็นผู้ชาย เลยวาง Target Group รองรับกลุ่มผู้บริหาร วิศวกร พนักงานโรงงานในอมตะนครระดับบนขึ้นไป จึงตกแตกด้วย Art Deco ที่มีความแข็งแรงของเหล็ก ความมันวาวของกระจก ถ้าเปรียบ Art Deco เป็นผู้ชาย Art Nouveau ก็จะเป็นผู้หญิง เส้นสายของเหล็กมันจะอ่อนช้อย” คุณปิ๊กเล่าถึงไอเดียของกล่องความสุข “Research ด้วยว่ามีประชากรในอมตะนครเท่าไร ก็ทราบว่ามีประมาณ 1.8 แสนคน ถ้าคิดเฉพาะเป็นผู้บริหาร 20% ก็คงจะประมาณ 3.6 หมื่นคน ถ้าถามว่านอกจากคนในอมตะนครแล้วจะมีใคร ก็มีหมู่บ้านอยู่ด้วยจำนวนคนก็มีปริมาณเยอะอยู่เป็นลูกค้าเราได้ ก็เริ่มมองเห็นปริมาณของกลุ่มลูกค้าทั้งหมดของเรา”  ทำร้านอาหารให้ดีๆ ไม่ใช่ง่าย ...แต่เรียนรู้ได้ หลังจากที่ตัดสินใจจะเปิดร้านกล่องแสนศุข แม้ว่าจะมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ แต่เมื่อต้องข้ามสายสู่ธุรกิจอาหาร เสมือนเปิดประตูบานใหม่ที่มีหลายสิ่งให้ต้องเรียนรู้  “เป็นเรื่องใหม่ของเรา เลยยากทุกจุด เราเคยบริหารธุรกิจอื่นมา บริหารคนในโรงงาน 100 กว่าคน แต่พอมาทำร้านอาหารมันคนละเรื่องเลย มีรายละเอียดที่หยุมหยิม เยอะแยะ เรื่องบริหารคน Operation ในครัว, หน้าบ้าน, หลังบ้าน ก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะต้องลงรายละเอียดทั้งหมดเอง  ถามว่า Passion อย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีความรู้ด้วย” เมื่อต้องเปิดร้านเป็นกิจลักษณะ คุณกล่อง ก็ได้เพิ่มพูนความรู้ด้วยการ “เรียนทำอาหาร” ตามหลักมาตรฐาน ส่วน คุณปิ๊ก ได้ไปเรียนด้าน “การบริหารจัดการภายในร้านอาหาร” เมื่อเริ่มต้นเรียนคอร์สแรกกล่องแสนศุขก็เริ่มก่อสร้างไปพร้อมกัน และก็เจอบททดสอบแรกทันที เมื่อแบบร้านต้องแก้แบบใหม่บนโครงการสร้างเดิม “เราเอาสถาปนิกที่เขียนแบบบ้านมาเขียนแบบร้านอาหาร มันก็ไปต่อไม่ได้ คือฟังก์ชันผิดหมดเลย สัดส่วนไม่ได้ ก็ต้องมาดีไซน์กันใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่จะขายอะไร อาหารไทยกี่เปอร์เซนต์ ถึงรู้ว่าจะดีไซน์ครัวอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน” “เพิ่งจะรู้ตอนที่เรียนว่า ครัวที่ดีไม่ใช่ครัวที่ใหญ่ ครัวที่ดีคือเชฟคนเดียวอยู่แค่ตรงนั้นแล้วสามารถทำได้ทุกเรื่อง เชฟต้องหมุนตัวจากเตามาเคาน์เตอร์ แล้วหยิบของใส่กระทะเลย  ไม่ต้องเสียเวลา และไม่เหนื่อยกับการเดิน เราก็เพิ่งเข้าใจ สุดท้ายต้องรื้อแบบ แต่ก็ยังดีที่ทุบน้อยมาก” แนวคิดลดต้นทุนด้วยการแยกขยะ แนวคิดการลดขยะ คืออีกสิ่งที่คุณปิ๊กได้เรียนรู้และช่วยทำให้การบริการจัดการร้านดีขึ้นด้วย “เราต้องขนขยะไปทิ้งวันละ 10-12 ถุง ด้วยเมนูที่ร้านต้องใช้ลูกมะพร้าวเยอะ แล้วสัพเพเหระทั้งกระดาษทิชชู เศษอาหารสด อาหารแห้ง ทิ้งหมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นพอมันหนัก ใส่เยอะไม่ได้ ถุงจะขาด ก็ตกใจว่าเพิ่งซื้อเองทำไมมันหมดอีกแล้ว มานั่งคิดว่าปีหนึ่งเราหมดค่าถุงดำเป็นหมื่นเลย ก็เริ่มมาแยกขยะ พอมาทำจริงๆ จังๆ เหลือขยะทิ้งวันละไม่เกิน 2 ถุง แล้วพอเราแยกขยะก็รู้เลยว่ายังช่วยเช็กสต็อกได้ เมื่อก่อนคือทิ้งรวม ถ้วยน้ำจิ้มหาย ช้อนหาย ส้อม มันหายไปกับเศษอาหาร”  “การลดต้นทุนเหมือนเป็นผลพลอยได้จากเรื่องลดขยะ รู้ว่าตรงไหนไม่ควรเสีย อย่างเมนูข้าวอบสับปะรด ช่วงหนึ่งสับปะรดจะเหลือเยอะ เราก็ทำเป็นอีกเมนู ซึ่งได้ประโยชน์และเป็นรายได้กับที่ร้านอีกทางหนึ่ง” การลดขยะ ไม่ใช่แค่การการรีไซเคิล แยกขยะ หรือจัดการขยะอย่างไรไม่ให้เป็นมลพิษ แต่คือการทำให้เกิดขยะน้อยที่สุด ซึ่งหากร้านอาหารลดการสูญเสียลงได้ นั่นหมายความว่าต้นทุนย่อมลดลงด้วย เมนูแห่งความสุข และการกลับมาหลัง COVID-19 เมื่อถามว่าการเปลี่ยนแปลงหลังสถานการณ์ COVID-19 ผ่านพ้นไป คำตอบจากคุณปิ๊กก็สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างมาก เพราะคุณปิ๊กคิดว่าจะต้องมีอะไรใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นกลับมาอีกครั้งที่เรามีอะไรมากกว่าเดิม  “ตอนนี้ก็กำลังลองทำอะไรหลายอย่างออกมา เช่น มีอีกแบรนด์หนึ่งคือ มาดามปิ๊ก ซึ่งทำเมนูที่ราคาย่อมเยาว์กว่าและไม่มีในร้าน แม้แต่กระทั่งเมนูเล่มเราทำก็ตเตรียมไว้ถ้าเหตุการณ์นี้ผ่านไป ลูกค้ากลับมาอีกครั้งจะเห็นอะไรหลายๆ อย่าง จากที่นี่” นอกจากนี้ คุณปิ๊กยังแชร์ให้ฟังถึงการรับมือกับพฤติกรรมใหม่ของลูกค้าหลังสถานการณ์ COVID-19 ผ่านพ้นไป “การบริการต้องดี ปกติเราใส่ใจเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อหลังสถานการณ์ COVID-19 ผ่านพ้นไป คนจะเปลี่ยนพฤติกรรม ติดการอยู่บ้านมากขึ้น สั่งเดลิเวอรี่มากขึ้นเพราะชินกับการทำแบบนั้นไปแล้ว เราเป็นร้านอาหารที่มีหน้าร้าน ยังคงให้บริการหน้าร้านเป็นหลักอยู่ ต้องปรับให้เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าหาจากที่บ้านไม่ได้ นั้นคือบริการต้องประทับใจมาก มาทานอาหารแล้วมีบริการที่ประทับใจตลอดการรับประทานเดลิเวอรี่อาจจะให้บริการแบบนี้ไม่ได้ ร้านต้องให้มากกว่าให้ได้” ว่าถึงเรื่องเมนูอาหารของกล่องแสนศุข สำหรับจานซิกเนเจอร์ของที่นี่ ที่ยังคงพร้อมต้อนรับลูกค้าอยู่เสมอ แนะนำว่าต้องลองลิ้มรสชาติของ Pasta Mixed Fish Roes with Marinated Seaweed เวลารับประทานจะพบกับเท็กเจอร์ ที่มีทั้งความหนึบหนับของไข่สามอย่าง คือไข่กุ้ง ไข่ปลาค็อต และไข่ปลาบิน ผสมกับสาหร่าย ขณะที่การลวกเส้นก็จะอันเดอร์นิดๆ เพื่อให้มีความหนึบหนับ และแฝงด้วยมีความเผ็ดของพริกแห้ง นอกจากนั้น เมนูอาหารไทยยังมี ข้าวอบสับปะรด, แสร้งว่าไข่หงส์, แกงคั่วใบชะพลูปูขนมจีน, ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน, ข้าวแมว เป็นข้าวคลุกปลาทู ที่นำน้ำอันชัญมาหุงข้าวให้มีสีสันสวยงามและกลิ่นหอม ส่วนอาหารตะวันตก จะเป็นสเต็ก ที่ใช้เนื้อพรีเมี่ยมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งซากะกิว (คุโรเกะวากิว) จากญี่ปุ่น เนื้อเทนเดอร์ลอยน์จากออสเตรเลีย และ US Prime จากสหรัฐอเมริกา Pasta Mix Fish Roes with Marinated Seaweed  /  ข้าวอบสับปะรด ข้าวแมว / แกงคั่วใบชะพลูปูขนมจีน อร่อยเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือมาตรการรักษาความสะอาด แน่นอนว่าเมื่อกลับมาเปิดร้านได้อีกครั้ง สิ่งที่ต้องจัดระบบระเบียบใหม่คือ มาตรการรักษาความสะอาด ซึ่งทางร้านกล่องแสนศุขก็ได้ออก กฎระเบียบใหม่อย่างเข้มงวด และแจ้งให้กับลูกค้าทราบทาง Facebook Fan Page ของร้าน เพื่อขอความร่วมมือและจูนความคาดหวังกันก่อนเข้ามารับบริการ - ก่อนคุณลูกค้าเข้ารับบริการมีการตรวจวัดอุณหภูมิทุกท่าน - ก่อนเข้ารับบริการภายในร้านกรุณาล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ที่ทางเข้า - ทางร้านจัดโต๊ะให้มีการเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ 1.5 เมตร - กรุณาสวมหน้ากากระหว่างรออาหาร - ทางร้านงดบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน ยกเว้นซื้อกลับบ้านตามเวลาที่กฏหมายกำหนด - หลังหยุดบริการทุกช่วง ทางร้านจะปิดแอร์และเปิดประตูให้อากาศถ่ายเทพร้อมทำความสะอาดโต๊ะ ที่นั่ง และพื้นผิวสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ Food grade ทุกครั้ง - มีการทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสเช่น ลูกบิด มือจับบานประตู และอื่นๆ ทุกๆ 1 ชั่วโมง - ทุกครั้งหลังลูกค้าใช้บริการ ทางร้านทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง - ทางร้านเปิดบริการเป็นช่วงเวลา ร้านกาแฟเปิด 10.00 - 19.00น. ร้านอาหารเปิดบริการเวลา 11.00 - 14.00 น. และ 17.00 - 19.30น.  และด้วยมีการเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ 1.5 เมตร ทำให้ปริมาณที่นั่งมีน้อยลง ทางร้านได้แจ้งให้ลูกค้าโทรจองโต๊ะล่วงหน้าด้วย และแม้ว่าร้านกล่องแสนศุขจะกลับมาให้บริการที่หน้าร้านแล้ว Delivery ก็ยังมีให้บริการอยู่เช่นกัน

สูตรอาหารเพิ่มเติม
“Meal Kits” ช่องทางสร้างรายได้ใหม่ของร้านอาหาร

“Meal Kits” ช่องทางสร้างรายได้ใหม่ของร้านอาหาร

หากผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังมองหาแนวทางเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การขายหน้าร้านยังไม่กลับมาทำรายได้ดีเหมือนเดิม “Home Delivery Meal Kits” เป็นอีกหนึ่งกลุ่มตลาดที่น่าสนใจและสามารถสร้างโอกาสทำยอดขายเพิ่มให้กับธุรกิจได้   “Home Delivery Meal Kits” อีกทางเลือกของนักกินในยุคที่การใช้ชีวิตของผู้คนอะไร ๆ ก็ดูจะเปลี่ยนแปลงไม่คุ้นเคยไปหมด แต่การรับประทานอาหารยังคงเป็นเรื่องจำเป็นของชีวิต และเมื่อการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านอาจยังเป็นกังวล การสั่งอาหารปรุงสำเร็จแบบเดลิเวอรี่ก็เป็นเรื่องง่ายไป แต่จะให้ซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารเองก็ยุ่งยากไปอีก  จึงเกิดทางเลือกใหม่ให้กับคนที่อยากทำอาหารรับประทานเองแบบง่าย ๆ แถมยังได้รสชาติแบบเดียวกับเมนูของร้านที่ชอบ นั่นก็คือ “Meal Kits” ชุดวัตถุดิบอาหารสำหรับทำเองที่บ้าน “Meal Kits” อีก 1 โอกาสเพิ่มยอดขายของร้านอาหารยุค New Normal             ด้วยวิถีชีวิตคนเมืองที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ แทบไม่ค่อยมีโอกาสไปเดินตลาดสดเพื่อหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารรับประทานกันเองที่บ้าน แต่จะว่าไปแล้วหลายคนอาจคุ้นเคยกับ “Meal Kits” กันดีอยู่ เพราะตามซุปเปอร์มาร์เก็ตแผนกเฟรชมาร์ทเดี๋ยวนี้ ก็เห็นวัตถุดิบเมนูอาหารประเภทต่าง ๆ ถูกจัดเป็นชุดพร้อมสำหรับให้นำกลับไปปรุง ทั้งวัตถุดิบ น้ำซอส เครื่องปรุง ต่อให้ไม่มีทักษะการทำอาหารเลยก็สามารถทำเมนูสดใหม่รับประทานได้เอง หรือแม้แต่ในตลาดบางแห่งก็มี “Meal Kits” ให้ได้เห็นกัน เช่น ชุดส้มตำที่มีเส้นมะละกอ เครื่องปรุงครบพร้อมสำหรับนำลงครกตำ ๆ ก็แซ่บได้ แต่สำหรับร้านอาหารแล้ว แทบจะเห็น “Meal Kits” น้อยมาก ทั้งที่หากมองในแง่โอกาสการขายร้านอาหารสามารถสร้างโปรดักส์นี้ขึ้นมาได้ไม่ยากเลย เพราะมีความพร้อมทั้งด้านสูตร ด้านฐานลูกค้า อยู่แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนจากการเตรียมอาหารเพื่อปรุงเสิร์ฟในร้าน เป็นเตรียมชุดวัตถุดิบเมนูของร้านให้ลูกค้าซื้อ หรือ สั่งซื้อกลับไปปรุงเองที่บ้าน เพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย ขยายฐานลูกค้าได้ ในมุมลูกค้าถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งที่สามารถปรุงเมนูอาหารจากร้านโปรดด้วยตัวเองรับประทานกันในครอบครัว            ลูกค้ากลุ่มไหนที่เหมาะกับ “Meal Kits” ในอเมริกามีธุรกิจ Start-up ที่ลุยทำตลาด “Meal Kits” โดยเฉพาะมีชื่อว่า Blue Apron หลังจากเปิดตัวในปี 2012 ภายในระยะเวลา 3 ปีคือในปี 2015 Blue Apron มียอดขาย “Meal Kits” กว่า 2 ล้านรายการให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ทำรายได้กว่า 20 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน ส่งผลให้ในปี 2017 Blue Apron เปิดขาย IPO เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และยังดำเนินธุรกิจ “Meal Kits” มาตลอด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Blue Apron คือคนเมืองยุคใหม่ที่เริ่มให้ความใส่ใจกับการกินมากขึ้น และมีความสนใจทำอาหารกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ พอดี ๆ ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบครั้งละมาก ๆ เพื่อทำอาหารแค่เสิร์ฟเดียว Blue Apron จึงทำชุด “Meal Kits” ที่มีปริมาณวัตถุดิบพอเหมาะสำหรับทำเสิร์ฟต่อครั้ง ไม่เหลือวัตถุดิบให้ต้องทิ้งเน่าเสีย สำหรับในบ้านเรา ร้านอาหารก็สามารถเดินตามแนว Blue Apron ได้ จัดเป็นเซ็ทตามปริมาณคน เช่น เซ็ทสำหรับ 1-2 คนต่อเสิร์ฟ กลุ่มลูกค้าก็ไม่ต่างกัน กลุ่มคนเมือง ผู้อาศัยตามคอนโด หอพัก หรือฐานลูกค้าของร้านที่ไม่สามารถเดินทางมารับประทานที่ร้านได้บ่อย ก็สามารถนำเสนอขาย “Meal Kits” ให้สั่งไปทำเองที่บ้านได้ ยกกรณีการทำตลาดของ Blue Apron มาเป็นตัวอย่าง โดย Blue Apron จะเก็บเป็นค่าสมาชิกโดยลูกค้าสามารถเลือกแผนได้ว่าจะรับเป็นขนาดสำหรับกี่คน และรับสัปดาห์ละกี่ชุด โดยเมนูอาหารจะปรับเปลี่ยนในทุกสัปดาห์ สำหรับในบ้านเราก็สามารถทำแบบ Blue Apron ได้เช่นกัน เป็นการผูกปิ่นโตกับลูกค้าโดยสามารถเลือกได้ว่าในแต่ละสัปดาห์ต้องการเมนูอะไรบ้าง สำหรับปริมาณกี่คน หรือหากวิธีนี้ยุ่งยากมากไป ก็เอาแบบเบสิคเลย นั้นคือ ขายผ่านช่องทางออนไลน์ของร้าน และแพลทฟอร์มเดลิเวอรี่ต่าง ๆ โดยอาจเลือกเป็นชุดเมนูขายดีของร้านมาทำ “Meal Kits” ก็ได้             สิ่งสำคัญอย่าลืมบอกวิธีการทำ แม้จะเป็นชุดวัตถุดิบพร้อมปรุงที่ทุกอย่างถูกเตรียมไว้ให้แบบพอเหมาะ แต่ถ้าไม่บอกวิธีการทำมาให้ รสชาติและหน้าตาที่ได้ออกมาอาจไม่เป็นไปอย่างที่คิด ดังนั้นจึงควรบอกวิธีการทำเป็นขั้นตอนให้ทราบด้วย เพื่อให้ได้เมนูอาหารใกล้เคียงกับการรับประทานที่ร้านมากสุด แม้ “Meal Kits” อาจจะไม่ใช่กลุ่มตลาดใหญ่เป็นรายได้หลัก แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าที่ชอบการทำอาหารทานเองอยู่ไม่น้อยที่สามารถเป็นรายได้เสริมให้กับร้านผ่านโปรดักส์ “Meal Kits” ลองนึกดูว่า หากเราเป็นลูกค้าแล้วสามารถปรุงเมนูซิกเนเจอร์ของร้านโปรด รับประทานกันที่บ้านมันจะฟินแค่ไหน และยังทำให้ลูกค้ารู้สึกได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก : ร้าน The Local by Oam Thong Thai Cuisine ร้านถึงแก่น อีสานฟู้ด และเว็บไซต์ Blue Apron คลิกอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่ Save ต้นทุน สร้าง Cash Flow ทางรอดร้านอาหาร เช็คสถานะด่วน! ร้านคุณเข้าข่าย “วิกฤต” หรือไม่? ด้วยวิธี P&L 5 วิธีลดต้นทุนอาหาร แต่ไม่ลดคุณภาพ! ยิง Ads Facebook อย่างไรให้เพิ่มยอดขายเท่าตัว! New Normal พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไป ร้านอาหารต้องปรับตัวให้ทัน

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ต้องสู้ไม่ถอย อีกกี่วิกฤติก็ผ่านได้ กางสูตรทำร้านหมูทอด เจ๊จง ในยุคไวรัส

ต้องสู้ไม่ถอย อีกกี่วิกฤติก็ผ่านได้ กางสูตรทำร้านหมูทอด เจ๊จง ในยุคไวรัส

แม้สถานการณ์จะส่งสัญญาณคลี่คลายลงบางแล้ว ภายหลังมีการผ่อนปรนมาตรการในส่วนของร้านอาหาร แต่ทว่าก็ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทายให้กับเจ้าของกิจการร้านอาหารอยู่ ‘เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง’ ผู้ก่อตั้งร้านหมูทอดเจ๊จงคือหนึ่งในห่วงโซ่ของวิกฤติครั้งนี้ ตั้งแต่ที่ไวรัสเริ่มแพร่ระบาดช่วงต้นปี มาจนถึงตลอดฤดูร้อนที่มีการประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ร้านหมูทอดเจ๊จงยังคงหยัดยืนเปิดกิจการตามปกติทั้ง 12 สาขา โดยปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และมาตรการของรัฐอย่างเคร่งครัด เจ๊จงปรับตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์ รวมถึงเรียนรู้และมองหาโอกาส จนกลายเป็นช่องทางใหม่ๆ อย่าง เปิดท้ายขายข้าว ที่สร้างรายได้ให้กับคนว่างงาน และพยุงโรงงานหมูทอดของตัวเองด้วย เป็นตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวของเจ๊จง ผู้เป็น icon ของคนสู้ไม่ถอย และครั้งนี้ เจ้จง ได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตลอดช่วงเวลากว่าสามเดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารได้เป็นแรงบันดาลใจต่อไป  ปรับตัวเร็ว เปลี่ยนวิธีการขายไว ทำกำไรได้ดีงาม โอกาสใหม่มีอยู่เสมอ เปิดท้ายขายข้าวโปรเจ็กต์ที่เกิดจากปัญหา สูตรการทำร้านอาหารให้อยู่รอดในวิกฤติ COVID-19 ทำธุรกิจที่คิดถึงสังคม ปันสุขจากหมูทอดเจ๊จง ปรับตัวเร็ว เปลี่ยนวิธีการขายไว ทำกำไรได้งาม ร้านหมูทอดเจ๊จงยังคงเปิดขายตามปกติในช่วงสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 แถมยังคงขายดี มีลูกค้ามาเลือกหาของอร่อยๆ รับประทานอยู่ไม่ขาด จนสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นบาทต่อวัน ซึ่งเจ๊จงบอกว่ามาจากการปรับตัวให้รับกับสถานการณ์ และเปลี่ยนการขายใหม่ โดยสรุปวิธีการดังนี้  1.  ปรับหน้าร้าน บางส่วนมีการปรับเปลี่ยนก่อนหน้านั้นแล้วในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นละลอง PM2.5 อย่างเช่นการทำตู้สำหรับใส่อาหาร และหลังจากมีการมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distance) ก็ได้มีการปรับหน้าใหม่ตามมาตรการของรัฐ เช่น การปิดโซนภายในร้านไม่ให้คนภายนอกเข้า มีการทำเส้นแบ่งระยะห่างของการเข้าแถวอย่างชัดเจน จัดทำบัตรคิวเพื่อไม่ให้ลูกค้ามายืนรวมกันและยังทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย 2 ปรับเมนู ยกเลิกเมนูข้าวแกง ขายเฉพาะหมูทอดและของทอดเท่านั้น เนื่องจากเป็นเมนูที่รับประทานง่ายและสะดวก 3. ไม่ปรับลดพนักงาน ปัจจุบันเจ๊จงต้องดูแลพนักงานกว่าร้อยชีวิต ทั้ง 12 สาขาและโรงงานข้าวกล่อง ซึ่งในช่วงวิกฤติ COVID-19 ก็ไม่ได้ปรับลดพนักงานลงแต่อย่างไร ทุกคนยังคงทำงานเช่นเดิม เพียงแต่อาจมีการปรับลดสวัสดิการลงบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ในแต่ละส่วนของร้าน เช่น แต่ละสาขาจะมีผู้จัดการบริหารร้าน ซึ่งบางสาขาที่ยอดขายลดลงก็มีการตัดเบี้ยขยัน (แต่ก็มีเพียง 2 สาขาเท่านั้น) หรือโรงงานข้าวกล่องเจ๊จง ช่วงเดือนเมษายนไม่มีค่าอาหารให้พนักงาน แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นในเดือนพฤษภาคมก็ไม่ตัดแล้ว เป็นต้น หลังจากที่มีมาตรการผ่อนปรนให้ร้านเปิดนั่งรับประทานได้ที่ร้าน หมูทอดเจ๊จงเปิดบริการโดยให้นั่งได้แล้ว 5 สาขา ได้แก่ ราษฎร์บูรณะ, บางบัวทอง, วัชรพล, สมุทรปราการ และ เทพารักษ์ กม.8 ส่วนสาขาต่างๆ คือ พระราม 4 (หลังโลตัส), กรมศุล, พัฒพงษ์, ตึกซัน (วิภาวดี), FYI Center, สามย่านมิตรทาวน์ และ การไฟฟ้า สำนักงานใหญ่ อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์อีกหนึ่งเดือน โดยเฉพาะสาขาพระราม 4 พื้นที่ทั้งหมดของที่นี่ถูกปรับเพื่อรองรับการผลิตข้าวกล่อง จึงเน้นเรื่องความสะอาดและปลอดภัยต้องมาก่อน  โอกาสใหม่มีอยู่เสมอ เปิดท้ายขายข้าว  โปรเจ็กต์ที่เกิดจากปัญหา ตลอดช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภายหลังจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้หลายคนต้อง Work From Home ส่งผลให้ตามตึกอาคารออฟฟิศเงียบเหงาลง ยังกระทบต่อโรงงานข้่าวกล่องเจ๊จง เนื่องจากกลุ่มที่จำหน่ายตามออฟฟิศไม่สามารถขายได้ ทำให้ยอดลดลง 1 เดือนเต็ม จึงเกิดเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ ‘เปิดท้ายขายข้าว’ เปิดท้ายขายข้าว เป็นอีกหนึ่งการปรับตัวให้เข้ากับยุค COVID-19 และยังเป็นการสร้างอาชีพให้กับกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบด้วย เจ๊จงเพิ่มช่องทางไปยังกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ คนขับแท็กซี่ และกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด โดยให้มารับข้าวไปขายตามหน้าหมู่บ้านทั่วกรุงเทพฯ พร้อมแนะนำเทคนิคการขายโดยเจ้จงสอนเอง เรียกได้ว่าเป็นการปรับการขายใหม่ ที่ได้ประโยชน์ถึงสองต่อ ทำให้โรงงานข้าวกล่องเจ๊จงกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ที่สำคัญยังเป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่เดือดร้อนให้มีรายได้ ซึ่งสามารถขายได้ 300-400 กล่องต่อวัน โดยได้กำไรมากถึง 7 บาทต่อกล่อง และอย่างบางรายที่ไม่มีต้นทุนก็สามารถมารับของไปขายก่อนได้ด้วย  สูตรการทำร้านอาหารให้อยู่รอดในวิกฤติ COVID-19 จากการคาดการณ์ของหลายภาคส่วน ยังคงมองว่า COVID-19 อาจจะยังไม่คลี่คลายในเร็ววันนัก ฉะนั้นการที่ร้านอาหารจะสามารถอยู่รอดต่อไปจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวเองให้เท่าทันสถานการณ์ ซึ่งเจ๊จงได้สรุปจากประสบการณ์เอาไว้ดังนี้  ต้องอยู่แบบระมัดระวังคือปฏิบัติตามมาตรการที่ภาครัฐแนะนำ ซึ่งเจ๊จงมองว่าจะทำให้สามารถรอดจากการติดเชื้อไวรัส และกิจการก็จะอยู่รอดต่อไปได้อีกด้วย  เวลาประสบปัญหาให้ปรึกษาผู้รู้ เวลาที่เจ๊จงเกิดปัญหาจะเล่าให้กูรูที่ปรึกษาฟังอยู่เสมอ ไม่อายที่จะบอกว่าตอนนี้เกิดปัญหาที่โรงงาน ยอดลดลง เราขาดทุน จึงมักที่จะได้รับคำแนะนำในการปรับตัว เช่น โปรเจ็กต์เปิดท้ายขายข้าว ที่ช่วยกันคิดในเวลาเพียงสองวัน จนสามารถช่วยให้โรงงานดำเนินการต่อไปได้ และยังช่วยเหลือผู้เดือดร้อนให้มีรายได้อีกด้วย  ไม่โลภเจ๊จงบอกว่า ยามนี้ถ้าเราโลภ แล้วเอาตัวรอดอยู่คนเดียว สุดท้ายมันก็จะไปไม่รอด โดยเฉพาะในยามที่วิกฤติแบบนี้ไม่ควรขายค้าเอากำไรเยอะ คำนี้จะทำให้เราอยู่ในสังคมนี้ได้นาน “สุดท้ายต้องลุกขึ้นมาสู้ จะมัวแต่นั่งท้อไม่ได้ เจ๊เชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก เราต้องพยายามใช้สติ อย่างที่บอกว่าปัญหาบางอย่างต้องหาคนปรึกษา แล้ววิกฤติไม่ใช่จะมีแค่นี้หรอก หมดวิฤตินี้ก็อาจจะมีวิกฤติใหม่เข้ามา ฉะนั้นต้องมองวิกฤติให้เป็นโอกาส แล้วมองให้เป็นประสบการณ์ด้วยว่า ถ้าวันข้างหน้าเกิดอย่างนี้อีก จะได้สอนลูกสอนหลานว่าเราทำอย่างไร และพยายามมองว่าคนที่รอดเขาทำอย่างไร เพราะแบบอย่างมีอยู่เยอะแยะ” ทำธุรกิจที่คิดถึงสังคม ปันสุขจากหมูทอดเจ๊จงขณะที่ร้านหมูทอดเจ๊จงเปิดดำเนินการปกติ และโรงงานข้าวกล่องก็ขับเคลื่อนต่อไปได้ ไม่เพียงเท่านั้นเจ๊จงยังได้มองไปถึงสังคมรอบข้างด้วย โดยได้ร่วมกับโครงการ Chefs for Change นำข้าวกล่องมอบให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคคลากรทางสาธารณสุข เพื่อเป็นแรงในการต่อสู้กับ COVID-19 และแบ่งปันให้กับผู้เดือดร้อนในชุมชนต่างๆ “พี่หนุ่ย ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ชวนเจ๊จงลุกขึ้นมาทำข้าวเพื่อนำไปมอบให้กับคุณหมอและคุณพยาบาล วันละ 1,200 กล่อง แต่ข้อแม้คือเจ๊ต้องออกเงินเอง เจ๊ก็รับปากกว่าได้ พอทำวันแรกก็โพสต์ลงโซเชียล มีเดีย ทำให้มีคนเริ่มเข้ามาร่วมช่วยสมทบทุน ซึ่งมีคนอยากร่วมบุญกับเจ๊เยอะมากๆ” เจ๊จงแจกจ่ายวันหนึ่ง 1,200 กล่อง คิดแล้วเป็นเงินกว่า 3 หมื่นบาท โดยมีการแจกจ่ายความอิ่มอร่อยให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุข รวมทั้งชุมชนในพื้นที่คลองเตยกว่า 20 แห่ง เป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ จำนวนกว่า 5 หมื่นกล่อง ซึ่งกลายเป็นจุดริเริ่มให้มีคนมาร่วมสมทบทุนรวมกว่าล้านบาท “ตอนหลังมีคนที่เป็นสะพานบุญมาร่วมออกเงินให้ ก็กลายเป็นมาซื้อข้าวกล่องเจ๊ไปแจกเยอะมาก สั่งทีนึง 100-1000 กล่อง ซึ่งมีมาทุกวัน แล้วถ้าซื้อไปแจกก็จะคิดราคาพิเศษ 30 บาท บางคนส่งเงินมา 200,000 บาท สั่งให้เอาไปแจกชุมชน ให้เขามารับเอาไปแจกกันเอง พูดง่ายๆ คือซื้อข้าวเจ๊และให้ช่วยบริหารจัดการ เราก็จะมีทีมงานไปติดต่อประธานชุมชน โดยจะแจกวันละ 1,000 กล่อง นอกจากนี้พี่หนุ่ยก็บอกว่าคนไปช่วยโรงพยาบาลเยอะแล้ว ให้เราไปช่วยคนที่ตกงานด้วย ตอนนี้ก็กำลังคิดว่าทำให้ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่ประมาณ 100 คน” “เหมือนเราเป็นเพื่อนบ้านกัน อยู่ด้วยกัน สุดท้ายเจ๊คิดว่าเราต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความรัก อันดับแรกเจ๊แบ่งปันไปในยามวิกฤติ เพราะเป็นห่วงและรักเขา สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาคือเชื่อว่าเขาเหล่านั้นก็จะรักเจ๊ อยู่ในสังคมด้วยกันได้อย่างมีความสุข”

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ลดได้ กำไรเพิ่ม! ชวนคุณมา “Lean ทั้งร้าน” ลดโอกาสเงินหาย กำไรติดลบ

ลดได้ กำไรเพิ่ม! ชวนคุณมา “Lean ทั้งร้าน” ลดโอกาสเงินหาย กำไรติดลบ

เป็นที่ทราบกันดีว่า การจะทำธุรกิจร้านอาหารให้มีกำไร เติบโตได้ การบริหารต้นทุนคือหัวใจสำคัญ เพราะร้านอาหารมีรายละเอียดมากมายที่สามารถเป็นจุดรั่วไหลของกระแสเงินสด หากสามารถบริหารจัดการได้ ร้านอาหารร้านนั้นก็มีโอกาสสูงมากที่จะทำกำไร หนึ่งระบบที่ได้รับการนำมาปรับใช้กับการบริหารต้นทุนร้านอาหารก็คือ “Lean” ร้านอาหารแบรนด์ใหญ่ แบรนด์เล็กที่นำ “Lean” ไปใช้ ได้รับผลลัพธ์ที่ดี ไม่ใช่เฉพาะเรื่องบริหารต้นทุน แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน และการส่งมอบบริการที่ประทับใจต่อลูกค้า มาดูกันว่า “Lean” สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ว่านี้ได้อย่างไร และทำไมร้านอาหารจึงควรนำ “Lean” ไปใช้  “Lean” ระบบเพิ่มประสิทธิภาพลดการสูญเสีย สร้างโอกาสทำกำไร“Lean” ถ้าแปลความหมายตามคุณศัพท์คือ “ผอม” หากเทียบกับรูปร่างคนเราการ “Lean” ก็คือ การทำให้เกิดความสมส่วน เมื่อสมส่วนก็นำไปสู่ความคล่องตัว กระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า สมรรถภาพร่างกายดี ส่งผลให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ มีประสิทธิภาพสูง ได้คุณภาพดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น ร่าเริงสดใส ฯลฯ ตัดกลับมาที่ร้านอาหาร ในกระบวนการกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดในร้านแต่ละวัน จะมีหลายส่วนมากที่ก่อให้เกิดการสูญเสีย หรือ waste เวลาพูดถึงคำนี้ หลายคนก็จะโฟกัสไปที่เรื่องวัตถุดิบ แต่จริง ๆ แล้ว  Waste สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ กิจกรรมในร้านอาหาร และ Waste คือตัวการสำคัญส่งผลเสียทั้งต้นทุน คุณภาพ และประสิทธิภาพ การนำระบบ “Lean” มาใช้ในร้านอาหารก็เพื่อกำจัดหรือลดการสูญเสียที่เกิดขึ้นในทุก ๆ กิจกรรมของร้าน เพื่อให้แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นมูลค่าเพิ่มให้กับร้าน ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย การแกะเปลือกกระเทียม แกะเปลือกหัวหอม ผู้ประกอบการอาจคิดว่า การซื้อหัวหอม กระเทียบแบบไม่แกะเปลือก มีราคาถูกกว่าแบบแกะเปลือกพร้อมใช้ กิโลกรัมละ 5-10 จะทำให้ประหยัดกว่า แต่หากลองประมวลดูว่า ร้านต้องเสียพนักงานไปอย่างน้อย 1 คนสำหรับการนั่งแกะเปลือกกระเทียมและหัวหอม ต้องใช้เวลากว่าจะแกะเสร็จ 2 ชั่วโมง สมมติว่าพนักงานหนึ่งคนมีค่าแรงตกชั่วโมงล่ะ 20 บาท เสียไปแล้ว 40 บาท ถ้าร้านเปลี่ยนเป็นซื้อแบบพร้อมใช้ที่แพงกว่ากิโลกรัมละ 5-10 บาท แต่ไม่ต้องเสียพนักงานนั่งแกะ พนักงานสามารถไปทำงานอย่างอื่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับร้านได้มากกว่า แบบนี้อย่างไหนจะประหยัดต้นทุนกว่ากัน เป็นต้น  “Lean” เพรชฆาต 7 Wastes ตัวร้ายในร้านอาหารการจะนำระบบ  “Lean” ไปใช้ในร้านอาหารนั้น ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับ 7 Wastes ตัวร้ายกันก่อนจึงจะทำให้เกิดกระบวนการคิดต่อไปว่า จะหาวิธี “Lean” อย่างไร 1.Overproduction เป็นความสูญเสียที่เกิดจากการผลิตมากเกินไป ทำให้ต้องเหลือทิ้ง เช่น ปริมาณอาหารต่อจานที่มาก ผักจัดจานที่เกินความต้องการของลูกค้า ไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์ที่ถูกทำออกมาปริมาณเยอะ ๆ ในช่วงเวลาใกล้ปิดร้าน ส่งผลให้อาหารเหลือ เป็นเงินที่ลงทุนที่ถูกทิ้งไปทั้งสิ้น ก็ต้องหาแนวทาง “Lean” ความสูญเสียให้น้อยลง เช่น วิเคราะห์หาสาเหตุอาหารที่เหลือในแต่ละวัน เพื่อตั้งเป้าลดปริมาณความสูญเสียลง 2.Transport ความสูญเสียที่เกิดจากการขนส่ง พบเห็นได้ประจำกับร้านอาหาร SME เดี๋ยวซอสหมดให้เด็กในร้านออกไปซื้อ เดี๋ยวน้ำปลาหมดก็ให้เด็กออกไปซื้อ การเดินทางแต่ละครั้งไม่ว่าจะไปตลาด หรือไปซื้อตามร้าน มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทั้งนั้น หรือแม้แต่การเดินทางของพนักงานจาก Station หนึ่งไปยังอีก  Station ในร้านก็มีความสูญเสียเวลาเกิดขึ้นหากผู้ประกอบการสามารถจัดการให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางประหยัดขึ้นก็จะช่วยลดต้นทุนลงได้ เช่น เปลี่ยนจากการไปซื้อเองเป็นใช้บริการจัดส่ง วางแผนการซื้อในแต่ละรอบเพื่อให้คุ้มค่า 3.Movement เป็นความสูญเสียงจากการเคลื่อนไหว มักเกิดมาจากปัญหาการวาง layout ของร้านที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบจากการสูญเสียเวลาในระหว่างการทำงาน เช่น การจัดวางตำแหน่งตู้แช่ ตู้เย็นไว้คนละจุดกับตำแหน่งเขียง หรือ เครื่องสไลด์ทำให้พนักงานต้องเสียเวลาระยะทางเดินไปกลับ หรือ station เตรียมอุปกรณ์จัดบนโต๊ะอยู่ตำแหน่งหลังร้าน พนักงานต้องใช้เวลาแคลียร์โต๊ะนานขึ้น หากสามารถวางแผนจัดการ “Lean” ส่วนนี้ได้ เช่น จัด layout ครัวให้พนักงานเคลื่อนไหวออกจากตำแหน่งทำงานได้น้อยที่สุด จัด station เตรียมอุปกรณ์ ไว้จุดใดจุดหนึ่งของหน้าร้าน ก็จะช่วยลดการสูญเสียส่วนนี้ไปได้มาก พนักงานเหนื่อยล้าน้อยลง productivity ดีขึ้น 4.Over processing ความสูญเสียที่เกิดจากการทำงานหลายขั้นตอน หรือ ซ้ำซ้อนมากเกินความจำเป็น เช่น การซื้อวัตถุดิบมาทำการตัดแต่งเอง หรือ หมดเวลาไปกับการเคี่ยวน้ำซุป การคิดสูตรน้ำซอสต่าง ๆ โดยที่สามารถ “Lean” ส่วนนี้ได้ด้วยการซื้อวัตถุดิบที่ผ่านการตัดแต่งแล้ว หรือ ใช้ซอสสำเร็จรูปเป็นตัวตั้งต้นพัฒนาสูตรซอส ก็จะช่วยลดการสูญเสียในส่วนนี้ไปได้ โดยไม่ได้ลด productivity ลง 5.Waiting เป็นความสูญเสียเนื่องจากการรอคอยของลูกค้า ซึ่งพบเห็นได้เป็นประจำ การสูญเสียส่วนนี้ทำให้ร้าน turn โต๊ะได้ช้าลง รับลูกค้าน้อยลงลดเสี่ยงโอกาสขายไป และอาจทำให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจได้อีกด้วย อาจจัดการความสูญเสียด้วยการให้ลูกค้าสั่งออเดอร์ล่วงหน้า หรือ ใช้ระบบจองคิวให้ลูกค้าเลือกทำรายการจองโต๊ะ สั่งออเดอร์ เพื่อให้ทางร้านได้วางแผนการผลิต การชำระเงินก็เปลี่ยนมาใช้ QR Code ลดระยะเวลาการรับเงิน ทอนเงินลงได้ เป็นต้น 6.Inventory ความสูญเสียจากการจัดเก็บวัตถุดิบ เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ กับร้านที่ไม่ได้ทำระบบบริหารสต็อก ซื้ออะไรมาก็จับยัดลงตู้แช่ หยิบใช้ตามสะดวกคุ้นชิน ถึงเวลาก็ซื้อมาเติมประจำวัน โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสต็อกคงเหลือเท่าไหร่ มีอะไรใกล้หมดอายุบ้าง หรือมีอะไรเน่าคาตู้แช่มั้ย เป็นความสูญเสียที่กระทบต่อต้นทุนสูงมาก แนวทาง “Lean” ส่วนนี้ ต้องจัดทำระบบสต็อกรับของเข้า เบิกของใช้ตามหลัก FIFO-LIFO เช็คสต็อกเป็นประจำทำได้ทุกวันยิ่งดี เพื่อจะได้รู้ว่ามีอะไรเหลือเท่าไหร่ต้องซื้อเติมเท่าไหร่ จะช่วยให้ลดการสูญเสียได้ดี 7.Defects ความสูญเสียที่เกิดจากการผลิต เช่น รับออเดอร์ผิด เสิร์ฟอาหารผิดโต๊ะ ครัวทำเมนูผิด รสชาติอาหารเพี้ยน ลูกค้ากินไม่ลงขอคืนเงิน สามารถลดความสูญเสียได้ด้วยการสร้างมาตรฐานการทำงานขึ้นมา จัดเทรนนิ่งพนักงาน ก็จะทำให้ลดการสูญเสียส่วนนี้ลง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น โดยสรุป “Lean” ก็คือกระบวนการบริหารจัดการ ปรับปรุง ลดความสูญเสียในกิจกรรมการทำงานทุกขั้นตอนเพื่อผลลัพธ์เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งมอบคุณค่าความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า และช่วยให้ร้านลดต้นทุนลง ทั้งในด้านค่าใช้จ่าย และด้านเวลาการทำงานที่ด้อยคุณภาพ คลิกอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่ Save ต้นทุน สร้าง Cash Flow ทางรอดร้านอาหาร เช็คสถานะด่วน! ร้านคุณเข้าข่าย “วิกฤต” หรือไม่? ด้วยวิธี P&L 5 วิธีลดต้นทุนอาหาร แต่ไม่ลดคุณภาพ! ยิง Ads Facebook อย่างไรให้เพิ่มยอดขายเท่าตัว! New Normal พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไป ร้านอาหารต้องปรับตัวให้ทัน

สูตรอาหารเพิ่มเติม
Tips การตลาดออนไลน์ร้านอาหารในยุค New Normal โดย Digital Tips

Tips การตลาดออนไลน์ร้านอาหารในยุค New Normal โดย Digital Tips

หลายต่อหลายธุรกิจเคลื่อนย้ายเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ไม่เว้นกระทั่งธุรกิจร้านอาหารที่ต้องปรับตัว COVID-19 ถือเป็นตัวเร่งให้พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วขึ้นจากธรรมชาติที่ควรจะเป็น นั่นเท่ากับว่าผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวให้ทันต่อสิ่งที่เป็นไป น่าสนใจว่าต่อจากนี้ไปในยุค New Nomal แวดวงธุรกิจร้านอาหารจะต้องทำอย่างไรกับการตลาดออนไลน์ จะมีเทรนด์อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้น เราได้มีโอกาสชวน ‘คุณทิป-มัณฑิตา จินดา’ กูรูด้านการตลาดออนไลน์ แห่ง Digital Tips Academy มาร่วมถ่ายทอดมุมมองความคิด แชร์ข้อมูล และ Tips การตลาดออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร  ผู้บริโภคมีพฤติกรรมปรับเปลี่ยนไปในยุค New Normal  เทรนด์ธุรกิจร้านอาหารยุค New Normal ที่ชวนจับตา ไอเดียการทำ Digital Marketing ที่น่าเรียนรู้ในสถานการณ์ COVID-19  Go Online ทำการตลาดอย่างไรในยุค New Normal Tips การตลาดออนไลน์ร้านอาหาร การใช้ Facebook และ Line OA ช่วงเวลาไหนดีที่สุดที่ควรโพสต์คอนเทนต์ หรือโปรโมชั่น ข้อคิดสำคัญถึงร้านอาหาร ผู้บริโภคมีพฤติกรรมปรับเปลี่ยนไปในยุค New Normal พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปเยอะนั้น เป็นเรื่องของสุขภาพและสุขอนามัย ซึ่งทำให้เกิดเทรนด์ใหม่คือ  1. On Going หมายความว่าต่อให้วิกฤติช่วงนี้ผ่านพ้นไป แต่แน่นอนว่าผู้บริโภคก็จะยังมีความกังวลในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ ในการสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับรู้ว่า เรามีวิธีการรองรับอย่างไรบ้าง 2. Smart Consumer มีบทบาทมากขึ้น หมายความว่าคนจะอยากรู้ที่มาที่ไปของสินค้า ยกตัวอย่างเช่น เราซื้อของชิ้นหนึ่ง เราก็จะอยากรู้แล้วว่าที่มามาจากไหน กระบวนการเป็นอย่างไร ดังนั้นเรื่อง Transparency (ความโปร่งใส่) จะมีผลมากในยุคนี้ 3. Local Consumption หมายถึงการบริโภคของที่เป็น Local จะมีโอกาสมากยิ่งขึ้น และสินค้าในธุรกิจเล็กๆ ที่เรียกว่า Neighborhood (สินค้าในย่านนั้น) ภายในรัศมีไม่ได้ไกลจากที่เราอยู่ก็มีโอกาสมากยิ่งขึ้น เพราะผู้บริโภคจะใช้ชีวิตในรัศมีใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน ใกล้กับที่เขาอยู่มากขึ้น ก็เป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการรายเล็กด้วยเหมือนกัน ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่าในช่วงต่อไป ต่อให้โควิดจบ แต่เรื่องวิกฤติเศรษฐกิจไม่ได้จบ ดังนั้นคนก็อาจจะมีความระมัดระวังในการใช้เงินมากขึ้น เคยออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน อาทิตย์หนึ่ง 3-4 ครั้ง ก็อาจจะลดลง ทำกับข้าวกินเองมากขึ้น แล้วอะไรที่เป็นของง่ายๆ อย่างคนที่อยู่คอนโดมิเนียม อยู่บ้านคนเดียว อะไรที่สะดวกและทำง่ายก็เป็นเทรนด์หนึ่งที่น่าจะมา เทรนด์ธุรกิจร้านอาหารยุค New Normal ที่ชวนจับตา ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเผื่อ Margin (กำไร) สำหรับ Rider (ผู้ขับรถส่งของ) หรือแอปพลิเคชั่นส่งอาหารต่างๆ สมัยก่อนเจ้าของร้านอาจจะไม่ได้ตั้งราคาเผื่อ 30% ในส่วนนี้ แต่ปัจจุบันผู้บริโภคมีความเคยชินในการสั่งแล้ว เจ้าของร้านก็ต้องกลับมาโฟกัสในเรื่องค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นอีกเรื่องคือ Cloud Kitchen จากสมัยก่อนจะขยายร้านอาหาร อาจจะต้องเล็งทำเล การตกแต่งร้าน การจ้างพนักงาน แต่สมัยนี้อาจจะมีแค่ครัวที่เหมาะสม ซึ่งเป็นเทรนด์ที่คิดว่าจะมาแน่นอน มีโมเดลที่ให้เห็นชัดเจนแล้ว อย่างเช่น Grab Kitchen ที่อยู่ตรงสามย่าน รวมถึงเทรนด์ Ready To Eat Ready To Go ซึ่งในต่างประเทศเห็นชัดมากในระยะที่มีการกักตัวกัน ก็กำลังโตขึ้น  ไอเดียการทำ Digital Marketing ที่น่าเรียนรู้ในสถานการณ์ COVID-19ในช่วงที่ผ่านมาก็ได้เห็นการทำโปรโมชั่นอย่างชัดเจน เช่น ซื้อชาบูแถมหม้อ ก็มีทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ทำกัน หรือการขาย Voucher ล่วงหน้า ให้คนซื้อคูปองรับประทานอาหารเอาไว้ล่วงหน้า โมเดลเรื่องของการผูกปิ่นโตก็มีเห็นมากยิ่งขึ้นแล้ว คือจ่ายเงิน 1 เดือนแล้วมีอาหารส่งไปที่บ้านทุกวัน นอกจากเรื่องของโปรโมชั่นแล้ว บางแบรนด์มีการแตกแบรนด์ออกมา อย่าง iberry ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า แต่พอ Delivery มาแรงก็เลยต่อยอดแตกแบรนด์ออกมา ชื่อว่าเจริญแกง ซึ่เป็นโมเดล Delivery โดยเฉพาะ หรืออย่าง Copper Buffet จาก Fine Dining ก็ปรับเป็น Delivery พอผ่อนปรนมาตรการให้ร้านอาหารกลับมาเปิดนั่งรับประทานได้ ก็จะเห็นโปรโมชั่น Welcome Back  และการโปรโมทเรื่องที่นั่งรับประทานที่ถูกสุขอนามัย แต่คิดว่าเรื่องโปรโมชั่นในช่วงผ่อนปรนก็ยังเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้คึกคักหรือแปลกใหม่เท่ากับช่วงที่ร้านปิดจากการล็อกดาวน์ที่ผ่านมา  Go Online ทำการตลาดอย่างไรในยุค New Normalแต่ละ Platform มีธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่าง  Facebook มีข้อดีในแง่ที่ว่ามีผู้ใช้งานใช้เยอะ เราอาจจะพูดกับทุกคน กับผู้ติดตาม จึงเก่งในเรื่องของการหาลูกค้าใหม่ที่อาจจะไม่เคยเจอ ไม่เคยรู้จักมาก่อน ยังสร้าง Awareness ได้ดี สามารถซื้อโฆษณาได้ ทำอะไรได้ค่อนข้างครบจบในที่เดียวพอสมควร ส่วน Line Official Account มีความโดดเด่นเรื่องการเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นขาประจำ เป็นผู้ติดตามที่เข้มข้นขึ้นมากอีกระดับ เป็นแฟนพันธุ์แท้ เพราะเค้าอยากจะรู้โปรโมชั่นและเมนูใหม่ๆ ซึ่ง Line OA ก็จะเก่งเรื่องการทำโปรโมชั่นที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เช่น สามารถทำ Reward Card ทำบัตรสะสมแต้ม คูปอง ส่งบรอดแคสต์ได้ จึงมีความใกล้ชิดกว่า เพราะอย่าลืมว่าคนไทยใช้งานโทรศัพท์มือถือและอยู่บนแอปพลิเคชั่นที่เป็นแชทเยอะ ถ้าดูสถิติการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือของคนไทย ใช้งานประมาณ 216 นาที ซึ่ง 63 นาทีเป็นการใช้งาน Line แปลว่าคนใช้งาน Line 45 ล้านคนใช้งานมือถืออยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการที่เราจะสื่อสารกับเขา ในช่องทางที่เขามีความคุ้นชินก็มีความได้เปรียบกว่า ถ้าเป็นไปได้จริงๆ อยากจะให้ใช้งานสองช่องทางนี้ควบคู่กัน เพราะว่ามีคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน และความคาดหวังของลูกค้าก็ไม่เหมือนกัน Tips การตลาดออนไลน์ร้านอาหาร วันนี้การทำออนไลน์มีการแข่งขันที่สูงขึ้น เพราะว่าไม่ได้มีแค่โอกาส แต่จะมีผู้เล่นใหม่ๆ ที่เข้ามาเล่นเยอะขึ้น ทั้งกับผู้เล่นที่เป็นคนเดิมอยู่แล้ว มีหน้าร้านแล้วตอนนี้มาทำออนไลน์กันมากขึ้น รวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ สำหรับ  Facebook ให้เริ่มจากตรงนี้ 1. ความชัดเจนของ Segment ลูกค้า เราต้องพยายามหาให้ได้ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร แล้วเจาะตลาดนั้นให้แม่น หมายความว่าการทำการตลาดออนไลน์ต้องไม่ทำหว่าน ไม่คิดว่าทุกคนเป็นลูกค้าเรา ไม่เป็น Mass Marketing แต่ว่าทำอย่างไรให้มีความตรงกลุ่มมากที่สุด 2. Content ที่ลูกค้าชอบ ซึ่งเคล็ดลับของการทำคอนเทนต์ Facebook คือการทำ Meaningful Content หมายถึงคอนเทนต์ที่ทำให้คนมีโอกาสได้พูดคุย โต้ตอบ สนทนากัน เป็นรูปแบบของ Open-ended Questions เปิดโอกาสให้คนมีส่วนร่วม รวมถึงมีการสร้าง Value Content ที่คนอ่านจะได้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่ว่าขายของเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่าง Jone’s Salad ร้านขายสลัดที่ไม่ได้ทำคอนเทนต์ขายของ แต่ใช้วิธีการให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ผ่านคาแรกเตอร์ที่ชื่อว่าลุงโจนส์ เล่าเรื่องยากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย ทำข้อมูลดี น่าเชื่อถือ แล้วสนุกด้วย หรือเพจ Bar B Q Plaza ที่ใช้พี่ก้อนเป็นตัวสื่อสาร ใช้ภาษาน่ารัก และกันเอง ทำให้คนเข้ามา Engage ได้ง่าย ซึ่งนอกจากการทำ Meaningful Content แล้ว คอนเทนต์ที่เป็นการเล่นเกม ร่วมกิจกรรมสนุกสนาน ก็สามารถทำได้ทั้งหมด อย่างในช่วงกักตัว KFC ก็ทำ KCF Cook Book ออกมา สอนวิธีการทำเมนูของ KFC ให้ได้ทำรับประทานง่ายๆ ที่บ้าน ก็ได้ Engagement ที่ดี นอกจากนั้นก็จะมีเครื่องมืออื่นๆ อย่างเช่น Lable แยกประเภทลูกค้าได้ ติด Note ใส่รายละเอียด สร้างข้อความตอบกลับอัตโนมัติ สามารถสร้างโพล วิดีโอ Live ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ฟรีและควรจะใช้ประโยชน์ให้ได้ ส่วน Line OA ที่จำเป็นและสำคัญมากคือ 1. Rich Menu เพราะว่าเป็นเหมือนแอดมินที่ช่วยเราทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยให้ข้อมูลได้สะดวก ทำให้ร้านค้าสามารถตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยๆ บอกเรื่องโปรโมชั่น โดยที่ไม่ได้ต้องไปนั่งตอบเองทั้งหมด ยังสามารถทำ Reward Card หรือคูปองได้ 2. Timeline เป็นสิ่งที่ SME ทำได้เลยและฟรี แล้วเป็นพื้นที่สาธารณะ สามารถโพสต์กี่ครั้งก็ได้ ซึ่งคนที่เห็นคอนเทนต์ ไม่ได้มีเฉพาะเพื่อนหรือ Followers ของเรา แต่เป็นคนที่ใช้งาน Timeline ทั้งหมด ถ้าเราทำคอนเทนต์ได้ดีก็มีโอกาสที่เขาจะกดติดตามหรือเป็นเพื่อนกับเราในภายหลังได้ด้วย ซึ่งอยากจะให้ใช้งานกันเยอะๆ เพราะในปีนี้ Line เริ่มเน้นฟีเจอร์ต่างๆ บน Timelime มากขึ้น ซึ่งช่วงต้นปีได้ประกาศเป็น Social Private Platform 3. Reward Card มีการรีเสิร์ชว่าคนไทยหรือคนเอเชียมีการตอบสนองต่อ Loyalty Program เยอะมาก ข้อดีของ Reward Card คือทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำสูงขึ้น ล่าสุด Facebook ก็กำลังทดลองฟีเจอร์สะสมแต้มหรือ Loyalty Program  ช่วงเวลาไหนดีที่สุดที่ควรโพสต์คอนเทนต์ หรือโปรโมชั่น วงการร้านอาหารจะ เลือกโพสต์ช่วงเวลาเที่ยงที่คนหิว ช่วงเวลาเย็นก่อนสั่งอาหาร และส่วนใหญ่จะเน้นโพสต์ช่วงที่ลูกค้าเยอะที่สุด ซึ่งต้องดูด้วยว่าลูกค้าเป็นฐานแบบไหน ก็เป็นสิ่งที่สามารถลองทดลองได้ ยกตัวอย่างเช่น Sizzler เน้นกลุ่มครอบครัว ดังนั้นช่วงที่จะส่งโปรโมชั่นมากๆ เป็นช่วง Weekend กับวันหยุด แต่ถ้าเราจะเน้นคนทำงานออฟฟิศ แน่นอนว่าช่วงกลางวันเป็นช่วงที่เหมาะสม  ข้อคิดสำคัญถึงร้านอาหาร สิ่งสำคัญที่สุดในการทำการตลาด คือการปรับตัวให้ทันตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค COVID-19 เป็นตัวเร่งในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ก็เป็นเหตุให้เราในฐานะผู้ประกอบการร้านอาหาร ต้องปรับตัวให้เร็วตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังยืนยันว่าประเทศเราเป็นประเทศที่มีโอกาสมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของธุรกิจอาหารเนื่องจากเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญมาก ดังนั้นนอกจาการพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีแล้ว อยากจะให้ศึกษาเครื่องมือต่างๆ เพิ่มเติม ไม่ต้องไปกลัว ลองอ่านหนังสือ หาสื่อที่ให้ความรู้ ซึ่งทุกวันนี้มีให้ติดตามเยอะมากเลย ซึ่งถ้าได้เข้ามาศึกษาก็จะยิ่งได้รู้เลยว่า ในความเป็นจริงแล้วมีตัวช่วยที่สามารถให้เราทำธุรกิจได้ง่าย และหลายเครื่องมือเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ฟรี เพราะฉะนั้นยิ่งเราเข้าใจมากเท่าไร ก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นอยากจะให้เริ่มต้นทำกัน เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกราย    

สูตรอาหารเพิ่มเติม
เพิ่มความสะอาด เพิ่มความมั่นใจ อุปกรณ์ยุค New normal ที่ร้านอาหารต้องมี!

เพิ่มความสะอาด เพิ่มความมั่นใจ อุปกรณ์ยุค New normal ที่ร้านอาหารต้องมี!

หลังจากเริ่มมีการผ่อนปรนให้ร้านอาหารสามารถนั่งรับประทานที่ร้านได้แล้ว แต่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม Social Distancing พร้อมทั้งต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรค เพื่อลดโอกาสในการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อุปกรณ์ป้องกันเพื่อช่วยลดโอกาสในการแพร่ระบาดจากการสัมผัสหรือการต้องอยู่ใกล้ชิดกันระหว่างที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ จึงกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นของร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านที่นั่งทานคนเดียว นั่งทานรวมกันเป็นกลุ่ม หรือแม้แต่ซื้อกลับบ้านพนักงานร้านอาหารก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าอยู่ การเลือกซื้อเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสมกับการบริการของร้าน และเหมาะสมกับจุดต่างๆ ภายในร้านเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านอาหารต้องพิจารณา และยังเป็นการเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคอีกด้วย  ลดการสัมผัสด้วยแท่นกดเจลแอลกอฮอล์แบบใช้เท้าเหยียบ  ฉากกั้นยังคงจำเป็นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า  เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานเคาเตอร์ด้วยฉากกั้น ป้องกัน 2 ชั้นได้ด้วย Face Shield ลดการสัมผัสด้วยแท่นกดเจลแอลกอฮอล์แบบใช้เท้าเหยียบ นอกจากใช้เจอแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อแล้ว จุดบริการเจอแอลกอฮอล์อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่มีการสัมผัสมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่ทุกคนต้องมาใช้บริการก่อนเข้าร้านอาหาร บางร้านอาจมีวิธีการให้พนักงานเป็นคนกดเจลแอลกอฮอล์ให้แต่นั้นก็ทำให้เสียกำลังพนักงานไปอีก 1 คน ฉะนั้นแล้วหากทางร้านติดตั้งเป็นแท่นกดเจลแอลกอฮอล์แบบใช้เท้าเหยียบก็จะช่วยลดการสัมผัสของมือไปได้มาก ปลอดภัยในการรับประทานอาหาร สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้มากขึ้น  แท่นกดเจลแอลกอฮอล์แบบใช้เท้าเหยียบ สามารถปรับความสูงให้เหมาะสมได้ มีช่องพร้อมสำหรับใส่ขวดเจลแอลกอฮอล์ที่สามารถปรับเพื่อรองรับขวดได้หลายขนาด ผลิตด้วยเหล็กที่ทนทาน พ่นสีด้วยวิธีการพิเศษทำให้ไม่ลอกและลดอัตราการขึ้นสนิมได้ในระดับ A+ มีน้ำหนักเบาสามารถเคลื่อนย้ายให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมได้สะดวก ไม่ว่า Covid-19  จะหายไปหรือไม่ การรักษาความสะอาดก่อนรับประทานอาหารหรือปรุงอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญที่ร้านอาหารต้องทำตลอดไป สามารถสั่งซื้อ แท่นกดเจลแอลกอฮอล์แบบใช้เท้าเหยียบ ได้ทันทีที่ Makro Click คลิกเลย ฉากกั้นยังคงจำเป็นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า แม้ว่ามีการผ่อนปรนให้สามารถนั่งรับประทานอาหาร่วมกันได้โต๊ะละ 4-6 คนแล้วก็ตาม แต่หากมาคนเดียว หรือมา 2 คน ด้วยพฤติกรรม New Normal  การมีฉากกั้นระหว่างโต๊ะที่ไม่รู้จักกันยังเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้อยู่ ฉากกั้นพีวีซีแบบเหลี่ยม เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าเมื่อมาใช้บริหารท่านเดียว สามารถป้องกันได้ทั้งด้านหน้า และด้านข้างซ้าย-ขวา ฉากกั้นแบบไม้  3 พับ สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการท่านเดียวป้องกันได้รอบด้าน และหากร้านของคุณมีโต๊ะขนาดใหญ่ที่สามารถปรับเปลี่ยนการให้บริการเป็นแบบกลุ่มได้ การเลือกใช้ฉากกั้นแบบเคลื่อนย้ายและพับเก็บได้สะดวก ทำให้ง่ายต่อการให้บริการ เมื่อลูกค้ามาเป็นกลุ่มพนักงานสามารถยกและพับที่กั้นเก็บได้ทันที ฉากกั้นแบบไม้ 2 พับ ช่วยให้เพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกค้าที่มา 2 ท่าน โดยสามารถนั่งร่วมโต๊ะและพูดคุยกันได้ แต่ยังคงปลอดภัยจากโต๊ะด้านข้าง นอกจากนี้การเลือกซื้อเลือกใช้ฉากกั้นควรคำนึงถึงวัสดุที่ทนต่อความร้อน  สามารถทำความสะอาดได้ง่ายและบ่อย เพราะจำเป็นต้องทำความสะอาดทุกครั้งที่ลูกค้าใช้บริการเสร็จเรียบร้อย วัสดุของฉากกั้นจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรพิจารณาถึงเพื่อความคุ้มค่าและอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานเคาน์เตอร์ด้วยฉากกั้น สำหรับเคาน์เตอร์รับออเดอร์และรับชำระเงินในร้าน Self Service ฉากกั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานที่ต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าตลอดเวลาก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน โดยอาจเลือกซื้อเลือกใช้ฉากกั้นแบบที่มีช่องด้านล่างเพื่อความสะดวกในการรับออเดอร์และรับชำระเงิน  สามารถเลือกซื้อ ฉากกั้นแบบต่างๆ ได้ทันทีที่ Makro Click คลิกเลย การเลือกซื้อเลือกใช้ฉากกั้นสำหรับร้านอาหาร เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2563 นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้คำแนะนำว่า ควรจะกั้นระหว่างโต๊ะอาหารซ้ายและขวาด้วย ซึ่งจะทำให้มีประโยชน์ที่สูงมากขึ้น โดยควรมีความสูงมากกว่าศีรษะเมื่อเวลาที่นั่งหรือยืน มีระยะห่างจากผู้นั่งอย่างน้อยด้านหน้า 1.5 เมตร ด้านหลัง 1.5 เมตร ป้องกัน 2 ชั้นได้ด้วย Face Shield นอกจากพนักงานทุกคนในร้านต้องใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยแล้ว สามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการป้องกันชั้นที่ 2 โดยให้พนักงานสวมใส่หน้ากากแบบแว่น หรือ Face Shield ระหว่างปฏิบัติงาน ซึ่งพนักงานที่สวมแว่นตาก็สามารถใส่ Face Shield ทับได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ Face Shield สำหรับพนักงาน สามารถใช้ซ้ำได้ แต่ต้องเป็นอุปกรณ์ส่วนบุคคลเท่านั้น และควรทำความสะอาดระหว่างวันเพื่อลดความเสี่ยง เพราะฉะนั้นเลือกใช้ Face Shield ที่วัสดุแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน  สามารถสั่งซื้อ หน้ากากแบบแว่น Face Shield ได้ทันทีที่ Makro Click คลิกเลย แม้ภาครัฐจะมีการคลายล๊อคบ้างแล้ว หรือหลังจากการปลดล๊อคไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ตลอดไปนั่นคือวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้ว ความระมัดระวังตัวจากโรคและการใส่ใจรักษาความสะอาด น่าจะกลายเป็น new normal ที่อยู่ติดตัวผู้คนตลอดไป พฤติกรรมของผู้บริโภคต้องการความมั่นใจในความปลอดภัยในการรับประทานอาหารนอกบ้าน จะเข้ารับบริการจากร้านและพนักงานที่มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัยเท่านั้น ดังนั้นจุดบริการแอลกอฮอล์ หน้ากากสำหรับพนักงาน และการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค และเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ยังคงจำเป็นสำหรับร้านอาหารอยู่เสมอ  อ่านเพิ่มเติม แนวทางการปฏิบัติในยุคไวรัส และ New Normal New Normal พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไป ร้านอาหารต้องปรับตัวให้ทัน ยิ่งวิกฤตไวรัส ยิ่งต้องสะอาด Food Safety เวอร์ชั่นเดลิเวอรี่ เนรมิตรความสุขหลังวิกฤต เตรียมตัวให้พร้อม ในแบบกล่องแสนศุข  กฎ 100% ใหม่ สูตรฟื้น! วิกฤตร้านอาหาร บทสัมภาษณ์​ ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน ต้องสู้ไม่ถอย อีกกี่วิกฤติก็ผ่านได้ กางสูตรทำร้านหมูทอด เจ๊จง ในยุคไวรัส เครดิตข้อมูล : https://news.thaipbs.or.th/content/292287 เครดิตภาพ : https://www.posttoday.com/social/general/620479  

สูตรอาหารเพิ่มเติม
ร้อนนี้ชื่นใจกับผลไม้คัดคุณภาพ วางใจได้กับมาตรฐานรับรองสินค้า Makro Quality Pro

ร้อนนี้ชื่นใจกับผลไม้คัดคุณภาพ วางใจได้กับมาตรฐานรับรองสินค้า Makro Quality Pro

การเลือกซื้อผลไม้เมื่อสามารถมองได้เพียงภายนอก ผู้ซื้อแต่ละท่านก็จะใช้ประสบการณ์ของแต่ละคนประเมินและเลือกซื้อตามแต่เทคนิคที่มี ซึ่งก็เป็นความยากที่จะได้ผลไม้ที่หวานฉ่ำ สีสวยสดใสตรงความต้องการในทุกครั้ง หรือแม้แต่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะธุรกิจแคทเทอริ่ง ที่ต้องคำนวณ size ผลไม้เพื่อตัดแบ่งให้พอดีกับจำนวนลูกค้าภายในงาน Event ต่างๆ ก็อาจจะไม่ได้ผลไม้ size ที่พอดีกับความต้องการเสมอไป เพราะฉะนั้นน่าดีกว่าหากมีการคัดสรรที่การรันตีได้ว่าผลไม้นี้มีค่าความหวานอยู่เกณฑ์ที่เหมาะสม ขนาดลูกใหญ่ตามมาตรฐาน ปลอดภัยจากสารตกค้าง   MQP วางใจได้กับมาตรฐานรับรองสินค้า หวานฉ่ำกับเมล่อนญี่ปุ่นเนื้อส้ม และเมล่อนญี่ปุ่นเนื้อเขียว ที่ได้มาตรฐาน แคนตาลูป ผลใหญ่ รสหวาน ได้มาตรฐาน กล้วยหอมทองคัดพิเศษ เนื้อแน่นอร่อยได้เต็มคำ แตงโมกินรี ดับร้อนหวานชื่นใจ สับปะรดปัตตาเวียคัดพิเศษ หวานฉ่ำๆ MQP วางใจได้กับมาตรฐานรับรองสินค้า มาตรฐาน MQP (Makro Quality Pro) คือมาตรฐานการคัดเลือกผลไม้ที่ใส่ใจตั้งแต่ฟาร์มต้นทาง การบรรจุ และส่งมอบถึงมือผู้บริโภค โดยมีหลักเกณฑ์ในการคัดสรรดังนี้ - คัดสรรคุณภาพ รสชาติดี หวานชัวร์ - คัดสรรขนาดลูกใหญ่ และความสด จากฟาร์มของเกษตรไทยที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน Thai Gap - ส่งเข้าสู่โรงคัดและแพ็คบรรจุที่สะอาดได้รับมาตรฐานตามกำหนดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่สำคัญผลไม้ตามมาตรฐาน MQP ผู้บริโภคสามารถแสกน QR Code Makro i-trace ตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้ทุกขั้นตอน เมล่อนญี่ปุ่นเนื้อส้ม เมล่อนญี่ปุ่นเนื้อเขียว แคนตาลูป กล้วยหอมทองคัดพิเศษ แตงโมกินรี และสับปะรดปัตตาเวียคัดพิเศษ จากแบรนด์ MQP นอกจากจะถูกคัดเลือกตามมาตรฐาน MQP แล้ว ยังมีความพิถีถิถันในการคัดเลือกเฉพาะตามชนิดของผลไม้นั้นๆ อีกด้วย  หวานฉ่ำกับเมล่อนญี่ปุ่นเนื้อส้ม และเมล่อนญี่ปุ่นเนื้อเขียว ที่ได้มาตรฐาน ถ้าพูดถึงความหวาน รับประกันได้ว่าทั้งสองชนิดหวาานชัวร์! แต่ถ้าถามถึงความแตกต่างรสสัมผัสของผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ต้องดูที่ลักษณะเด่น เมล่อนเนื้อเขียวจะหวานหอม ส่วนเมล่อนเนื้อส้มจะหวานกรอบ ตามมาตรฐาน MPQ ต้องมีลักษณะภายนอกรูปทรงกลมไม่บิดเบี้ยว สีเขียวอ่อน มีเส้นสีครีมพาดเป็นตาข่ายตลอดทั้งผล ไม่มีรอยแตกรอยช้ำ มีก้านรูปตัวทีติดที่ขั้ว ขั้วไม่เหี่ยว เนื้อผลไม้ภายในมีสีส้มอ่อนหรือสีเขียวอ่อน รสชาติหวานกรอบ ไส้ไม่ล้ม ไม่ฉ่ำน้ำจนเกินไป แต่ละลูกต้องมีน้ำหนักมากกว่าหรือเท่ากับ 1.4 -1.8 กิโลกรัม ตามแต่ฤดูกาล และในการขนส่งมีตาข่ายโฟมสีขาวห่อหุ้มกันกระแทกทุกผล เพื่อทำให้แน่ใจว่าทุกผลจะไม่ช้ำเสียหายจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค  เมล่อนญี่ปุ่นเนื้อส้มและเมล่อนญี่ปุ่นเนื้อเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในปริมาณสูง มีวิตามินเอและวิตามินซี มีสารเบต้าแคโรทีน มีแร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ซึ่งล้วนให้ประโยชน์แก่ร่างกายทั้งนั้น แถมยังไม่มีไขมันและคอเลสเตอรอล ให้แคลอรี่ที่ต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก นอกจากแช่เย็นกินสดๆ แล้วยังสามารถนำไปทำเมนูดับร้อนได้อีกหลายเมนู เช่น บิงซูเมล่อน เมล่อนสมูทตี้ เค้กหน้าผลไม้ เต้าฮวยเมลอน แคนตาลูป ผลใหญ่ รสหวาน ได้มาตรฐาน แคนตาลูป คือสายพันธุ์หนึ่งของเมล่อน  ซึ่งมีลักษณะของผลกลมรี  ผิวเรียบสีเหลืองนวล ผิวเป็นไข เปลือกจะมีลายคล้ายร่างแหหรือตาข่าย เมื่อสุกแล้วเนื้อข้างในจะมีสีส้มหรือสีจำปา เนื้อแน่น ไม่ฉ่ำน้ำจนเกินไป รสชาติออกหวาน มีกลิ่นหอม  แคนตาลูปที่ผ่านการคัดสรรจาก MQP ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 1.4  กิโลกรัม / ลูก และมีค่าความหวานไม่น้อยกว่า 13 องศาบริกซ์ ทำให้มั่นใจได้ว่าเลือกซื้อแล้วได้ผลใหญ่ และมีรสหวานอร่อยแน่นอน แคนตาลูป อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ซึ่งแคนตาลูปที่ปลูกในช่วงฤดูกาลประมาณเดือนเมษายน จะมีวิตามิน 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และวิตามินซีมากกว่าแคนตาลูปที่ปลูกนอกช่วงฤดูกาล สรรพคุณของแคนตาลูปมีอยู่มาก ช่วยบำรุงธาตุ มีส่วนช่วยรักษาโรคความดันโลหิตช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยในการลดไข้ ดับร้อน แก้กระหาย ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ และช่วยเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการอักเสบของลำไส้ ช่วยในการขับน้ำนม ช่วยในการขับเหงื่อ นอกจากนี้ยังมี ประโยชน์ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยในการชะลอวัยและลดการเกิดริ้วรอย มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยเสริมสร้างภูมิร่างกายให้แก่ร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา ระบบประสาทและสมอง  กล้วยหอมทองคัดพิเศษ เนื้อแน่นอร่อยได้เต็มคำ ตามมาตรฐานการคัดสรรภายใต้แบรนด์ MQP ผิวของกล้วยต้องเป็นสีเขียวสม่ำเสมอ เรียบเนียน กลัวยังคงมีความแก่อยู่ ลักษณะภายในเนื้อเป็นสีขาวครีม ยังไม่เหลือง แต่ละหวีมีน้ำนักมากกว่าหรือเท่ากับ 2.5 - 3 กิโลกรัม ตามแต่ฤดูกาล ใน 1 หวีมีจำนวนลูกไม่ต่ำกว่า 14 ลูก การขนส่งห่อหุ้มด้วยพลาสติกกันกระแทกทุกหวี ที่สำคัญข้อบกพร่อง เช่น ปลายผลแตกเป็นรู รอยผลแตก รอยบาก รูปร่างผิดปกติ ผลไม่เรียงกัน ผลแฝด เชื้อรา จะได้รับการควบคุมไม่ให้มีเกินกว่ามาตรฐาน คุณประโยชน์ที่ได้จากกล้วยหอมมีจำนวนมาก เช่น  ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกาย เพราะมีน้ำตาลอยู่ 3 ชนิด คือ น้ำตาลซูโครส ฟรักโตส และกลูโคส ซึ่งร่างกายพร้อมนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที ฉะนั้นใครอยากเติมพลังให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า กล้วยหอมสักลูกก็ช่วยได้ โดยเฉพาะหากกินกล้วยหอมหลังออกกำลังกาย ร่างกายก็จะรู้สึกสดชื่นขึ้น ช่วยคลายเครียด กล้วยหอมมีกรดอะมิโนประเภททริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเซโรโทนิน ฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย หรือเรียกง่ายๆ ว่าฮอร์โมนแห่งความสุข แก้นอนไม่หลับกินกล้วยหอมก่อนนอนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้นอนไม่หลับได้ เพราะกล้วยหอมอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนิน ฮอร์โมนในร่างกายที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้น ช่วยย่อยอาหาร กากใยอาหารในกล้วยหอมจะช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารคล่องตัวมากขึ้น ยิ่งถ้ากินกล้วยหอมได้บ่อย ๆ พร้อมกับรับประทานผัก-ผลไม้ชนิดอื่นๆ ด้วย ก็จะช่วยปรับจูนระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติดี ชนิดที่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งยาช่วยย่อยกันอีกเลย แก้ท้องผูก ไฟเบอร์ที่มีอยู่ในกล้วยหอมเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ จึงมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี กล้วยหอมทองคัดพิเศษนำไปทำได้หลายเมนูหน้าร้อน กล้วยหอมเคลือบช๊อคโกแลต กล้วยหอมทอด เครปกล้วยหอม ปอเปี๊ยะกล้วยหอม แพนเค้กกล้วยหอม ซึ่งทั้งหมดนี้ทานคู่กับไอศกรีมเข้ากันได้ดีมาก หรือจะแค่แช่เย็น หั่น และราดน้ำผึ้งก็อร่อยได้แล้ว แตงโมกินรี ดับร้อนหวานชื่นใจแตงโมกินรี รสชาติหวานฉ่ำ หอมสดชื้น เนื้อละเอียดกรอบ อร่อย สีแดงสวยสดใสน่ารับประทาน ผลมีรูปร่างกลม เปลือกบางอ่อนมีลายแถบดำที่ผล แตงโมกินรีที่ผ่านการคัดสรรจาก MPQ ต้องมีขนาดน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัม/ผล และมีค่าความหวานไม่น้อยกกว่า 11 องศา ทำให้มั่นใจได้ว่าผลใหญ่ และมีรสหวานชื่นใจแน่นอน สำหรับประโยชน์ของแตงโม เช่น สามารถช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำได้ดี ช่วยลดอาการไข้ คอแห้ง รักษาแผลในปาก เป็นต้น และยังเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบีรวม แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหากระเพาะ ม้ามไม่แข็งแรง ลำไส้อักเสบ หญิงหลังคลอด หลังป่วยหนัก หรือผู้ที่มีอาการปัสสาวะมากและบ่อย มีอาการท้องร่วงง่าย ไม่ควรรับประทานแตงโม นอกจากนี้แตงโมมีสาร Citrulline (ซิทรูไลน์) ซึ่งจะพบสารนี้มากในเปลือก ซึ่งจะช่วยขยายเส้นเลือด ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ยังเป็นผลไม้ที่ผู้เป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนสามารถทานได้ เพราะมีแคลอรีต่ำมาก  แต่หากรับประทานแตงโมมากเกินไป น้ำตาลในผลแตงโมอาจแพร่เข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งมีผลทำให้เป็นตะคริวได้ง่ายขึ้น สับปะรดปัตตาเวียคัดพิเศษ หวานฉ่ำๆสับปะรดปัตตาเวียคัดพิเศษ มีเนื้อละเอียด สีเหลืองรสหวานฉ่ำอร่อยได้เต็มคำ ตามมาตราฐานการคัดสรรของ MQP สับปะรดปัตตาเวียต้องมขนาดใหญ่ รูปทรงโคนใหญ่ ปลายเรียว ลักษณะภายนอกจะมีลักษณะคล้ายตาข่ายล้อมรอบผล ตาไม่แตก จุกตั้งตรงเป็นแนวเส้นตรงเดียวกับผล เปลือกผลสีเขียวอาจมีสีเหลืองปนเล็กน้อย มีใบสีเขียวเข้มมันเงา ด้านล่างใบมีสีออกเทาเงิน แต่ละหัวมีน้ำนักมากกว่าหรือเท่ากับ 1.8 -2.5 กิโลกรัม และมีการตรวจสอบคัดสรรความหวานไม่ต่ำกว่า 14 องศาบริกซ์ เลือกซื้อสับปะรดปัตตาเวียคัดพิเศษจาก MQP การันตีคุณภาพ สับปะรดปัตตาเวียคัดพิเศษ อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ จำนวนมาก เช่น คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุแมงกานีส ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี เป็นต้น  จึงมีสรรพคุณ และประโยชน์มากมายในการช่วยรักษา บำรุงร่างกาย เช่น  ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยบรรเทาและรักษาอาการหวัดได้ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีมากขึ้น ช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือก ช่วยบรรเทาอาการร้อน กระสับกระส่าย หิวน้ำ ช่วยแก้อาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีน ช่วยลดเสมหะในลำคอได้ ช่วยในการขับปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก ช่วยรักษาโรคนิ่ว ช่วยรักษาโรคไตอักเสบ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการของโรคบิด ช่วยรักษาอาการบวมน้ำ ช่วยรักษาอาการแผลเป็นหนอง ช่วยแก้ปัญหาส้นเท้าแตก ช่วยลดการอักเสบจากบาดแผล เป็นยารักษาโรคผิวหนัง ใบสด นำมาใช้เป็นยาถ่ายหรือยาฆ่าพยาธิได้ ผลดิบสามารถนำมาใช้ห้ามเลือดได้ ผลดิบสับปะรดช่วยขับประจําเดือน ขอขอบคุณข้อมูลประกอบ www.kapook.com

สูตรอาหารเพิ่มเติม